Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2546
"ทอสี" โรงเรียนแนวพุทธ             
 


   
search resources

โรงเรียนทอสี
บุปผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์




โรงเรียน "ทอสี" เปิดสอนเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ โดยยึดหลักการการเรียนผ่านปฏิบัติจริงมานานกว่า 10 ปี จนกระทั่งวันหนึ่ง "ครูอ้วน" ก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า "เรากำลังเตรียมความพร้อมให้เด็กไปเจอกับอะไรในชีวิต"

และนั่นคือที่มาของหลักสูตร เป็นแนวพุทธศาสนาอย่างจริงจังเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับการเปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษา

บุปผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ หรือ "ครูอ้อน" รูปร่างแบบบาง ในชุดผ้าฝ้ายทอมือสีครามปนสีมะเหมี่ยว ผมซอยสั้น หน้าตาดูอบอุ่น และแจ่มใส เริ่มเล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟัง ถึงที่มาของโรงเรียนทอสี

ครูอ้อนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา จบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ ทางด้านจิตวิทยาเด็ก เคยเป็น ครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษที่โรงเรียนวัฒนาฯ และไปเป็นพนักงานประจำของธนาคารกสิกรไทย ฝ่ายพัฒนาบุคคลอยู่หลายปี

เส้นทางชีวิตหักเหให้ได้ไปเป็นครูเต็มตัวครั้งแรกที่ประเทศอเมริกา ในช่วงหนึ่งของชีวิตขณะติดตามสามีซึ่งไปศึกษาต่อปริญญาโทที่นั่น ความใสบริสุทธิ์ของเด็กๆ ในวัยเยาว์ที่แวดล้อมตัวเธอ สร้างความสุขในชีวิตให้เกิดขึ้นอย่างมากๆ เลยมุ่งมั่นว่าหากกลับเมืองไทยจะต้องมีโรงเรียนเป็นของตนเอง และต้องเป็นโรงเรียนที่ทำการศึกษาให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อเด็กๆ จะได้เรียนรู้ตามพัฒนาการของเขาอย่างมีความสุข

อนุบาลทอสี โรงเรียนเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กเล็ก เน้นในเรื่องเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจึงเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างเมื่อปี 2532 ที่ซอยเอกมัย 22

"ครูอ้อนสอนไปพักใหญ่ก็พบว่า เด็กที่โรงเรียนมี 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะอ่านหนังสือได้แตกฉาน อีกกลุ่มหนึ่งอ่านไม่ออกเลย ทำไมล่ะ ทั้งที่อยู่กับคุณครูคนเดียว กัน สอนเหมือนกัน ก็เลยเริ่มมองลึกไปยังครอบครัวของเด็ก ก็พบว่าเด็กที่อ่านออกเพราะพ่อแม่เขารู้จักที่จะป้อนความรู้ให้ลูกมาก่อนเข้าเรียน แต่ด้วยวิธีการธรรมชาติ ไม่ใช่การเรียนพิเศษ เช่น พ่อแม่อ่านให้ลูกฟัง ขับรถไป อ่านป้ายข้างทางไป ชี้ชวนให้ลูกเกิดความสนใจที่จะสะกดคำ กลับบ้านก็หาหนังสือนิทานคำง่ายๆ มานั่งอ่านกับ ลูก ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะอ่านหนังสือได้เร็วกว่าเด็กที่พ่อแม่ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้"

เมื่อพ่อแม่เข้าใจว่าการเรียนเกิดขึ้นได้ที่โรงเรียนเท่านั้น แต่การเรียนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และโรงเรียนก็หาวิธีการสอนให้ถูกทาง เมื่อเหตุและปัจจัยดีผลก็ต้องออกมาดี ซึ่งแนวคิดนี้เป็นสิ่งหนึ่งในหลักคำสอนศาสนาพุทธ

ในระหว่างที่ทำงานทางด้านการศึกษานั้นครูอ้อนได้ทำการศึกษาพระพุทธศาสนาไปด้วย และค้นพบหลายอย่างว่าสามารถเข้าสู่วิถีชีวิตประจำวันได้ ก็เลยสนใจที่จะศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อเอาแนวคำสอนนี้เข้าสอดแทรกลงลึกในหลักสูตรการเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ

"การนำเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนน่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กเหล่านี้มีความสุขในการดำรงชีวิต" เป็นสิ่งที่เธอสรุป ดังนั้นจึงได้เปิดชั้นเรียนระดับประถมขึ้นมา รองรับ

ครูอาจารย์ ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่จะทำให้แนวทางนี้ประสบความสำเร็จ จึงถูกคัดเลือกอย่างมาก เช่นเดียวกับการสอบสัมภาษณ์ผู้ปกครองก่อนรับเด็กเข้าเรียน เพื่อให้ความคิดของครู และ ผู้ปกครองสอดคล้องไปแนวทางเดียวกัน

ครูโรงเรียนทอสีจึงจำเป็นต้องรู้จักปฏิบัติธรรม ต้องเข้าใจในหลักของพระพุทธศาสนา ต้องร่วมกิจกรรมเสวนาธรรม ศึกษาเอกสารของท่านเจ้าคุณธรรมปิฎก ของท่านพุทธทาส ของท่านชยสาโร ภิกขุ ซึ่งเป็นองค์ประธานของโรงเรียน หลังจากนั้นก็จะมาสรุปกันว่าอะไรที่น่าจะลงไปสู่วิถีชีวิตของเด็ก ในขณะเดียวกันเด็กทุกคนของที่นี่จะต้องรู้จักสวดมนต์ การทำวัตร เช้าขึ้นมาเด็กๆ ต้องสงบจิตใจด้วยการฝึกเดินจงกรมในบริเวณโรงเรียน เพื่อเป็นการฝึกสติ และฝึกสมาธิ

"ครูทุกคนจะไม่ใช้คำพูดว่า "อย่า" กับเด็ก จะเป็นคัมภีร์เลย แต่จะมีเหตุผลในการห้ามในแต่ละเรื่อง และจะชมเชยเด็กเป็นพิเศษในแง่ที่ว่าเด็กคนนั้นแสดงความมีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อนในเรื่องต่างๆ ไม่ใช่เพราะคนนั้นคนนี้เรียนเก่ง เป็นต้น" ครูอ้อนอธิบายเพิ่มเติม

ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมด 270 คน โดยมีนโยบายไม่มีการรับเด็กเกิน 25-30 คนต่อห้อง เพื่อให้ได้ผลในการสอนมากที่สุด

ภาระของครูคือการสร้างมนุษย์ แต่ไม่ใช่มนุษย์ที่เรียนเก่งอย่างเดียว ต้องเป็นมนุษย์ที่ช่วยตัวเอง ได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย จึงจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ และเป็นภารกิจสำคัญของครูทุกคนของโรงเรียนแห่งนี้

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย