Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2546
หากผู้ชายไม่ได้มาจากดาวอังคาร และผู้หญิงไม่ได้มาจากดาวศุกร์             
โดย ธีรภาพ วัฒนวิจารณ์
 





ผมมีโอกาสได้คุยกับจิตแพทย์อาวุโสท่านหนึ่ง ท่านผู้นี้เคยเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูเด็กอย่างไรให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ พูดให้เป็นศัพท์ทันสมัยหน่อยก็คงต้องพูดว่า เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงลูก ว่ากันว่าหนังสือเล่มนี้ ขายดีมาก เพราะในยุคปัจจุบันที่เราขาดทั้งการสืบทอดกระบวนการในเรื่องต่างๆ รวมมาถึงการขาดแบบอย่างที่ดี เราจึงมักจะพอใจกับสิ่งที่ประจักษ์ด้วยตาและแสวงหาสูตรสำเร็จในการไปให้ถึงสิ่งนั้น

ออกมานอกเรื่องไปพักหนึ่ง กลับมาเรื่องหนังสือต่อ จิตแพทย์ท่านนี้ (ซึ่งเป็นผู้หญิง) บอกกับผมว่า ท่านมีโครงการจะออกหนังสืออีกเล่มหนึ่งเกี่ยวกับชีวิตคู่ แล้วท่านก็เล่าว่าโดยประสบการณ์ของท่านในหลายๆ ด้าน ท่านสามารถบอกได้ว่าในความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงนั้น ผู้หญิงต้องการอะไรจากผู้ชาย ซึ่งท่านเชื่อว่า สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจากฝ่ายชายคือ ความโรแมนติกในความสัมพันธ์ แต่สิ่งที่ท่านยังหาคำตอบได้ไม่ชัดเจน คือ แล้วฝ่ายชายต้องการอะไรจากความสัมพันธ์แบบชายหญิง ท่านคิดว่าฝ่ายชายอาจจะต้องการแต่เรื่องเซ็กซ์เท่านั้น

คำถามประเภทนี้ทำให้ผมต้องกลับมานั่งคิดทบทวนสิ่งที่จิตแพทย์ท่านนี้ตั้งปุจฉามา ทำให้สงสัยว่าเพศชาย รวมทั้งตัวเราเองต้องการเรื่องเซ็กซ์เป็นด้านหลัก โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่ผู้หญิงต้องการความโรแมนติกจริงหรือ?

คำถามนี้ทำให้คิดไปถึงอีกหลายเรื่องที่พูดถึงแง่มุมต่างๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่องต่างๆ หรือ ที่หากหลายท่านที่เป็นคอหนังก็คงจะนึกออก คือ เรื่อง Sex and the City ที่ฉายทางยูบีซี และบริดเจ็ท โจนส์ ไดอารี่ ที่ลงโรงไปเมื่อปีสองปีก่อน ส่วนหนังสือที่เราจะรู้จักกันดีก็คงไม่พ้นหนังสือของเกรย์ เรื่อง Men from Mars and Women from Venus

สองเรื่องแรกเป็นมุมมองของผู้หญิง ในขณะที่ Sex and The City พูดถึงมุมมองของผู้หญิงที่ทันสมัยและเสรีในหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องเพศ บริดเจ็ท โจนส์ ดูจะเป็นหญิงสาวที่ทันสมัยน้อยกว่าและหมกมุ่นเรื่องเพศน้อยกว่า แต่กังวลกับการเป็นที่ยอมรับของคนอื่น (แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ชาย) มากกว่า และพยายามเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อคงความสัมพันธ์นั้นไว้

ส่วนเล่มหลังเป็นมุมมองของนักจิตวิทยาชาย ที่ประกาศตนเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องชายและหญิง โดยผู้เขียนพยายามจะบอกกับผู้อ่านว่า ในความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิง มีแก่นแท้ของความต้องการของแต่ละฝ่ายที่เป็นชาย นั่นคือ Mars หรือดาวอังคาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสงคราม ส่วนแก่นแท้ของความเป็นหญิงคือ Venus หรือดาวศุกร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรักสวยรักงาม ความโรแมนติก โดยเกรย์พยายามจะบอกว่า หากชายมีความสนใจบางอย่างที่เหมือนผู้หญิง นั่นเป็นเพราะเขามีบางส่วนของความเป็น Venus อยู่บ้าง แต่รากฐานและแก่นแท้ของเขาก็ยังคงเป็นดาวอังคาร

แต่ไม่ว่าจะมองจากแง่มุมของชายหรือหญิง ทั้งสามรวมทั้งหนังสือหรือภาพยนตร์หลายๆ เรื่องที่พยายามสะท้อนแง่มุมของความสัมพันธ์ชายหญิง ต่างก็ให้คำตอบในแนวทางคล้ายๆ กันกับจิตแพทย์ท่านที่ผมกล่าวถึงข้างต้น คือ ชายและหญิงต่างมีความต้องการ ที่แตกต่างกันในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ นั่นคือ เนื้อแท้แล้วผู้หญิงต้องการอะไรบางอย่าง ซึ่งคนทั่วไป รวมทั้งบรรดาหนังสือ และภาพยนตร์มักจะสะท้อนเรื่องของความโรแมนติกออกมาว่าเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องการมากที่สุด ส่วนผู้ชายก็จะต้องการอะไรบางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างจากความโรแมนติกที่ผู้หญิงต้องการ แต่ความเห็นในเรื่องนี้มักจะไม่ค่อยลงตัว ความเห็นมีตั้งแต่เรื่องเพศ โดยอธิบายว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณของการดำรงเผ่าพันธุ์ทำให้ผู้ชายสนใจเรื่องนี้ ไปจนถึงเรื่องของการแสดงความนับถือและยกย่องว่าเป็นสิ่งที่ผู้ชายต้องการจากผู้หญิง เพื่อยืนยันความเหนือกว่าและการเป็นผู้นำ

สำหรับผมเอง ผมค่อนข้างจะมองต่างออกไป หากเราถามว่าผู้หญิงต้องการการเคารพยกย่องหรือไม่ ผมเชื่อว่าถามผู้หญิงทุกคน ทุกคนก็จะตอบว่าต้องการ หากถามผู้ชายว่าในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้หญิง เขาต้องการความรัก ความเอาใจใส่แบบโรแมนติกหรือไม่ คำตอบก็คือแน่นอนว่าต้องการ ไม่เช่นนั้นเราคงไม่ได้ยินประโยคประชดประชันของฝ่ายชายที่ว่า บ้านเล็กดูแลเอาใจใส่เขาในสิ่งที่บ้านใหญ่ไม่มีให้ หรือเคยมีแต่ตอนหลังไม่มี

หากบอกว่าผู้ชายต้องการแต่เรื่องเพศ ส่วนผู้หญิง ไม่ต้องการ เราก็อาจจะพบว่า สิ่งที่ผู้หญิงบ่นว่าสามีอาจจะไปมีอะไรข้างนอก เพราะเธอสังเกตว่าสามีไม่ "ขยัน" เหมือนสมัยก่อน และมักจะลงเอยโดยการขอให้สามีไปพบแพทย์หรือหายามากิน

ดังนั้นสิ่งที่เราพยายามอธิบายว่า แก่นแท้ความต้องการของหญิงและชายแตกต่างกันอาจจะเป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญสร้างขึ้นมา เพื่ออธิบายถึงปัญหารักง่ายหน่ายเร็วระหว่างหญิงกับชายว่าไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของธรรมชาติที่มันต้องเป็น (บางคนอาจไปไกลถึงขั้นว่ายีนส์กำหนดให้เพศชายต้องสำส่อน) อีกประการหนึ่งสิ่งที่เรามักเข้าใจว่าทั้งสองเพศต้องการอะไรที่ต่างกัน เช่น บางคนบอกว่าผู้หญิงต้องการให้ผู้ชายจูงมือเวลาข้ามถนน ในขณะที่ผู้ชายไม่ต้องการ จุดนี้บ่งถึงว่าผู้หญิงต้องการความโรแมนติก แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของการแสดงออกที่สังคมและวัฒนธรรมแต่ละที่ กำหนดให้คนแสดงความต้องการจากอีกฝ่ายหนึ่งแตกต่างออกไป

ในความเชื่อของผมแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง ชายและหญิงไม่มีสิ่งที่เราเรียกกันว่าความต่างของเพศ แต่ทั้งสองเพศต้องการเหมือนกัน คือ ความรู้สึกว่าเราเป็นที่ต้องการของคนอื่น ความรู้สึกว่าเราเป็นคนพิเศษ "คนเดียว" เฉพาะกับเขาหรือเธอ ความรู้สึกว่าอีกฝ่ายหนึ่งเห็นเรามีค่าด้วยการให้เกียรติ ความต้องการเวลาเรามีทุกข์เราสามารถคุยได้ "เกือบ" ทุกเรื่องกับเขาคนนั้น ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ผู้ชายและผู้หญิงต้องการเหมือนๆ กัน บนความสัมพันธ์ที่จริงจัง ไม่มีใครคิดเรื่องเซ็กซ์ก่อน เซ็กซ์จะเป็นสิ่งที่ตามมาในช่วงหลัง ไม่ใช่ว่าผู้ชายต้องการแล้วผู้หญิงไม่เหมือนอย่างที่หลายคนชอบอธิบายเหตุผลของการมีมือที่สาม ปัญหาเรื่องเพศระหว่างชายและหญิงจึงเป็นเพียงเรื่องของความพอดี และการปรับให้เข้ากัน

ความต้องการเหล่านี้หากมองให้กว้างออกไปอีกเราจะพบว่ามันเป็นเรื่องสากล นั่นคือไม่ใช่เรื่องของเพศ หรือวัย ไม่ใช่เรื่องของเชื้อชาติหรือภาษาที่ต่างกัน มนุษย์ทุกคนต้องการสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน สิ่งที่ต่างกันอยู่เพียงวิธีการแสดงออก และความหมาย ของการแสดงออกว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของอะไร เช่น คู่รักแบบตะวันตกอาจแสดงความดีใจที่ได้พบกันด้วย การกอด แต่สำหรับบ้านเราอาจจะเพียงยิ้มหรือจับไม้จับมือกัน แต่นั่นก็แสดงถึงความห่วงและความคิดถึงเช่นกัน

การพยายามหาทฤษฎีการอธิบายเฉพาะกับเรื่องนี้ หรือพยายามทำให้เป็นเรื่องพิเศษ อาจทำให้เราเข้าใจปัญหาผิดพลาดและยกการแก้ปัญหาให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศ หรือชีวิตสมรส ทำให้เราเห็นแต่ความผิดพลาดของเขา หรือความบกพร่องของเราในเรื่องที่เป็นกระพี้ ไม่ใช่แก่น การแก้ปัญหาย่อมไม่ถูกต้องหรือพลาดประเด็นสำคัญไป

สูตรสำเร็จของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชายและหญิงจึงน่าจะอยู่ที่ความต้องการที่เป็นสากลของมนุษย์ ซึ่งมีคนให้คำเพียง 3 คำแต่มีความหมายลึกซึ้งมาก นั่นคือ "tender, love and care"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย