Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2534
อย่าตกใจ เมื่อมีการเทคโอเวอร์ ในตลาดหุ้น             
โดย ทักษ์ศิล ฉัตรแก้ว
 

 
Charts & Figures

ราคาหุ้นของธนายง
การเปรียบเทียบแนวโน้มของตลาดหลักทรัพย์สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา


   
search resources

ธนายง, บมจ.
Stock Exchange




"ธนายงเทคเทคโอเวอร์รีเจนท์" "ธนายงแลกหุ้นกับฟินวัน" "ภูเก็ตยอช์ทคลับถูกเทคโอเวอร์" 1 เดือนที่ผ่านมาในวงการนีกเล่นหุ้นได้มีการกล่าวขานถึงการซื้อขายกิจการกันอย่างหนาหูเนื่องจากตอนที่เกิดการเทคโอเวอร์ขึ้นนั้นตลาดหลักทรัพย์ ยังมิได้มีกฎเกณท์ในการควบคุมให้มีการในการเปิดเผยข้อมูลเพื่อป้องกันผลประโยชน์ของผู้ที่ถือหุ้นรายย่อยแต่อย่างใด ในฐานะของนักลงทุนทั่วไปความทำอย่างไร? ควรว่างท่าทีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร? แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวอย่างไรจึงจะทำกำไร ได้มากที่สุดโดยมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ?

การซื้อกิจการ เป็นวิถีทางหนึ่งที่จะขายตัวทางธุรกิจ เมื่อเศรษฐกิจของประเทศมีการขยายตัว กิจกรรมประเภทนี้ก็มักจะมีมาก อันที่จริงการซื้อขายกิจการมีมานาแล้วในประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นกิจการที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เหตุการณืเหล่านี้จจึงมิได้อยู่ในความจนใจของนักลงทุนโดยทั่วไปมากนัก

เมื่อไม่นานมานี้ได้เริ่มมีการซื้อกิจการที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้กลไกของตลาดหลักทรัพย์ในการเข้าครอบครองกิจการที่เป็นเป้าหมาย ทั้งที่เป็นครอบครองที่สมยอมกันล้วงหน้า( FRIENDLY TAKEOVER) เช่น เจ แอนด์ เจ โฮลด์ , สายชาย, และการเข้าครอบครองแบบที่ต้องหักล้างกัน เช่น ธนาคารแหลมทองและ สหธนาคาร (สำหรับกรณีสหธนาคารผลของเทคโอเวอร์ยังไม่มีการซื้อขาด)

การซื้อกิจการเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้รายใหญ่เสียเป็นส่วนมากแต่เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปหยกๆ คือกรณีของรีเจนท์ และภูเก็ตยอช์ทคลับ นั้นอาจกล่าวได้ว่าได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อยมากกว่าครั้งในอดีต

เพราะบริษัทที่แสดงความประสงค์ที่จะเข้ามาครอบครองกิจการ(ACQUIRING COMPANY) คือ ธนายง และกลุ่มนิธิภัทร ได้ทำการประกาสอย่างเป็นทางการให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทเป้าหมายนำหุ้นของตัวเองมาแลกเป็นเงินสดได้ที่สำนักงานที่ปรึกษาทางการเงินของตัวเอง ในราคาที่ได้คำนวณไว้ล่วงหน้าคือ 41 บาท สำหรับ รีเจนท์ และ 75 บาท สำหรับภูเก็ตยอช์คลับ คาดว่าในอนาคตการกระทำแบบนี้จะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการประกาศใช้ กฎหมาย SEC ที่จะบังคับให้ผู้ซื้อต้องทำ TENDER OFFER เมื่อจะเข้าซื้อหุ้นในบริษัทอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุมเสียงส่วนใหญ่

โดยปกติเมื่อมีการซื้อขายกิจการ ทั้งที่ผู้ซื้อและผู้ขายต่างจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งคู่ ราคาหุ้นของบริษัทที่เป็นผู้เสนอซื้อจะเคลื่อนไหวในทางลดลง และราคาหุ้นของบริษัทที่เป็นเป้าหมายจะเคลื่อนไหวในทางสูงขึ้น ยิ่งถ้ามีผู้เข้ามาเสนอซื้อหลายรายราคาหุ้นของบริษัทของบริษัทเป้าหมายก็จะยิ่งสูงขึ้น ในฐานะนักลงทุนที่ถือหุ้นของบริษัทเป้าหมายอยู่ก่อนที่จะมีการประกาส TENDER OFFER นั้นถ้าได้ยินข่าวลือว่าจะมีการเทคโอเวอร์เกิดขึ้น (ข่าวลือนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่มากจะเกิดขึ้น แม้กระทั้งในตลาดฯ ที่พัฒนาแล้วอย่าง เช่น สหรัฐอเมริกาก็ตาม) ก็ไม่ควรที่จะตื่นตกใจรีบขายหุ้นทั้งซึ่งอาจจะทำให้ขาดทุนกำไรไปอย่างน่าเสียดาย ควรรอดูก่อนว่า เขาจะทำ TENDER OFFER ณ ราคาเท่าไหล่เพื่อจะได้คำนวณดูว่าราคาที่ OFFER นั้นเหมาะสมหรือไม่ ความการเงินฉบับใหม่หลักจากที่ถูกเทคโอเวอร์แล้ว ถ้านักลงทุนเห็นว่าราคา OFFER นั้นต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็นก็ควรที่จะเก็บหุ้นไว้ เพื่อยอมให้มีการทำ TERDER OFFER ในรอบต่อไป ซึ่งผู้ซื้อมักที่จะเพิ่มราคาเหมาะสมจะพิจารณาได้จาก INFORMATION MEMORANDUM ที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมดูแล เช่น ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ SEC ถึงวิธีการประเมินราคา และประมาณการงบขึ้นไปอีก

หรืออีกกรณีหนึ่งถ้านักลงุทนเห็นว่าการที่บริษัทถูกเทคโอเวอร์จะทำให้ผลประกอบการในอนาคตดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อราคาหุ้นสูงขึ้นมากกว่าราคา TENDER แล้วก็ควรจะถือหุ้นนั้นไว้ในระยะยาวอาจเป็นได้

ในทางกลับกันถ้ามีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นของ ACQUIRINGFIRM ก็ไม่ควรที่จะตีตนไปก่อนไขหรือตื่นเต้นกับเหตุการที่เกิดขึ้น ควรพิจารณาให้ครอบคอบของคุณสมบัติของบริษัทเป้าหมายว่าเหมาะสมหรือไม่เพื่อป้องกันไม่ไดาเกิดการ " เอาน้ำเน่ามาปนกับน้ำดี " ถ้าเป็นไปในทำนองที่จะทำให้เกิดการเสียหายในระยะยาวก็ควรที่จะใช้สิทธิที่เป็นผู้ถือหุ้นทำการคัดค้านการเทคโอเวอร์ครั้งนั้น

นอกจากนั้นควรพิจารณาถึงกลไกในการเทคโอเวอร์ด้วยเช่นว่าซื้อเงินสด หรือแลกด้วยหุ้นแล้วเอาหุ้นส่วนไหนไปแลกและสัดส่วนเท่าไร จะทำให้เกิด DILUTION EFFCT มากน้อยเพียงใด ถ้าซื้อด้วยเงินสดแล้วเอาเงินมาจากไหน กู้มาหรือป่าว มากน้อยเท่าใด มีบริษัทอื่นมาประมูลแข่งด้วยหรือไม่ ราคาที่เสนอซื้อในสมเหตุสมผลแค่ไหน ใช้วิธีไหนในการประเมินราคา ซึ่งประเด็นเหล่าผู้บริหารจะต้องเปิดเผยข้อมูลให้ทราบโดยการจัดทำ INFORMMATION MEMORANDUM อย่างละเอียด

เงินลงทุนในต่างประเทศ นักเก็งกำไรมืออาชีพ ที่เรียกตัวเองว่า ARB หรือ ARBRITRAGUER เมื่อเก็งว่าจะมีการเทคโอเวอร์เกิดขึ้นก็มักที่จะเข้าไปซื้อหุ้น (LONG) ของบริษัทเป้าหมายไว้ก่อนและในขณะเดียวก็จะเข้าไปขายหุ้น (CHORT) ของACQUIRING COMPANY ไว้

เมื่อเกิดการเทคโอเวอร์ขึ้นจริงเขาก็จะมีการขายและก็ซื้อคืน( REVERSE POSITION) หุ้นดังกล่าวซึ่งทำให้ได้กำไร

แต่ในตลาดบ้านเรามากฎหมายห้ามทำ SHORTSELL การเก็งกำไรจึงทำได้ด้านเดียว ปัจจุบันในบ้านเราเปิดเผยข้อมูลยังเป็นไปอย่างจำกัด ประกอบกับนักลงทุนยังขาดกับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงกลไกทางการเงินที่อยู่เบื้องหลักการเทคโอเวอร์แต่ละครั้ง

ซึ่งมักจะเห็นอยู่บ่อยๆ ว่าหุ้นของบริษัทที่มีข่าวลือว่าจะเทคโอเวอร์บริษัทอื่นนั้นมักจะขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าการเทคโอเวอร์ครั้งนั้นจะดี หรือเลวอย่างไรตัวอย่างที่เห็นชัดคือกรณีของธนายง ซึ่งประกาศเข้าถือหุ้น 40 % ของกลุ่มบริษัทช้างคลานโฮเต็ล โดยการแลกหุ้นกัน

การแลกหุ้นครั้งนั้นมีความคลุมเครือมาก ตลาดหลักทรัพย์เองก็ไม่ได้ให้ความสนใจที่บังคับให้ธนายงเปิดเผยข้อมูลว่า การแลกหุ้นครั้งนั้น นอกจากแลก ณ ราคา 301 บาทแล้ว เอหุ้นส่วนไหนไปแลก หุ้นส่วนนั้นหุ้นที่เรียกชำระแล้วหรือยัง ถ้าเรียกชำระแล้ว กระบวนการในการเรียกชำระเป็นอย่างไรเข้าไป ถือหุ้น 40 % แล้วดีต่อผู้ถือหุ้นอย่างไร

ความคลุมเครือครั้งนั้นได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน หลักจากนั้นอีกไม่นาน ธนายงก็ประกาศใช้วิธีนั้นอีก ซึ่งคราวนี้กลายเป็นเรื่องที่คึกโครมใหญ่โต ดังนั้นในฐานะนักลงทุนควรวางท่าทีให้ดีศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ

นอกจากนั้นควรช่วยกันผลักดันให้มีหน่วยงานเข้ามาควบคุมดูแลเรื่องการเปิดเผยข้อมูลให้เพียงพอ ซึ่งกรณีธนายงนี้คิดว่าคงจะเป็นเรียนที่ดี " บทเรียนของธนายงครั้งนี้ เป็นสิ่งเตือนใจแก่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และแก่นักลงทุนทั้งหลายด้วย ในเรื่องของการปล่อยข่าวออกมาก่อนที่เปิดเผยข้อมูลให้จัดเจน… ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหุ้นที่เขานำไปแลกนั้นถูกกฎหมายหรือไม่กรณีนี้ทำกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาสามารถใช้สื่อมวลชนให้เป็นประโยชน์ได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะเกิดการใช้ข้อมูลภายในมากเพราระเปิดเผยข้อมูลไม่ชัด " เจ้าหน้าที่ระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้หนึ่งกล่าวไว้

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย