Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน16 กรกฎาคม 2550
สายการบินหนีตายโลว์ซีซั่นไทยปีนี้ กระหน่ำแคมเปญลดค่าตั๋วกว่า 50%กระตุ้นกำลังซื้อสุดฤทธิ์             
 


   
www resources

โฮมเพจ คาเธ่ย์ แปซิฟิคแอร์เวย์

   
search resources

Aviation
คาเธ่ย์ แปซิฟิค แอร์เวย์, บจก.




ธุรกิจสายการบินชักแถวอัดโปรโมชั่นลดราคาตั๋วโดยสาร 40-50% ชูกลยุทธราคานำทางการแข่งขันในยุคเศรษฐซบจากพิษการเมืองและค่าเงินบาท กดโลว์ซีซั่นเมืองไทยปีนี้แย่กว่าปีก่อนๆถึง 20% คาเธ่ย์เผยปีนี้ ผู้โดยสารขาออกจากประเทศไทยถดถอยหนักเพียงประเทศเดียวในภูมิภาค เหตุคนชะลอจับจ่าย วอนทุกสายการบิน และ หน่วยงานรัฐเร่งจัดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยวให้คึกคัก ขณะที่น้องใหม่ เจ็ทแอร์เวย์จากอินเดียเผยคนในวงการยอมรับโลวซีซั่นปีนี้แย่ที่สุดในรอบ 5 ปี

ใครจะคิดว่าธุรกิจสายการบินที่กำลังไปได้สวย ภายใต้นโยบายเปิดน่านฟ้าเสรี ที่เติบโตควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ ต้องมาสะดุดเพียงประเทศไทยแห่งเดียว จนต้องทำให้ทุกสายการบินต้องหนีตาย ด้วยการจัดแคมเปญโปรโมชั่น อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เพื่อพยุงธุรกิจให้อยู่รอด โดยเฉพาะช่วงโลว์ซีซั่นปีนี้ ที่เกือบทุกธุรกิจต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสาหัสสากัน โดยหวังว่าปีหน้าฟ้าใหม่ และรัฐบาลชุดใหม่ จะเข้ามาฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ปัจจัยสำคัญของการเปิดเส้นทางบินในแต่ละครั้ง จะต้องคำนวณผู้โดยสารทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ เพราะหากมีเพียงดีมานด์จากเที่ยวใดเที่ยวหนึ่ง คงไม่คุ้มกับค่าน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ถือเป็นต้นทุนที่สำคัญที่สุด หรือมีสัดส่วนมากกว่า 40% ของการทำธุรกิจนี้

ดังนั้นโลว์ซีซั่น จึงเป็นช่วงสำคัญที่สุด และถือเป็นการทดสอบฝีมือการทำงานของผู้บริหารที่กุมบังเหียน ที่จะใช้กลยุทธ์ใดมาดึงดูดลูกค้าให้ใช้บริการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ธุรกิจสายการบินก็ถูกแขวนไว้กับสภาพเศรษฐกิจ ที่จะสะท้อนถึงกำลังซื้อ จากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งปีนี้อาจจะไม่ใช่ปีทองของประเทศไทย

พราะจากความวุ่นวายทางการเมือง การชุมนุมประท้วง สภาพอากาศที่แปรปรวนฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยลบที่มากระทบให้เศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อถดถอย ซึ่งธุรกิจสายการบินลูกค้าสำคัญคือนักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ จึงหนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบอย่างเต็มๆ

คาเธ่ย์รับขาออกประเทศไทยปีนี้หงอย

นายยงยุทธ จุลินตานนท์ ผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด ประจำประเทศไทยและพม่า สายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิก เปิดเผยว่า ช่วงโลว์ซีซั่นปีนี้ สำหรับประเทศไทย บริษัท ได้จัดแคมเปญร่วมกับบัตรวีซ่าของทุกธนาคาร จำหน่ายตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางจากกรุงเทพ ไปปลายทางที่ ฮ่องกง สิงคโปร์ ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ในราคาลดพิเศษ 30-50% จากราคาปกติ เริ่มจำหน่ายตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือนกันยายน 2550 ซึ่งทุกช่วงโลว์ซีซั่น บริษัทจะใช้กลยุทธ์ลดราคาตั๋วเครื่องบินเพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออยู่แล้ว แต่ปีนี้ยอมรับว่ากำลังซื้อลดลงกว่าทุกๆปีในช่วงเดียวกัน ซึ่งธุรกิจสายการบินจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันหมด จึงต้องเร่งออกแคมเปญเพื่อให้ตลาดกลับมาคึกคักมากขึ้น

ทั้งนี้ราคาตั๋วเครื่องบิน สำหรับ สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก เที่ยวออกจากประเทศไทย ขณะนี้หลายเส้นทางบริษัทใช้แคมเปญลดราคาประมาณ 20,30 และ 50% หลายเส้นทางจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ ในช่วงเดียวกัน ปีนี้จะลดราคาลงมากกว่าที่เคยลดอยู่ทุกปีราว 20%

ทางด้านอัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวบิน ขณะนี้อยู่ที่ 60-70% เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ถือว่าลดลงเยอะ เพราะทุกปีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวบินจะอยู่ที่ ประมาณ 80% สาเหตุหลักน่าจะมาจากภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่ปีนี้เศรษฐกิจถดถอย ซึ่งมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น การแข็งตัวของค่าเงินบาท ส่งผลกับธุรกิจส่งออก ตลอดจนพนักงานลูกจ้างบริษัท เหล่านั้นก็ได้รับผลกระทบด้วย นอกจากนั้นสถานการณ์ทางการเมืองก็มีผลกระทบ ทำให้ผู้ที่ยังมีกำลังซื้อรู้สึกว่าต้องใช้เงินอย่างรอบคอบเนื่องจากเกิดความไม่มั่นใจ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศก็กังวลเรื่องความปลอดภัยจึงชะลอการเดินทาง แต่ทั้งนี้ ครึ่งปีหลัง สถานการณ์น่าจะคลี่คลายและดีขึ้นตามลำดับ

“ต้องการให้ทุกสายการบิน และหน่วยงานรัฐ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ช่วยกันจัดแคมเปญสร้างบรรยากาศในการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะสลับกันออกแคมเปญในแต่ละหน่วยงาน เพื่อจะได้มีแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง ตลาดจะได้คึกคักทั้งการเดินทางภายในประเทศและต่างประเทศ “ นายยงยุทธ กล่าว

เจ็ทแอร์เวย์สลด50%ทุกชั้นที่นั่ง

ทางด้านนางสาว รจนกร แกล้วเกษตรกรณ์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด สายการบิน เจ็ท แอร์เวย์ส ประเทศอินเดีย เปิดเผยว่า เจ็ทแอร์เวย์ เป็นสายการบินใหม่ ที่เพิ่งเปิดเส้นทางเข้ามาประเทศไทยได้ประมาณ 6เดือน ใน 2 เส้นทาง คือ เดลี่- กรุงเทพฯ และ กากัตต้า- กรุงเทพฯ ซึ่งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้า มีผู้ใช้บริการเป็นที่น่าพอใจ อัตราบรรทุกเฉลี่ยต่อเที่ยว 80-90% แต่ ในช่วงขาออกจากประเทศ ยอมรับว่ายังมีผู้ใช้บริการจำนวนไม่มากนัก เฉลี่ย 25-30%

ดังนั้นจากเดือนนี้ไปถึงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของประเทศไทย ทางสายการบินจึงจัดแคมเปญพิเศษ ออกมากระตุ้นตลาด โดยร่วมกับ 17 บริษัทนำเที่ยว จัดแพกเกจทัวร์ราคาพิเศษ เพื่อเดินทางไปอินเดียใน 3 เส้นทางหลัก อาทิ ทัชมาฮาล ,สิขิม และ เนปาล และในส่วนของผู้โดยสารทั่วไปได้ร่วมกับตัวแทนจำหน่าย จัดโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาถูก ลดลงจากราคาปกติ 40-50% สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปยังกรุงเดลี และกัลกัตต้า ประเทศอินเดีย โดยราคาบัตรโดยสารไป/กลับ กรุงเทพฯ - เดลี และกรุงเทพฯ - กัลกัตต้า ชั้นคลับพรีเมียร์ อยู่ที่ 15,000 บาท และ 13,000 บาท และสำหรับชั้นประหยัดราคา อยู่ที่ 9,500 บาท และ 7,000 ตามลำดับ โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีและน้ำหนักส่วนเกิน คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารขาออกจากกรุงเทพได้อีกราว 5% ต่อเที่ยวบิน

“แม้เจ็ทแอร์เวย์ส จะเป็นสายการบินที่เพิ่งเปิดบินเข้ามาในประเทศไทย แต่ก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันบ้างกับผู้ที่อยู่ในธุรกิจสายการบินด้วยกัน ซึ่งทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โลว์ซีซั่นปีนี้ถือกว่าอาการหนักที่สุดในรอบ 4-5 ปี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน สาเหตุก็มาจากปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ และ ค่าเงินบาท ซึ่งทำให้คนยังไม่พร้อมจะจับจ่าย” นาวสาวรจนกร กล่าว

ชักแถวเล่นสงครามราคา

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แต่สายการบินต่างประเทศที่เร่งจัดแคมเปญโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย แม้พี่ใหญ่อย่างสายการบินไทย ปีนี้ ยังหันมาเล่นสงครามราคาด้วยการประกาศลดราคาตั๋วเครื่องบิน ลงกว่า 40-50% เป็นเหตุให้สายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์)ต้องออกมาโวยวาย โดยเส้นทางบินภายในประเทศ ใช้แคมเปญว่า “บินสบายกับการบินไทย” ส่วนเส้นทางต่างประเทศใช้แคมเปญ “บินทวงฝันกับการบินไทย” จับลูกค้าวัยเกษียณ ซึ่งทั้งสองแคมเปญดังกล่าว การบินไทย ได้ปรับลดราคาตั๋วเครื่องบินเฉลี่ยที่นั่งละ 40-50% จากราคาปกติ ซึ่ง นายวัลลภ พุกกะณะสุต รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) ให้เหตผลว่า เพื่อกระตุ้นให้มีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่นปีนี้ ที่มีจำนวนผู้โดยสารน้อยลง โดยเฉพาะขาออกนอกประเทศเนื่องจากคนไทยชะลอการจับจ่าย แคมเปญนี้คาดว่าจะเข้ามาช่วยให้ต่อเที่ยวบินของการบินไทยมีจำนวนที่นั่งว่างลดลง

สำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งมีเจ้าตลาดด้านราคาอย่างไทยแอร์เอเชีย ซึ่งประกาศนโยบายชัดเจน ในเรื่องของการใช้ราคาเป็นตัวนำในการทำตลาดตลอดปี ซึ่งโลว์ซีซั่นปีนี้ ก็จัดโปรโมชั่น”ขอบคุณ” ด้วยราคาตั๋วโดยสารต่ำสุดเริ่มต้นที่ 199 บาทต่อที่นั่ง สำหรับเส้นทางในประเทศ และ 299 บาทต่อที่นั่ง สำหรับเส้นทางต่างประเทศ ส่วนสายการบินนกแอร์ ที่เคยวางตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่มสายการบินโลว์คอสต์ด้วยกันว่าเป็นระดับพรีเมียมกว่าด้วยบริการ เช่น บริการเลือกที่นั่งตามใจชอบ เช็คอินน์ทางโทรศัพย์ หรือ บริการอื่นๆ ก็ยังไม่วายต้องมาเล่นโปรโมชั่นราคาเช่นกัน โดยอาศัยช่วงครบรอบ 3 ปี อัดโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินที่นั่งละ 3 บาท ส่วนสายการบินวันทูโก สายการบินราคาประหยัด ที่ชูจุดขายราคาเดียวทุกที่นั่ง ก็ยังต้องใช้โปรโมชั่นราคาเป็นจุดดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคด้วยแคมเปญ ตั๋วเครื่องบินที่นั่งละ 299 บาท และ ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเส้นทางกระบี่ แถมที่พักฟรี 1 คืน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย