Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2536








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2536
"พิพิธภัณฑ์แบงก์ชาติ เส้นทางเงินตราไทย"             
 


   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
ประพาพิมพ์ ศกุนตภัย




ความคิดเรื่องการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นเริ่มมาตั้งแต่สมัยที่ ดร. ป๋วย อึ้งภากรณ์ เป็นผู้ว่าการฯ และพิสุทธิ์ นิมมานเหมินทร์ เป็นรองผู้ว่าฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเงินตราไทย และประวัติการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทยตลอดช่วงระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากเพื่อการอนุรักษ์เงินตราไทยที่เป็นมรดกสำคัญทางประวัติศาสตร์

เริ่มต้นจากห้องเล็ก ๆ เพียง 1 ห้องที่มีของแสดงน้อยมากในสมัยที่แบงก์ชาติยังตั้งอยู่ที่ถนนสุริวงศ์ ซึ่งขณะนั้นยังไม่สามารถเรียกว่าพิพิธภัณฑ์ได้อย่างเต็มปากนัก ภายหลังจากแบงค์ชาติย้ายที่ทำการจากวังบางขุนพรหมไปอยู่ที่ตั้งปัจจุบัน เมื่อปี 2525 แล้ว โครงการตั้งพิพิธภัณฑ์แบงก์ชาติก็เริ่มเดินหน้า โดยปรับปรุงวังบางขุนพรหมทั้งหลังเป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์

10 ปีเต็ม ๆ สำหรับการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เงินตราของไทยให้สมบูรณ์เต็มรูปแบบ เฉพาะการปรับปรุงพื้นฟูตัววังบางขุนพรหมก็กินเวลาถึง 4 ปีกว่า เนื่องจากเป็นอาคารที่มีอายุเก่าแก่ถึง 90 ปี จึงต้องพิถีพิถันมากเพื่อคงสภาพให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด ทั้งในด้านคุณค่าและความงามทางประวัติศาสตร์

การบูรณะซ่อมแซมวังบางขุนพรหมเริ่มลงมือกันอย่างจริงจังในปี 2531 และเสร็จสิ้นในช่วงต้นปี 2534 ทันพอดีที่จะใช้เป็นสถานที่เลี้ยงรับรอง นายธนาคารทั่วโลกที่มาประชุมเวิลดิ์แบงค์ในช่วงเดือนตุลาคม 2534 โดยมีประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย ผู้ช่วยผู้ว่าการสายที่ 4 เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ตัวพิพิธภัณฑ์เสร็จเพียง 3 ห้องเท่านั้น

จนถึงวันที่ 9 มกราคม 2535 จึงเปิดตัวได้อย่างสมบูรณ์ทุกห้อง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ชั้นล่าง เป็นการแสดงถึงวิวัฒนาการของเงินตราตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่ใช้ลูกปัด หิน ฯลฯ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน จนกระทั่งใช้เหรียญหรือธนบัตรในปัจจุบัน ชั้นบนเป็นการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงระยะเวลาตลอด 50 ปีที่ผ่านมานอกเหนือจากประวัติของวังบางขุนพรหม และขั้นตอนการพิมพ์ธนบัตรอย่างละเอียด ฯลฯ

มูลค่าเฉพาะการ บูรณะตัวอาคารทั้งภายนอกและภายในตก 70 ล้านบาท

ประพาพิมพ์เปิดเผยว่าของที่นำมาจัดแสดงส่วนใหญ่ได้มาจากนักสะสมของเก่าที่นำมาขาย หรือให้ยืมในระยะยาว ขณะที่ในส่วนของธนาคารที่สะสมเองนั้นมีน้อยมาก แม้จะพยายามหาซื้อเพิ่มเติมแล้วก็ตาม

"พิพิธภัณฑ์แบงค์ชาติไม่ได้มีความหมายแค่เพียงสถานที่ที่ใช้เป็นห้องเก็บของหรือตู้เก็บของเหมือนพิพิธภัณฑ์อื่นบางแห่งเท่านั้น แต่เราต้องการให้คนชมได้รับความเพลิดเพลิน ความสวยงาม ตลอดจนได้รับเรื่องราวอย่างถูกต้อง" ประพาพิมพ์กล่าว

ดังนั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบแสงสี เทคนิคฉากละคร และระบบคอมพิวเตอร์ ฯลฯ มาเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ให้ผู้ชมได้รับทั้งความเพลิดเพลินและความรู้

แต่ใช่ว่าใครทุกคนจะเดินเข้าไปชมตามใจชอบได้ทุกเวลา เพราะระเบียบที่ทางแบงก์ชาติตั้งขึ้นมาก กำหนดว่าจะต้องเข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องขออนุญาตก่อนล่วงหน้าทุกครั้ง

"จุดประสงค์ที่ต้องทำอย่างนี้ ก็เพราะไม่ต้องการให้ตัวอาคารและพิพิธภัณฑ์ทรุดโทรมเร็วเกินไป จากการเปิดให้ประชาชนเข้ามาชมได้อย่างไม่มีข้อจำกัด" ประพาพิมพ์กล่าว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย