Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2550








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2550
An Oak by the window...อนาคตคอมพิวเตอร์กับคืนวันอันแสนสุข             
โดย ธวัชชัย อนุพงศ์อนันต์
 


   
www resources

Apple Homepage
Microsoft Homepage

   
search resources

APPLE
Microsoft Corporation
Computer




ขณะที่ผมไปเดินหลงวนเวียนอยู่ในกรุงโตเกียว คืนวันหนึ่งผมก็ได้พบเจอกับน้องที่ไม่เจอกันมานานมากกว่า 10 ปี ด้วยวิธีที่สภาวะของ "โลกกลม" สามารถทำให้เรามาเจอกันได้ บนรถไฟที่กำลังส่งผมกลับสู่ที่พัก น้องคนนั้นก็ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของวงการคอมพิวเตอร์ขึ้นมา มันทำให้ผมมาลองนั่งคิดดูว่า โลกของคอมพิวเตอร์กำลังจะก้าวไปสู่เส้นทางไหนบ้าง

ปกติแล้ว ทุกๆ ปี จริงๆ แล้วอาจจะกล่าวได้ว่าทุกไตรมาสหรือตามช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของตลาดหุ้น เรามักจะเห็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งก็มักจะเป็นการเพิ่ม ความเร็วของซีพียู, ขนาดของเมมโมรีที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการลดลงอย่างฮวบฮาบ ของราคา หรือซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับการใช้งานได้มากขึ้น แม้จะมีความต้องการทรัพยากรของเครื่องเพิ่มขึ้นอย่างมากมายก็ตาม นอกจากนี้เส้นแบ่งระหว่างวงการบันเทิงกับวงการคอมพิวเตอร์ที่บางลงเรื่อยๆ ก็ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความบันเทิงให้กับคนในบ้าน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างวงการคอมพิวเตอร์, สื่อสารโทรคมนาคม และวงการบันเทิงอย่างเนียนที่สุด

แต่เมื่อเราพยายามมองหาสิ่งที่เป็นความแปลกใหม่ชนิดหลุดไปจากที่เราเห็นๆ กันอยู่ โดยไม่ใช่เรื่องของการเพิ่มความเร็วหรือเพิ่มขนาด เรากลับหามันได้ยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน ในยุคที่ความเร็วของการออกผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องสำคัญกว่าความแตกต่าง เราจึงอาจจะต้องมาแข่งกันเพิ่มขนาดความจุฮาร์ดดิสก์หรือความเร็วของเครื่อง และทำซ้ำไปซ้ำมาแบบเดาอนาคตได้อย่างง่ายดาย

ผมคิดว่าในวงการคอมพิวเตอร์ต้องการคนอย่างสตีฟ จ็อบ เยอะๆ เช่นเดียวกับที่ต้องการบริษัทอย่างแอปเปิล แนวทางของพวกเขาค่อนข้าง น่าสนใจในแง่ว่าเป็นการพยายามฉีกตัวเองออกจากแนวทางของตลาด โดยอาศัยสิ่งที่ตลาดกำลังให้ความสนใจอยู่ ในอดีตที่ผ่านมา พวกเขาทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นมากกว่าการเป็นแค่เครื่องพิมพ์ดีดหรือ หน้าจอรับคำสั่งประเภทข้อความไปเรื่อยๆ แอปเปิลทำให้เมาส์กลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น ไม่แพ้คีย์บอร์ดไปแล้วในปัจจุบัน และทำให้หน้าจอคอมพิวเตอร์สามารถเพิ่มลูกเล่นที่หลากหลายได้

สิ่งที่แอปเปิลขาดอยู่เพียงอย่างเดียวก็คือทำอย่างไรถึงจะหาเงินจากมันให้ได้มาก ที่สุดเพื่อที่จะอยู่ในตลาดได้นานที่สุด พูดง่ายๆ พวกเขาหน้าเงินน้อยเกินไปหน่อย ทำให้ถูก คู่แข่งหลายเจ้าแซงหน้าแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้ แต่สิ่งที่พวกเขาแย่งไปไม่ได้คือความสร้างสรรค์นั่นเอง

แม้ช่วงที่สตีฟ จ็อบ จะถูกกดดันให้ออกจากแอปเปิลไป แต่เขาก็ได้ก้าวเข้าไปมีส่วนในการทำให้วงการบันเทิงเข้ามาใกล้กับวงการคอมพิวเตอร์แบบที่อาจจะไม่มียุคสมัยไหนเคยเป็นมาก่อน การก่อตั้งบริษัทพิกซาร์สตูดิโอที่มีผลงานในช่วงที่ผ่านมากมายและทำให้ดิสนีย์ซึ่งเป็นเจ้าตลาดบันเทิงสำหรับเด็กต้องสั่นคลอนครั้งใหญ่ ด้วยผลงานอย่าง Toy Story, a Bug's Life, The Incredibles, Nemo, Cars และที่กำลังจะเผยแพร่ล่าสุดอย่าง Ratatouille ผลงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของพิกซาร์ได้ทำให้สัดส่วนของเค้กที่แบ่งกันในวงการฮอลลีวู้ด เริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ยักษ์ใหญ่หลายๆ รายต้องหันมามองการเคลื่อนไหวของยักษ์เล็กอย่างพิกซาร์ ซึ่งในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้นก็มีหน้าใหม่ของวงการบันเทิงที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน

การกลับไปสู่แอปเปิลของสตีฟ จ็อบนำมาสู่การถือกำเนิดของ iPod ซึ่งมาสร้างความสั่นสะเทือนครั้งสำคัญให้กับวงการเพลง และการเชื่อมโลกของเพลงให้เข้ากับวงการมือถือและคอมพิวเตอร์มีภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น iPod แทบจะทำให้โซนี่ต้องหายไปจากตลาดหลังจากเติบโตอย่างยิ่งใหญ่จากโซนี่วอล์กแมน กว่า 20 ปีที่ผ่านมา และในช่วงที่กำลังเขียนต้นฉบับนี้ต่อเนื่องถึงช่วงที่นิตยสารผู้จัดการเล่มนี้วางตลาดก็จะเป็นช่วงที่แอปเปิลจะได้ฤกษ์วางตลาด iPhone ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือ ของแอปเปิลที่กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงวงการโทรศัพท์มือถือครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เพราะเพียงแค่การเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีก็เกิดการพยายามเลียนแบบ iPhone ของแอปเปิลกันบ้างแล้ว ในขณะที่แอปเปิลต้องรอวางตลาดอย่างเป็นทางการช่วงกลางปี

จุดเด่นของเครื่อง iPhone หลายๆ คนน่าจะเคยอ่านกันแล้วบ้าง โดยเฉพาะจากบทความก่อนหน้านี้ของผมที่เคยพูดถึงการเปิดตัวมือถือรุ่นนี้มาแล้ว ซึ่งจุดเด่นอันหนึ่งของ iPhone อยู่ที่หน้าจอที่มีเพียงปุ่มเดียวและอาศัยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของระบบสัมผัสหน้าจอ ซึ่งนิตยสารไทม์อธิบายว่าเป็น การทำให้เส้นแบ่งระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกเสมือนเบาบางลงเรื่อยๆ

ขณะเดียวกันไมโครซอฟท์ก็กำลังจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรียกว่า มิลาน (Milan) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบสัมผัสหน้าจอเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เราอาจจะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญทุกครั้งเวลาต้องใช้อุปกรณ์ประเภทสัมผัสหน้าจอทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นตู้เอทีเอ็มหรือเครื่องช่วยค้นหาต่างๆ ตามออฟฟิศทันสมัยในปัจจุบันที่ความทันสมัยกลับสร้างความ หงุดหงิดขึ้นได้ แต่เทคโนโลยีที่ iPhone มานำเสนอจะมีการตอบสนองต่อระบบสัมผัสที่มากขึ้นแต่ไม่มากจนเกินไป โดยจะมีซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกรองว่าสัมผัสที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการสัมผัสอย่างตั้งใจหรือไม่ และสร้างความฉลาดของซอฟต์แวร์ในการช่วยจัดการเกี่ยวกับการสัมผัสที่มากกว่าหนึ่งหน หรือ multiple touch

จริงๆ แล้วหลักการของหน้าจอใหม่ของแอปเปิลนี้เหมือนกับแนวคิดของการใช้เมาส์ของแอปเปิลสมัยแรกๆ โดยคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นสิ่งของหรือ object ที่มีจริงที่เราสามารถมองเห็นและจัดการมันได้ตามกฎของสิ่งของที่มีรูปร่างสัมผัสได้ทั่วไป

แม้จะมีข่าวลือหนาหูว่าเทคโนโลยีอันนี้ไม่ได้มาจากความคิดของแอปเปิลล้วนๆ โดยแอปเปิลไปขอซื้อมา แต่ในโลกโลกาภิวัตน์แล้ว นี่คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่แอปเปิลก็คงหนีไม่พ้นเช่นกัน

ในขณะที่มิลานของไมโครซอฟท์เป็นทัชสกรีนขนาดใหญ่เท่าโต๊ะ โดยมิลานนี้สามารถรองรับการสัมผัสแบบ multiple touch เช่นกัน โดยมิลานอาศัยกล้องอินฟรา เรดในการจับการเคลื่อนไหวและสัมผัสของนิ้ว ในขณะที่ iPhone ของแอปเปิลใช้คุณสมบัติเกี่ยวกับไฟฟ้าในนิ้วมือของคนในการจับสัมผัส

เราอาจจะมองว่า มิลานน่าจะเหมือนของเล่นชิ้นใหม่ของไมโครซอฟท์ที่อาจจะไม่สามารถเอาไปทำอะไรได้มากมาย แต่ทีมการ ตลาดของไมโครซอฟท์ก็ได้มองถึงการนำมิลานไปใช้เป็นเรื่องเป็นราว อย่างเช่น สมมุติ เราอาจจะเอากล้องดิจิตอลที่มีบลูทูธไปวางไว้บนมิลาน มิลานจะสามารถคอนเน็กกับ กล้องนี้และนำภาพออกมาแสดงบนโต๊ะนี้ได้เลย โดยคนที่มาดูภาพก็สามารถจัดการกับภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นขยายขนาด, ปรับภาพหมุนไปมา เป็นต้น หรืออาจจะเอาไปใช้ในร้านอาหารโดยให้ลูกค้าสามารถดูเมนู, สั่งอาหาร และเปลี่ยนแปลงเมนูได้ตามต้องการ หรืออาจจะเพิ่มฟังก์ชันเกม หรืออะไรก็ตามให้ลูกค้าเล่นขณะรออาหารได้

นอกจากนี้อาจจะเอาไปใช้ที่บ้านซึ่งสามารถนำไปสร้างความบันเทิงในบ้านได้มากมาย ตั้งแต่เป็นที่เล่นเกมเศรษฐีไปจนถึงเอาไว้ดูหนัง หรือฉายการ์ตูนอินเตอร์แอ็คทีฟให้ลูกลองเล่น นี่น่าจะเป็นการพยายามโยงเรื่องบันเทิงภายในบ้านเข้ากับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ อีกครั้งหนึ่งของไมโครซอฟท์ตามแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปของวงการคอมพิวเตอร์โลกมิลานยังถูกมองว่าจะสามารถใช้ได้ในโรงแรม, ร้านขายปลีก และกาสิโนได้อีกด้วย

ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตสี่ข้อเกี่ยวกับแนวโน้มวงการคอมพิวเตอร์ ที่น่าจะเป็นไปในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้ ผมคงไม่อาจหาญไปมองภาพ อนาคตระยะยาวได้เพราะความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงกลายเป็น ปัจจัยสำคัญของวงการคอมพิวเตอร์ไปแล้ว ข้อสังเกตที่ว่าก็คือ

หนึ่ง วงการบันเทิง, สื่อสารโทรคมนาคม และคอมพิวเตอร์จะผูกโยงกันเป็นเรื่องเดียว นั่นหมายความว่า ความบันเทิงจะกลายเป็น ส่วนประกอบของการใช้ชีวิตในอนาคตไปด้วย เราสามารถทำงานไปด้วยและหาความสุขใส่ตัวเองไปด้วยได้

สอง เส้นกั้นระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวจะบางลง ทุกวันนี้บางทีเราแทบจะแยกไม่ออกว่าเราเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้กับงานอย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ นั่นทำให้หลายๆ บริษัทต้อง ออกกฎหรือกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ในสำนักงานเพื่อป้องกันการนำไปใช้ที่ไม่ก่อให้เกิดประสิทธิผลของบริษัท

สาม รูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนจากองค์กรขนาดใหญ่ไปสู่การทำงานแบบอิสระมากขึ้น การที่เครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องหรือ โทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องสามารถทำอะไรได้มากมายในตัวของมันเอง ในขณะที่ราคาก็ลดลง ทำให้การที่เราจะทำงานในลักษณะฟรีแลนซ์ก็มีมากขึ้นเช่นกัน นั่นหมายความว่า องค์กรจะมีขนาดเล็กลงแต่จะมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการผลักดันให้ธุรกิจแบบเอาท์ซอร์สเติบโตมากขึ้นด้วยเช่นกัน

สี่ โลกจะแคบลงแต่ผู้คนจะโดดเดี่ยวมากขึ้น ระบบคมนาคมสื่อสารและคอมพิวเตอร์ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันสามารถทำได้ง่ายดายขึ้น นั่นทำให้เราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองกับอุปกรณ์ทาง ด้านเทคโนโลยีเพียงไม่กี่ชิ้นได้ ผู้คนจึงมีแนวโน้มจะอยู่คนเดียวในห้องแคบๆ มากขึ้น โลกส่วนตัวจะเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการร่วมมือกันทำงานในชุมชนเหมือนในอดีต

ข้อสังเกตที่ว่านี้ หลายๆ คนอาจจะเคยอ่านเจอกันมาบ้างแล้ว แต่ผมเห็นว่า เราจะสามารถเห็นภาพเหล่านี้ได้ชัดเจนมากขึ้นในชั่วระยะ 2-3 ปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผมจากลาน้องคนนั้นโดยยังคงมีคำถามคาอยู่ในหัว เราต้อง การชีวิตแบบนี้จริงหรือเปล่า หรือนี่คือพัฒนาการของโลกที่ต้องเป็นไป ผมไม่รู้คำตอบที่แท้จริง

...แต่ผมยังคงฝันถึง วัด, ทางลากเกวียน และงานบุญประจำปีอยู่ แม้ผมจะจากมันมานานมากแล้วก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม

1. Grossman, L. (2007), "Your Mouse Is a Dinosaur," Time, June 25-July 2, 2007, pp.81-82.
2. McCracken, H. (2007), "Microsoft's Touchy Feely Table," Slate Magazine, June 4, 2007, http://www.slate.com/ id/2167565
3. McCracken, H. (2007), "Gears of War," Slate Magazine, June 15, 2007, http:// www.slate.com/id/2168419
4. พิกซาร์ สตูดิโอ, http://www.pixar.com/   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย