Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2534
แชงกรี-ลาไทยซื้อหุ้น TYLFULL ฮ่องกง             
 

 
Charts & Figures

การถือหุ้นใน TYLFULL และ CITIC PACIFIC


   
search resources

โรงแรมแชงกรี-ลา, บมจ.
โทมัส ลุย แมน ซิงค์
Stock Exchange




สถานการณ์ที่ย่ำแย่ในภาคธุรกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากสงครามอ่าวเปอร์เซียทำให้โรงแรมแชงกรี-ลาต้องหาวิธีทำกำไรแบบใหม่ด้วยการลงทุนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจการโรงแรมเลย เป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งหวังผลกำไรในสองทางคือเงินปันผลหรือการขายหุ้นเมื่อมีราคาในตลาดฯ สูง

โทมัส ลุย แมน ซิงค์ กรรมการผู้จัดการโรงแรมแชงกรี-ลา เปิดเผยกับ "ผู้จัดการ" ว่า "โรงแรมฯ ได้รับผลกระทบจากสงครามอ่าวเปอร์เซียจึงจำเป็นต้องหาโอกาสลงทุนอย่างอื่น เ พื่อหากำไรมาชดเชยกับส่วนของกำไรที่ต่ำกว่าประมาณการ 117 ล้านบาท พอดีกับตระกูล KUOK ซึ่งร่วมถือหุ้นในโรงแรมฯด้วยได้มเสนอให้ไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท TYLFULL ซึ่งเป็นกิจการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ทางคณะกรรมการฯโรงแรมฯเห็นว่าเป็นการลงทุนที่ดี จึงตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 6% ของ TYLFULL หรือ 144.496 ล้านหุ้นในราคาหุ้นละ HK$ 1.35 คิดเป็นมูลค่า HK$ 195 เทียบเป็นเงินไทยประมาณ 643 ล้านบาท"

ทั้งนี้กำไรสุทธิในครึ่งปีแรกของปี 2534 ต่ำกว่าประมาณการที่บริษัทตั้งไว้ประมาณ 117.32 ล้านบาทหรือคิดเป็น 43% โดยมีตัวเลขกำไรสุทธิ 153.09 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นประมาณ 0.59 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2533 มีกำไรสุทธิ 161.45 ล้านบาทหรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.70 บาท

โทมัสยืนยันหนักแน่นว่าการซื้อครั้งนี้บริษัทฯ มีเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายทั้งหมด และยังไม่มีการเรียนกชำระหุ้นเพิ่มทุนที่ค้างอยู่แต่อย่างใด

เป็นมิติการลงุทนแบบใหม่ เพราะตัวบริษัท TYLFULL เป็นกิจการโฮลดิ้ง ที่มีรายได้เพียงทางเดียวคือเงินปันผลเท่านั้น ไม่ได้ดำเนินกิจการผลิตสินค้าอย่างใดทั้งสิ้น

โทมัสบอกกับ "ผู้จัดการ" ว่า "การลงทุนครั้งนี้เป็นเรื่องที่เร่งด่วนมาก TYLFULL ออกหุ้นสามัญใหม่และหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งตามระเบียบในตลาดฯ ฮ่องกงทำให้เราต้องรีบตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือไม่ เราก็เลยตั้งบริษัทใหม่ซึ่งแซงฯเข้าไปถือหุ้น 100% ชื่อ APIZACO ในฮ่องกง แล้วใช้บริษัทนี้เข้าไปซื้อหุ้นใน TYLFULL อีกทอดหนึ่ง"

นอกจากความรีบเร่งในแง่นั้นแล้ว แชงฯ ยังไม่ได้รับการอนุญาตจากแบงก์ชาติในการเข้าไปลงทุนโดยตรงในตลาดหุ้นฮ่องกงในตอนแรก จึงจำเป็นต้องผ่านทาง APIZACO

อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาโทมัสกล่าวกับ "ผู้จัดการ" ว่า "ในภายหลังบริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากแบงก์ชาติเรียบร้อย แต่เราก็ยังคงใช้ APIZACO เพื่อจะได้ไม่ยุ่งยากอีก"

TYLFULL เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยหน่วยงานการลงทุนในต่างประเทสของปักกิ่งหรือที่รู้จักกันดีว่า CHINA INTERNATIONAL TRUST & INVESMENT CORP. (CITIC) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุด 49% ตระกูลเฉา 13% และนักลงทุนรายย่อย 38%

บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนรวม 91.5 ล้านเหรียญฮ่องกง มีสินทรัพย์เป็นหุ้นในสายการบินอันดับสองของฮ่องกงคือกรากอนแอร์ 38.3% และสินทรัพย์อื่น ๆ อีกส่วนหนึ่ง บริษัทฯจะเปลี่ยนชื่อเป็น CITIC PACIFIC เพื่อขยายฐานการเงินและจะนำเงินเพิ่มทุนที่ได้ใหม่ไปลงทุนซือ้ห้นุในสายการบินคารเธย์แปซิฟิคและองคืการโทรศัพท์ของมาเก๊าที่ชื่อ COMPANHIA DE TELECOMMUNICACOSES DEMACAU (CTM) ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 51% คือ CABLE & WIRELESS

นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเข้าไปถือหุ้นในโครงการสนามบินแห่งใหม่ของฮ่องกงที่ชื่อ CHEK LAP KOK ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 12.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นิตยสารฟาร์อีสเทิร์นอีคอนอมิค คาดหมายว่าในไม่ช้า CITIC PACIFIC จะเติบใหญ่เทียบเคียงได้กับสไวร์แปซิฟิค จาร์ดีน แมทธิวสันและกระทั่งฮัทชิสันแวมเปาของไทคูนใหญ่ลีก้าชิง

ผู้ที่ลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนและหุ้นกู้แปลงสภาพครั้งนี้ นอกจากแชงกรี-ลาแล้วยังมีลีก้าชิงและโรเบิร์ต ก็อก หนึ่งในตระกูลที่ถือหุ้นรายใหญ่ของแชงฯ นั่นเอง

ว่ากันว่าการเชิญชวนให้ไทคูณทั้งสองเข้ามาร่วมทุนด้วยเป็นเสมือนหนึ่งหลักประกันแก่นักลงทุนทั่วไป โดยเฉพาะในด้านภาพพจน์ว่า นักลงทุนทั้งหลายในฮ่องกงสามารถคบค้าทำธุรกิจกับทางการเงินได้โดยไม่ต้องหวั่นแกรงผลกระทบจากเสถียรภาพทางการเมือง

การออกหุ้นสามัญใหม่และหุ้นกู้ครั้งนี้จะทำให้ CITIC PACIFIC มีเงินเข้ามาถึง 2.5 พันล้านเหรียญฮ่องกง และทำให้ฐานสินทรัพย์ขยายจาก 1.4 พ้นล้านบาทฮ่องกงเป็น 4.5 พันล้านเหรียญฮ่องกง

ว่าโดยตัว CITIC KPACIFIC นั้นถือเป็นการลงทุนแบบง่าย ๆ ที่เพียงอาศัยสถานะอันยิ่งใหญ่ของ CITIC และเทคนิคทางการเงินในตลาดทุนเท่านั้น

และการที่ CITIC PACIFIC เข้าไปซื้อหุ้นในสายการบินคาเธย์และองค์การโทรศัพท์ของมาเก๊า ก็เป็นการซื้อของ CITIC ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของตัวนั่นเอง

เรียกว่าเป็นการโอนย้ายจากกระเป๋าแม่มาอยู่กระเป๋าลูกในสนนราคาที่ต่ำอย่างมาก ๆ ด้วย

โบรกเกอร์ในฮ่องกงประเมินว่าเมื่อ CITIC PACIFIC จ่ายค่าหุ้นที่จะเข้าไปซื้อในกิจการต่าง ๆ หมดแล้ว คาดว่าจะสามรถทำกำไรสุทธิในสิ้นปี 2534 เท่ากับ 275 ล้านเหรียญฮ่องกงและมีรายรับต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 14.5 เซนต์เป็น 16.5 เซนต์

ทั้งนี้หุ้น TYLFULL มีมูลค่าที่ตราไว้ (PAR VALUE) เพียง HK$ 0.10 เท่านั้น แต่มีตัวเลขการจ่ายเงินปันผลสูงมากคือจ่ายหุ้นละ HK$ 5.5 เมื่อสิ้นปี 2533

แน่นอนว่าในสิ้นปี 2534 จะมีเงินปันเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้

โทมัสมองว่า "บริษัทคงจะหวังผลระยะยามมากกว่าในการลงทุนครั้งนี้"

การลงทุนของแชงกรี-ลาเป็นแนวโน้มใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง มันเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เข้ากับโอกาสลงทุนอย่างพอเหมาะพอดี

เป็นไปได้ว่าในอนาคตจะมีลักษณะการลงทุนแบบนี้เกิดขึ้นอีกมาก

หลังจากที่แบงก์ชาต ิเปิดเผยสถานะที่แท้จริงของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บีซีซีออกมา พร้อมกับแสดงจุดยืนที่จะให้นักลงทุนไทยเข้ามาซื้อกิจการไปบริหารเอง โดยพยายามให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างเต็มที่แล้ว ปรากฏว่าความมีค่าของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แห่งนี้ก็ส่งประกายเจิดจรัสขึ้นมาทันที

มีผู้สนใจลงทุนซื้อกิจการนี้หลายราย บริษัทเงินทุนยูไนเต็ดซึ่งเป็นกิจการในเครือของธนาคารกสิกรไทยมีแนวโน้มที่จะเข้าไปซื้อจริงจังกว่ากลุ่มอื่น ๆ ล่าสุดแบงก์ชาติเลือกให้เป็นผู้เจรจาซื้อลำดับแรก และมีการนำเอกสารข้อมูลไปศึกษาเบื้องต้นก่อนที่จะตัดสินใจวางเงินประกันจำนวน 50 ล้านบาทเพื่อเข้าไปศึกษารายละเอียดอย่างจริงจังต่อไปนี้ ซึ่งบีซีซีให้เวลาไว้ 1 เดือน

หากบง.ยูไนเต็ดตัดสินใจไม่ซื้อ แบงก์ชาติจะเรียกผู้สนใจรายอื่นมาเจรจาเป็นอันดับต่อไป

คนในวงการคาดหมายราคาหุ้นบีซีซีน่าจะมีมูลค่าสูงกว่าหุ้นละ 300 บาท บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 110 ล้านบาท มีจำนวนหุ้น 1.1 ล้านหุ้น โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท

บีซีซีมีสินทรัพย์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ พันธบัตร ตลอดจนหลักทรัพย์จำพวกที่ดินบางส่วน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2533 และมีกำไรสะสมประมาณ 16 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ไม่ได้ส่งคืนให้บริษัทแม่ในต่างประเทศเลย

อย่างไรก็ดี สินทรัพย์จำนวน 2,000 ล้านบาทนี้ได้มีการขายออกไปบ้างแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องที่เกิดขึ้นกับบริษัทเพราะได้รับผลกระทบจากบีซีซีในต่างประเทศ

ปัจจุบันสินทรัพย์จำนวนนี้ลดลงเหลือ 1,200 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีหลักทรัพย์ที่บีบีซีเข้าไปถือครองในบริษัทต่าง ๆ ได้แก่ บีซีซีไอเอนเตอร์ไพรซ์ บีซีซีไอลิสซิ่ง เป็นต้น

แบงก์ชาติให้การรับรองว่า ตลอดเวลาที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกิจการของบริษัทรวมทั้งสิ้น 7 ครั้งไม่พบว่ามีหนี้เสียเกิดขึ้นแต่อย่างใด และกรรมการบริษัทที่เป็นคนไทยก็ให้คำยืนยันกับบริษัทว่า ไม่มีการทำนิติกรรมใด ๆ ที่อยู่นอกบัญชีที่ปรากฏตามกฎหมาย เพราะการทำนิติกรรมใด ๆ กรรมการฝ่ายไทยต้องรับรู้ทุกครั้ง เพราะเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจลงนามฝ่ายละ 1 คนร่วมกับทางบีซีซี ฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม การที่บีซีซีมีส่วนเกี่ยวพันกับบริษัทสาธรปาร์คในทางใดทางหนึ่ง และสาธรปาร์คกำลังมีคดีความกับบริษัท อัลเคมาน บิลเดอร์ส จำกัด เรื่องกรรมสิทธิ์ถือครองที่ดินจำนวน 16 ไร่ ซึ่งใช้เป็นที่ก่อสร้างโรงแรมสุโขทัย โบฟอร์ด ทำให้ผู้จะซื้อกิจการบีซีซีไม่อาจนิ่งนอนใจในเรื่องนี้ได้

อัลเคมานฯ อ้างว่าที่ดินดังกล่าว บริษัทฯ นำไปจำนองกับบีซีซีในวงเงิน 60 ล้านบาท แต่ต่อมาบีซีซีได้ตั้งสาธรปาร์คเพื่อใช้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว โดยตกลงกับอัลเคมานฯ ว่า จะเป็นการถือแต่เพียงในนามเท่านั้น แต่ปรากฎว่า สาธรปาร์คกลับนำที่ดินนั้นไปสร้างโรงแรม

ความคืบหน้าของคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนของศาล

นั่นหมายความว่าสถานะความเป็นเจ้าหนี้ของบีซีซีค่อนข้างง่อนแง่นพอสมควร

คือไม่รู้ว่าจะได้รับชำระเงิน 60 ล้านบาทคืนหรือไม่

หรือว่าจะได้ที่ดินผืนนั้นมาครอบครอง ในกรณีที่บีซีซีเป็นผู้ถือหุ้นในสาธรปาร์ค

แต่ถ้าบีซีซีไม่ใช่ผู้ถือหุ้นของสาธรปาร์คและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ไปกว่าการเป็นนายหน้าให้บีซีซีในประเทศอื่น ๆ บีซีซีก็อาจจะไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากกรณีพิพาทนี้เลย !!

ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ผู้จะซื้อต้องคิดให้รอบคอบทีเดียว

แต่หากผู้จะซื้อมีหลักประกันมั่นคงในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น การออกเสียงในการบริหารงานแล้ว บีซีซียังมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องสาธรปาร์คมากมาย

ทั้งนี้ บีซีซีมีสาถนะที่ดีกว่าทรัสต์มากมายก่ายกองที่ขายออกไป แล้วของโครงการ 4 เมษาฯ คือ ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ครบทุกใบ มีฐานการทำธุรกิจเช่าซื้อมากพอสมควร

คนในวงการต่างรู้ดีว่า ใบอนุญาตเหล่านี้มีค่ามากเพียงใด

ในเงื่อนไขที่แบงก์ชาติ ให้การสนับสนุนการเข้ามาซื้อของเอกชนเต็มที่ พร้อมกับยื่นมือเข้ามาดูแลผลประโยชน์ในเรื่องหุ้นโดยปล่อยเงินกู้ให้ในวงเงิน 100 ล้านบาทและให้นำหุ้น 65% หรือ 78,000 หุ้นมาจำนำกับกองทุนฟื้นฟูฯ พร้อมทั้งโอนสิทธิในการออเสียงให้กองทุนฯ ด้วย

มันก็เป็นหลักประกันความมั่นใจได้อย่างเต็มที่ของนักลงทุนแล้ว

ของดี ๆ อย่างนี้แบงก์ชาติน่าจะประกาศให้รู้เสียแต่แรก

บีซีซีที่ประเทศไทยไม่ได้เน่าเหมือนที่อื่น ๆ ในโลก !!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย