Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2546
St.Andrew ขยายตัวด้วย multi-campus             
โดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย
 

   
related stories

Graham Sullivan นักบริหารการศึกษามืออาชีพ

   
search resources

St. Andrews International School
Education Management Systems
Graham Sullivan
International School




ขณะที่โรงเรียนนานาชาติแห่งอื่นๆ กำลังหยิบยกประวัติศาสตร์เก่าแก่ และชื่อเสียงในอดีตมาเป็นจุดขายหลัก แต่สำหรับ St. Andrews แล้วกลยุทธ์ในการเติบโตกลับอยู่ที่การขยายสาขาของโรงเรียนเข้าสู่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งดูเหมือนจะประสบผลสำเร็จไม่น้อย

แม้ว่าชื่อของ St. Andrews International School จะเริ่มปรากฏต่อสายตาผู้ปกครองและนักเรียน ในฐานะทางเลือกสำหรับการศึกษาแบบโรงเรียนนานาชาติ ในปี 1996 หรือเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่า ภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันหนักหน่วงนี้ St. Andrews สามารถนำพาตัวรอด และ ก้าวขึ้นมาต่อกรกับสถานศึกษาแบบนานาชาติแห่งอื่นๆ ได้ในระดับที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก

"เราไม่คิดว่าการผูกพันกับความสำเร็จและประวัติการก่อตั้งที่ยาวนานในอดีต จะเป็นหลักประกันในเชิงคุณภาพสำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน และเราประเมินว่ากรณีความเก่าแก่เหล่านี้ เป็นเพียงประเด็นสำหรับการทำประชาสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยเท่านั้น จุดสนใจของผู้ปกครองและนักเรียนน่าจะอยู่ที่คุณภาพทางการศึกษาของโรงเรียนแต่ละแห่งมากกว่า" Graham Sullivan กรรมการผู้จัดการ เครือโรงเรียน St. Andrews International School ซึ่งใช้ระบบการศึกษาแบบ อังกฤษ (UK National Curriculum) ระบุทันทีที่ได้รับการไถ่ถามถึงความแตกต่างกับโรงเรียนนานาชาติแห่งอื่นๆ

แต่ความแตกต่างที่โดดเด่นอย่างยิ่งสำหรับ St. Andrews น่าจะอยู่ที่แนวความคิดในการดำเนินธุรกิจโรงเรียนในลักษณะ multi-campus ที่มิได้เน้นความใหญ่โตของตัวอาคารและสถานที่ หากแต่มุ่งสร้าง บรรยากาศทางการศึกษาสำหรับเด็กในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา ที่ไม่ก่อให้เกิดความแปลกแยกในการเรียนรู้ และเน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง สำหรับการพัฒนาร่วมกันในระยะยาว

ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท Education Management Systems จำกัด แนวความคิด multi-campus ดูจะเป็นแนวความคิดหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเครือ St. Andrews และนับเป็นรายแรกๆ ที่ได้บุกเบิกแนวความคิดดังกล่าวในหมู่ผู้ประกอบ การโรงเรียนนานาชาติ ควบคู่กับความพยายามที่จะจัด ตั้งโรงเรียนในพื้นที่ชุมชนในเขตเมือง ซึ่งค่อนข้างจะสวนทางกับรูปแบบการขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติแห่งอื่นๆ ที่ต่างเคลื่อนย้ายที่ตั้งไปอยู่ในพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น ในบริเวณชานเมืองตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

"โรงเรียนที่ดี ไม่ได้พิจารณาจากความใหญ่โต และความสามารถในการรับนักเรียนได้ครั้งละมากๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ โรงเรียนในประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ จะมีจำนวนนักเรียนไม่มากนัก ซึ่งเป็น บรรยากาศที่ส่งเสริมให้ผู้ปกครองและครู สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ขณะที่บุคลากรของโรงเรียนก็สามารถให้ความใกล้ชิดและดูแลนักเรียนแต่ละรายได้อย่างทั่วถึง"

การขยายตัวของเครือ St. Andrews นับว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะหลังจากโรงเรียนนานาชาติ St. Andrews แห่งแรกเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อช่วงต้นปี 1996 ในซอยสุขุมวิท 107 แล้ว โรงเรียน St. Andrews แห่ง ที่สองในพื้นที่ของ Green Valley จังหวัดระยอง ก็เริ่ม เปิดดำเนินการในช่วงปลายของปีเดียวกัน เพื่อรองรับกับการเติบโตขึ้นของจำนวนผู้ประกอบการจากต่างประเทศในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออกด้วย

นั่นเป็นเพียงปรากฏการณ์ในระยะเริ่มแรกของ St. Andrews ซึ่งมิได้แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ มากนัก ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนกลวิธีการขยายตัวเข้าสู่เขตเมืองมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 1998 เป็นต้นมา

โรงเรียน St. Andrews แห่งที่ 3 ในซอยสุขุมวิท 71 ซึ่งนับเป็นย่านที่พักอาศัย (residential area) แห่ง ใหญ่ในกรุงเทพฯ เริ่มเปิดดำเนินการในช่วงปลายปี 1998 ก่อนที่โรงเรียน St. Andrews แห่งที่ 4 ในซอยสามัคคีย่านแจ้งวัฒนะจะเปิดดำเนินการในช่วงต้นปี 2000 และล่าสุด โรงเรียน St.Andrews แห่งที่ 5 ในซอย สาทร 4 ได้ตอกย้ำให้เห็นกลยุทธ์ของ St. Andrews ในการเสนอตัวเป็นทางเลือกสำหรับโรงเรียนนานาชาติ ในเขตเมืองอย่างมั่นคงและชัดเจนที่สุด

ขณะเดียวกัน สถานที่ตั้งของโรงเรียน St. Andrews ยังปรากฏนัยที่พร้อมสำหรับการแข่งขันกับเจ้าของพื้นที่เดิมอย่างน่าสนใจด้วย

เพราะในขณะที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา ซึ่งเป็น โรงเรียนนานาชาติที่ใช้ระบบการศึกษาแบบอังกฤษ (UK National Curriculum) ผสานกับ International Baccalaureate ขนาดใหญ่ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของไทยมีที่ตั้งอยู่ที่ซอยลาซาล สุขุมวิท 105 โรงเรียน St. Andrews ได้เปิด campus ขนาบทั้งในซอยสุขุมวิท 107 (St. Andrews บางนา) และในซอยสุขุมวิท 71 (St. Andrews กรุงเทพฯ) ภายใต้แนวคิด "เล็กและอบอุ่น" เป็นจุดเด่นสำคัญ

หรือในกรณีของ ISB (International School Bangkok) ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติในระบบอเมริกัน (American Curriculum) และ International Baccalaureate ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ของนิชดาธานี ย่านซอยสามัคคี แจ้งวัฒนะ ก็มีโรงเรียน St. Andrews สามัคคี ตั้งอยู่พื้นที่ใกล้เคียงในลักษณะที่พร้อมเป็นทางเลือกสำหรับผู้สนใจโรงเรียนในระบบอังกฤษด้วย

"สำหรับที่สาทรนั้น สถานที่ของ St. Andrews ต้องถือว่าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าโรงเรียนนานาชาติแห่งอื่นๆ ในละแวกเดียวกันอย่างมาก เรามีตัวอาคาร ที่สวยงามและมีประโยชน์ใช้สอยที่ลงตัว ไม่ใช่การนำพื้นที่ของห้องพักอาคารชุดมาปรับสภาพดังที่บางแห่งกระทำ"

พื้นที่ย่านสาทร ต่อเนื่องไปสู่เจริญกรุงและพระราม 3 กลายเป็นจุดที่ผู้ประกอบการโรงเรียนนานาชาติหลายรายให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Shrewsbury จากอังกฤษซึ่งจะเปิดทำการสอนในช่วงปลายปี 2003 นี้ หรือ Harrow International School ที่ได้เปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่เมื่อปี 1998 โดยอาศัยพื้นที่ของโครงการ Bangkok Garden บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นที่ตั้งโรงเรียนในช่วงเริ่มต้น ก่อนที่จะประกาศแผนการย้ายโรงเรียนไปสู่สถานที่ตั้งแห่งใหม่บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ย่านดอนเมือง ที่คาดว่าจะสามารถแล้วเสร็จภายในปีนี้

ขณะที่โรงเรียน St. Andrews สาทร ซึ่งนับเป็น โรงเรียนในเครือแห่งที่ 5 ยังคงเน้นการขยายสาขาโรงเรียนภายใต้การใช้พื้นที่ขนาดเล็ก ด้วยการเช่าพื้นที่ ของโรงพยาบาลบางกอกเนอสซิ่งโฮม จำนวน 5 ไร่ เป็นระยะเวลา 30 ปี รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท โดยในระยะเริ่มต้นจะใช้งบลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อปรับสภาพพื้นที่ และปรับปรุงอาคารเก่าในรูปแบบ สถาปัตยกรรมตะวันตกที่มีอายุเกือบ 100 ปี สำหรับใช้เป็นห้องเรียน

"การตอบรับจากผู้ปกครองเป็นไปอย่างดีเยี่ยม โดยเราตั้งเป้าหมายว่าภายในห้วงเวลา 2 ปี นับจากนี้ เราจะสามารถมีจำนวนนักเรียนมากขึ้นเป็น 2 เท่าของนักเรียนในปัจจุบัน หรือเติบโตขึ้นในอัตราร้อยละ 20 ต่อปี" Graham Sullivan ระบุ โดยในปัจจุบัน St. Andrews มีจำนวนนักเรียนกระจายอยู่ใน campus ทั้ง 5 แห่ง รวมประมาณ 550-600 คน ขณะที่ข้อเท็จจริงทางธุรกิจบ่งชี้ว่า จำนวนนักเรียนในแต่ละ campus ควรจะอยู่ในระดับ 240 คนขึ้นไป

ภายใต้เป้าหมายของการเติบโตในจำนวนนักเรียนดังกล่าว St. Andrews ย่อม มิได้เพ่งเล็งอยู่เฉพาะการขยายการรับรู้ไปสู่กลุ่มเป้าหมายชาวไทยซึ่งเป็นตลาดในพื้นที่เท่านั้น หากแต่ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย ที่ควบคุมการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการโรงเรียนนานาชาติในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่อนุญาตให้คนในท้องถิ่นเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติภายในประเทศ นี่อาจเป็น โอกาสและช่องทางสำคัญสำหรับ St. Andrews ในการขยายฐานนักเรียนในอนาคต

เราพยายามที่จะชักชวนให้ผู้ปกครอง นักเรียนในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย ส่งบุตรหลานมาศึกษากับ St. Andrews ในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยาเขตที่ระยอง ซึ่งเรามี boarding facility รองรับอยู่แล้ว

กระนั้นก็ดี ข้อเสียเปรียบของ St. Andrews ประการหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบัน ย่อมมิใช่ประเด็นว่าด้วยขนาดของพื้นที่ในแต่ละ campus หากแต่เป็นเพราะ St. Andrews เน้นหนักเฉพาะการศึกษาขั้นปฐมวัยและประถมศึกษา (Nursery & Kindergarten to Elementary) เท่านั้น ยังมิได้ขยายไปสู่การศึกษาในระดับมัธยมศึกษา (Secondary) ดังที่ผู้ประกอบการรายอื่นให้บริการ

แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะควร บางที St. Andrews ภายใต้การบริหารของ Graham Sullivan อาจจะขยายไปสู่การเป็น โรงเรียนนานาชาติที่มีการเรียนการสอนครบวงจรในทุกระดับชั้น เหมือนกับที่เขาเคยประสบความสำเร็จในอดีตก็เป็นได้ ซึ่งนั่นคงต้องรอการพิสูจน์จากสถานการณ์ปัจจุบันนี้เสียก่อน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย