Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์7 พฤษภาคม 2550
“บ้านปู”-“เอ็กโก”ตกผลึก CSR ด้วยแนวคิดยั่งยืนสร้างสมดุล             
 


   
www resources

โฮมเพจ บ้านปู
โฮมเพจ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

   
search resources

บ้านปู, บมจ.
ผลิตไฟฟ้า, บมจ.
Energy




ถอดรหัสหลักคิดกระบวนการทำงาน 2 องค์กรชั้นนำด้านพลังงาน”บ้านปู” คิดต่างนำวัฒนธรรมองค์กรประยุกต์บ่มวิสัยทัศน์เยาวชน ”เอ็กโก”กับแนวทางขัดเกลาตั้งแต่ต้นน้ำทั้งชุมชน-ธรรมชาติ แนะหน่วยงานเอกชนแชร์ความรู้ CSR ต่อยอดเพื่อเติมเต็ม

บนถนนการบริหารธุรกิจไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือเล็กการทำงานเพื่อสังคมดูเหมือนเป็นอีกกระบอกเสียงให้กับองค์กร ซึ่งนับวันการทำงานเพื่อสังคมหรือ CSR (Corporate Social Responsibility) จะเป็นอีกยุทธ์วิธีที่สร้างแบรนด์ของตนให้นั่งอยู่ในใจของผู้บริโภครวมถึงสังคมโดยรวมและพนักงานที่ทำงานอยู่ภูมิใจและตระหนักต่อการทำงาน

ยิ่งธุรกิจพลังงานที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับการบริหารชื่อเสียงหากการทำงานผิดพลาดส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ โดยธุรกิจนี้ต้องมีการพัฒนาเพื่อสังคมอยู่เสมอ ซึ่งในธุรกิจพลังงานของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรที่มีพัฒนาการทางสังคมมายาวนานและเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาจึงค้นพบว่าวิสัยทัศน์ภายใต้แนวคิด “บ้านปู สปิริต” สามารถประสบผลสำเร็จในการทำงานภายในองค์กร และพัฒนาสู่การทำงานเพื่อสังคมเพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ขณะที่บริษัทเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้ารายแรกของไทยอย่าง “เอ็กโก” พยายามสร้างความแตกต่างการทำงานเพื่อสังคมโดยเน้นกระบวนการบำรุงรักษาต้นน้ำซึ่งหล่อเลี้ยงทุกคนในสังคมให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งหลังจากรีแบรนด์ดิ้งกระบวนการทำงานภายในเมื่อต้นปีที่แล้วส่งผลให้รากฐานของกลุ่มบริษัทเป็นปึกแผ่นมากขึ้น

“บ้านปู สปิริต”จุดต่างคือความลงตัว

เมื่อเกิดวิกฤตย่อมมีโอกาสตามมาเสมอ ซึ่งบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจากเมื่อ 20 ปีก่อนที่เกิดวิกฤตราคาน้ำมันเตาราคาสูงส่งผลให้โรงบ่มใบยาสูบที่กลุ่มผู้บริหาร “บ้านปู” ในขณะนั้นต้องค้นหาพลังงานที่สามารถลดต้นทุนการผลิต และค้นพบว่าถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่นำมาทดแทนน้ำมันเตาได้ ซึ่งต่อมาธุรกิจเหมืองถ่านหินจึงเป็นธุรกิจหลักสร้างรายได้อย่างงดงามให้กับองค์กร

อุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายสื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากกระแสการทำงานเพื่อสังคมหรือ CSR เริ่มเข้ามาบริษัทได้มีการจัดระบบการทำงานเพื่อสังคมใหม่เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาเพื่อสร้างพลังร่วมระหว่างบริษัทและชุมชนในแนวคิดการทำงานเพื่อสังคมภายนอกกระบวรการผลิต (CSR after process) จึงเกิดแนวคิดการนำวัฒนธรรมองค์กรคือ “บ้านปู สปิริต” มาปรับใช้โดยผ่านกิจกรรมที่เป็นขั้นตอนหลักในการพัฒนาคนตลอดจนสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดความยั่งยืนและความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงความซื่อสัตย์ในการทำงานเพื่อสร้างแนวคิดของเด็กรุ่นใหม่ให้เกิดความยั่งยืนแก่สังคม

ตลอดจนแนวความคิดในความใส่ใจของการทำงานและการดำเนินชีวิตให้อยู่อย่างไม่เบียดเบียนกับสิ่งแวดล้อม และการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่เป็นอีกปัจจัยจะต้องเร่งสร้างให้เกิดภายในตัวบุคคลเพื่อสร้างพลังร่วมในการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

จากแนวคิด “บ้านปู สปิริต” บริษัทเน้นสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดเพื่อการพัฒนาเนื่องจากในอดีตสังคมไทยค่อนข้างเป็นสังคมที่ยึดถือความคิดของผู้ใหญ่เป็นหลักส่งผลให้การทำงานในแต่ละขั้นตอนล้าช้า

ดังนั้นบริษัทจึงพยายามดึงศักยภาพภายในตัวบุคลที่มีอยู่ให้ปรากฎออกมาผ่านกิจกรรม

อย่างเช่น โครงการตลาดประกอบฝัน หรือ “โครงการยิ้ม” ซึ่งริเริ่มและดำเนินการโดยกลุ่มวาย ไอ วาย เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นใหม่ในการริเริ่มดำเนินกิจกรรมพัฒนาสังคมตามแนวคิดความสนใจของตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริงโดยเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-25 ปีทั่วประเทศแสนอโครงการที่ปฎิบัติได้จริงเพื่อขอรับทุนสนับสนุน

สำหรับปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นปีที่ 3 ของการดำเนิน “โครงการยิ้ม” โดยเป็นปีแรกภายใต้การสนับสนุนของบริษัทมีโครงการพัฒนาสังคมจำนวน 8 โครงการ ผ่านการคัดเลือกเพื่อรับทุนจาก 62 โครงการที่เข้าร่วม เช่น โครงการ “อนาชีด บทเพลงเพื่อสันติภาพ” โดยกลุ่มจันทร์เสี้ยว (อนาชีดและการแสดง) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ทั้งนี้ กระบวรการทำงานเพื่อสังคมในกระบวนการทำงาน (CSR in process) มีการตั้งกองทุนฟื้นฟูสภาพดินซึ่งผ่านการขุดเพื่อนำถ่านหินมาใช้งาน โดยเงินที่ได้จากการขายถ่านหิน 1 ตันจะถูกหักออก 8 บาท เพื่อเข้ากองทุนสำรองหากมีกิจกรรมที่ฉุกเฉิน และมีการเตรียมพื้นที่เพื่อพักดินที่ขุดจากการทำเหมืองและมีการตรวจสอบแร่ธาตุของดินอยู่เสมอเพื่อบำรุงแร่ธาตุในดิน ซึ่งหลังจากนั้นจึงนำดินมากลบให้เป็นเหมือนเดิมพร้อมทั้งปลูกป่าเพื่อบำรุงรักษาพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์

รวมถึงมีการส่งบุคลากรไปสัมมนาในประเทศและต่างประเทศเพื่อเพิ่มทักษะการทำงาน ขณะที่ทุกปีจะมีงบประมาณส่งพนักงานไปเรียนต่อปริญญาโททั้งในประเทศและต่างประเทศปีละ 2 คน ซึ่งดำเนินงานมากว่า 10 ปี

“บริษัทพยายามสนับสนุนทำงานเพื่อสังคมด้วยการสนับสนุนเงินอย่างเหมาะสมเพื่อให้วันหนึ่งชาวบ้านและชุมชนยืนได้ด้วยตนเอง และเกิดการทำงานร่วมกันทั้งบริษัทและชุมชนเพื่อติดตามผลแห่งความสำเร็จอย่างพอเพียง” อุดมลักษณ์ กล่าว

“เอ็กโก”ปลูกฝังต้นทางความคิด

สำหรับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก แนวคิดการทำงานเพื่อสังคมมุ่งเน้น “สร้างต้นทางที่ดีเพื่อให้ปลายทางที่ดี” โดยกระบวนการทำงานเพื่อสังคมนอกกระบวนการทำงาน (After Process) พยายามทำกิจกรรมในกลุ่มเป้าหมายคือเยาวชนให้เกิดการตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับ “บ้านปู”

วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กล่าวว่า บริษัทมีการทำงานอิงกับชุมชนเพื่อให้เกิดความพอเพียงอย่างมีความสุข ซึ่งโครงการทำงานเพื่อสังคมนอกกระบวนการผลิตตามแนวคิด“สร้างต้นทางที่ดีเพื่อให้ปลายทางที่ดี” เช่น โครงการปลูกต้นไม้บนดอยสูงบริเวณ ผาหินตั้ง ขุนน้ำแม่ยะ แม่บอน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาพื้นป่าต้นน้ำทางภาคเหนือที่หล่อเลี้ยงผู้คนในประเทศไทยร่วมกับชุมชนและเยาวชนที่สนใจ

ซึ่งจากกิจกรรมปลูกป่าต้นน้ำบริษัทพยายามปลูกป่าในใจของเด็กที่เข้าร่วมโครงการให้ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ เช่นเด็กในกรุงเทพฯบางคนพอมาเข้าร่วมโครงการต่างมีความคิดที่ตระหนักเพื่อจะรักษาสิ่งแวดล้อมในบ้านและขยายต่อสู่ชุมชนหรือที่โรงเรียน ขณะเดียวกันจะเกิดกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ของเด็กในหมู่เพื่อน

โดยโครงการที่เป็นโปรเจกต์ใหญ่ของปีนี้เน้นการทำงานทั่วประเทศคือ โครงการ “เครือข่ายโรงเรียน-เยาวชน ลดโลกร้อน (Global warming) ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยตั้งศูนย์การเรียนรู้ภูมิภาคละ 2 แห่ง เนื่องจากภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนต่างให้ความสนใจ ขณะเดียวกันการทำงานเพื่อสังคมที่ผ่านมาเน้นเยาวชนเป็นหลักซึ่งโครงการเดิมสามารถต่อยอดความรู้ให้กับเยาวชนได้เป็นที่น่าพอใจ แต่โครงการ“เครือข่ายโรงเรียน-เยาวชน ลดโลกร้อน” จะเน้นให้ความรู้กับครูเพื่อถ่ายถอดความรู้แก่นักเรียนโดยผ่านกิจกรรมหรือสื่อการสอนที่ประยุกต์ให้เข้ากับวัยของเยาวชนโดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินงานต้นปีการศึกษาหน้า

ทั้งนี้ การทำงานเพื่อสังคมด้านชุมชนบริษัทต้องมีความละเอียดอ่อนมากในการทำงานเช่น โรงงานผลิตไฟฟ้าขนอม ทีจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่มุ่งเน้นกิจกรรมเพื่อชุมชนเนื่องจากสังคมรอบโรงงานเป็นชุมชนมีความใกล้ชิดด้านปฏิสัมพันธ์เช่น โครงการสร้างปาการังเทียมตามแนวชายฝั่งโรงไฟฟ้า โดยร่วมกับกรมปะมงเพื่อทิ้งตู้คอนเทนเนอร์ให้ปะการังยึดเกาะขณะเดียวกันเรืออวนจะเข้ามาทำลายแนวปะการังไม่ได้

กระนั้นจะเริ่มการทำงานวางแนวปะการังและทิ้งตู้คอนเทนเนอร์ในปลายเดือน พฤษภาคม ปีนี้ 9 ตู้ ซึ่งร่วมกับชาวบ้านและเยาวชนในพื้นที่เพื่อสร้างการเรียนรู้โดยระยะการทำงาน 5 ปี เมื่อแนวปะการังสมบูรณ์ปลาจะมีที่พักอาศัยส่งผลให้ชุมชนส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพประมงมีรายได้เพิ่มขึ้น

วุฒิชัย กล่าวอีกว่า การทำงานเพื่อสังคมในกระบวรการผลิต (In-Process) หัวใจหลักของการทำงานคือตัวพนักงานซึ่งหากพนักงานในองค์กรมีจิตสำนึกกระบวนการจะเกิดโดยอัตโนมัติเช่นพนักงานจะมีจิตสำนึกเสมอว่าจะทำงานอย่างไรไม่ให้ประสบอุบัติเหตุและไม่เกิดมลพิษ ตลอดจนเรียนรู้การใช้ทรัพยากรในการทำงานอย่างคุ้มค่าเช่น การใช้ลิฟต์บริษัทมีการอบรมและติดป้ายเตือนหน้าลิฟต์เพื่อรณรงค์การประหยัดพลังงาน

ขณะเดียวกันกิจกรรมความร่วมมือระหว่างพนักงานแต่ละโรงงานจะมีการคัดเลือกผู้แทนแต่ละแห่งเพื่อเข้าร่วมค่ายสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมในกระบวนการผลิตและนอกการผลิตโดยในปีนี้หลังจากบริษัทรีแบรนด์ดิ้งภายในองค์กรเครือข่ายจะมีการทำงานที่เข้มข้นและเป็นปึกแผ่นเพื่อถ่ายทอดความรู้การทำงานเพื่อสังคม

“ในอุตสาหกรรมพลังงานการทำงานเพื่อสังคมเป็นอีกกระบวรการบริหารซึ่งเป็นวิสัยทัศน์เกือบทุกบริษัท ดังนั้นหากมีการแลกเปลี่ยนความรู้การทำงานเพื่อสังคมก็จะเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากการร่วมมือกันระดมความคิดย่อมสร้างผลลัพทธ์ทางสังคมที่ดีขึ้นแต่ต้องคำนึงถึงบางนโยบายที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน”วุฒิชัย กล่าวย้ำ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย