Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์2 เมษายน 2550
ยกแฟชั่นอิสลามกินรวบลูกค้าตะวันออกกลางเชื่อหากรัฐหนุนสร้างรายได้ปีละ 300 ล้าน !             
 


   
search resources

สำนักงานโครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น
Clothings




ทิ้งทวนกรุงเทพฯเมืองแฟชั่นหนุนส่งเสริมแฟชั่นมุสลิมเจาะตลาด“ตะวันออกกลาง”ระบุสินค้าไทยนับเบอร์วันลูกค้ายกย่องเป็นสินค้าเกรด A เชื่อหากรัฐให้การสนับสนุนจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านต่อปี พร้อมยกตัวอย่างกลุ่มชาวบ้านที่รัฐไม่ได้สนับสนุนแต่สามารถส่งออกได้

โครงการกรุงเทพฯเมืองแฟชั่นเดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของการดำเนินการแล้ว โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2548 และจะสิ้นสุดโครงการในเดือนมี.ค. 2550 นี้ แต่ยังมีอีกโครงการหนึ่งที่เป็นโครงการทิ้งทวนของกรุงเทพฯเมืองแฟชั่นนั่นคือ

โครงการ“แฟชั่นมุสลิมตลาดใหม่ โอกาสอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย” ที่เป็นการการสานต่อแฟชั่นในระดับชุมชน เอสเอ็มอี ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม และการส่งออก เป้าหมายของโครงการดังกล่าวคือลูกค้าในกลุ่มประทศใด, จุดแข็งของแฟชั่นอิสลามของไทยอยู่ตรงไหน, อะไรที่ทำให้มั่นใจได้ว่าอุตสาหกรรมประเภทนี้จะสามารถเติบโตในตลาดต่างประเทศได้

วีรพล ศรีเลิศผู้ อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวว่า ตลาดเครื่องแต่งกายมุสลิมมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐต่อไปจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งของตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นได้อีกหลายเท่าตัว โดยเฉพาะประเทศตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดใหญ่ แต่ผู้ประกอบการยังไม่มีช่องทางในการจำหน่าย ไม่มีความเข้าใจในการทำตลาดและการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีเท่าที่ควร

อย่างไรก็ดีปัจจุบันกลุ่มชาวบ้านในพื้น5จังหวัดชายแดนภาคใต้มีฝีมือในการตัดเย็บ ออกแบบอยู่ในระดับที่ดีอยู่แล้ว เห็นได้จากพ่อค้าจากประเทศมาเลเชียจะเอาสต๊อกสินค้ามาให้ผลิตจำนวนมากกลุ่มนี้จึงอยู่ในฐานะที่รับจ้างผลิตเท่านั้น จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากโครงการกรุงเทพฯเมืองแฟชั่นสิ้นสุดโครงการลง เพราะทางกรมฯมีนโยบายส่งเสริมการรวมตัวแบบเครือข่าย วิจัยและพัฒนาสินค้าเพื่อการส่งออกในอนาคต หากมีเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งเราจะเป็นต้นแบบของการส่งแฟชั่นมุสลิมของไปทั่วโลก

“พูดได้เต็มปากว่าขณะนี้แฟชั่นมุสลิมในตลาดโลกมากจากไทยแทบทั้งสิ้น แต่อยู่ในฐานะรับจ้างผลิตแล้วไปติดแบรนด์สินค้าของชาวมาเลย์เพื่อส่งออกไปตะวันออกลาง หากได้รับสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเชื่อว่าจะทำรายได้จากการส่งออกถึงปีละ 300ล้านบาท”

ปัจจุบันในด้านฝีมือคนไทยได้รับความนิยมซึ่งอยู่ในระดับที่ลอกเลียแบบไม่ได้โดยเฉพาะการปักลายผ้าได้ความนิยมอย่างมากในตะวันออกกลางโดยเฉพาะประเทศซาอุดิอาระเบียบ ซึ่งปีที่แล้วสั่งนำเข้าหมวกกาปิเยาะห์จากไทยถึง 16 ตู้คอนเทนเนอร์หรือประมาณ 80 ล้านชิ้นเพื่อจำหน่ายในพิธีฮัจญ์ แต่หากเป็นสินค้าจากประเทศอื่นเช่น ประเทศเกาหลีเคยส่งออกสินค้าประเภทดังกล่าว แต่ไม่ได้การตอบรับเพราะสินค้าไม่มีคุณภาพ จึงทำให้คนตะวันออกกลางไม่ไห้การยอมรับ

ขณะที่ประเสริฐ บินรัตแก้ว ประธานกลุ่มตัดเย็บ Amju หรือยี่ห้อ อามยู ผู้ส่งออกรายใหญ่ของประเทศกล่าวว่า เราได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อยๆ โดยนำศิลปะการแต่งการมาประยุกต์ให้ทันสมัยมากขึ้นทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดี โดยมีออเดอร์มาเข้ามามากมาย ทั้งมาเลเชีย, ซาอุดิอาระเบีย, บรูไน, สิงคโปร์ และอินโดนีเชีย ซึ่งทำให้รายได้เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 30%

แต่จากประสบการณ์ที่อยู่ในซาอุฯมายาวถึง 25ปีทำให้รู้ดีว่าคนตะวันออกกลางชอบสินค้าจากไทยมากเพราะเขาถือว่าเป็นสินค้าเกรดAและคนกลุ่มนี้ยังมีกำลังซื้อที่สูงมาก หากสามารถตอบสนองความต้องการไว้ได้เชื่อว่าจะสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาลต่อไป

สำหรับสินค้าที่ส่งออกนั้นจะประกอบด้วยเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน โดยสุภาพสตรีจะมีเสื้อแขนยาวปักลาย, ผ้าคลุมปักลาย, ผ้าคลุมหน้า(เฉพาะตะวันอกกลาง), ส่วนเครื่องแต่งกายในพิธีพิเศษ จะมีพิธีชุดวิวาห์ เป็นผ้าต่วนยกดิกปักลาย, ผ้านุ่งยกดอก, ผู้โผกหัวสำหรับทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ขณะที่ผู้ชายจะนุ่งโสร่งแปลก๊ะ หรือผ้าโสร่งซือตือฆอ, สวมเสื้อตือโล๊ะบลางอ หรือสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นและสวมเสื้อซอเกาะหรือ กะปิเยาะห์   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย