Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2550








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2550
กิจจา วงศ์วารี 7-11 แรงบันดาลใจ 24 ชั่วโมง             
โดย สมเกียรติ บุญศิริ
 

   
related stories

AROMA Total Solution coffee
วงศ์วารี กาแฟคือชีวิต

   
www resources

โฮมเพจ กลุ่มบริษัท อโรม่า

   
search resources

Coffee
อโรม่ากรุ๊ป
กิจจา วงศ์วารี




ถ้าจะนับความคิดใหม่ๆ ที่ถูกจุดขึ้นมาในการทำธุรกิจกาแฟ เอาแบบที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือแบบอ้อมๆ ต้องยกให้กับการเป็นคนเจ้าความคิดของกิจจา วงศ์วารี ที่อาจจะเป็นคนมีมุมมองนอกกรอบ ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดสินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมา

"ผมก็มีความคิดใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ การใช้ความคิด ผมก็เดินไปเรื่อยๆ อย่างร้าน 7-11 ผมชอบเดินมาก เดินดูว่า คนซื้อของเป็นอย่างไร ซื้ออะไร พูดอะไรกันบ้าง และได้เข้าไปดูสินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ ว่ามีอะไรที่น่าสนใจ" กิจจาบอกถึงสถานที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ความคิดสร้างสรรค์

การเดินร้านสะดวกซื้อ 7-11 เขายอมรับว่า เห็นร้านเป็นไม่ได้ หากสะดวกก็ต้องแวะเวียนเข้าไปโดยเฉพาะตอนขับรถกลับบ้านก็จะมีโอกาสแวะมากเป็นพิเศษ เพราะหมดหน้าที่จากงานประจำ และร้านที่แวะเป็นประจำก็คือ ร้านที่อยู่ในเส้นทางกลับบ้าน จนบางสาขาคุ้นหน้าคุ้นตาลูกค้าคนนี้ดี

ความคิดของการทำกาแฟสดใส่แก้วขายใน 7-11 ก็มาจากการเดินใช้ความคิดแบบนี้ โดยเห็นโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ออกมาวางขายในรูปแบบของโจ๊กกระป๋อง ผู้บริโภคแค่เปิดฝาใส่น้ำร้อน คนไปคนมาก็กินได้ หากโจ๊กทำใส่ถ้วยได้ทำไมกาแฟสดจะใส่ถ้วยไม่ได้ ทุกวันนี้กาแฟสดใส่แก้วพร้อมดื่มของอโรม่ายึดพื้นที่ในร้าน 7-11 ไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่ว่าความคิดของกิจจาจะหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เมื่อ สามารถเข้าถึงร้าน 7-11 ได้แล้ว ก็กลับมาคิดว่าจะขายอะไรได้อีก ใช้เวลาเดินเข้าออกร้าน 7-11 ไปหลายร้านจนสุดท้ายก็พบกับความคิดสุดยอด

"ผมเดินออกมาหน้าร้าน 7-11 ก็เห็นสินค้าตัวหนึ่งที่ไม่มีในร้าน นั่นก็คือน้ำเต้าหู้ร้อน ตรงนั้นแหละที่ผมคิดว่าจะทำนมถั่วเหลืองร้อน ทำเป็นผงสำเร็จรูปใส่ในแก้วพลาสติก มีวุ้นมะพร้าว ธัญพืชใส่ลงไปให้ด้วย ซื้อเสร็จชงน้ำร้อนกินได้"

ดูเหมือนสิ่งที่เขาคิด เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม แต่ผู้บริหารของ 7-11 ไม่ได้มองข้ามไปเพราะเมื่อกิจจาเสนอ สินค้าตัวนี้เข้าไป ทาง 7-11 ตอบรับสามารถขายในร้านได้ และคาดว่าจะได้เห็นนมถั่วเหลืองร้อนวางขายเร็วๆ นี้

ด้วยความที่เดินร้าน 7-11 เป็นกิจวัตร ทางหนึ่งมองหาสินค้าใหม่ ส่วนอีกทางหนึ่งก็พยายามผลักดันสินค้าของตัวเอง และความคิดล่าสุดก็คือ การตั้งเครื่องชงกาแฟสดในร้าน 7-11 ซึ่งสามารถทำได้ทั้งกาแฟร้อนและกาแฟเย็น สิ่งที่จุดประกายให้กิจจาคิดเรื่องนี้ก็เพราะว่าหน้าร้าน 7-11 บางสาขามีกาแฟสดขายอยู่หน้าร้าน ราคาเพียงแก้วละ 25 บาท หากเป็นแบบนี้ต่อไปยอดขายกาแฟตู้ของ 7-11 คงตกลงเรื่อยๆ

เขาเสนอความคิดตู้ชงกาแฟสดให้ผู้บริหาร 7-11 โดยนำเข้าตู้จากจีน ซึ่งทางผู้บริหารของ 7-11 ก็ซื้อความคิดนี้และเตรียมติดตั้งตู้ชงกาแฟแบบนี้ช่วงแรก 100 สาขาภายในสิ้นปีนี้

กิจจาบอกว่ามีความใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา

ไม่แน่ว่า ในช่วงความคิดหนึ่งเขาอาจต้องการเปลี่ยน ประโยคติดปากของพนักงาน 7-11 ที่ถามว่าต้องการขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มหรือไม่ มาเป็น

"รับกาแฟอโรม่า ทานเพิ่มมั้ยคะ" ก็ได้

แต่ความคิดของกิจจาก็ไม่ใช่จะสำเร็จทุกครั้งไป ใครบ้างไม่เคยล้มเหลว เขาก็เป็นคนหนึ่งที่หนีไม่พ้นสัจธรรมนี้ และความคิดที่ไม่ประสบความสำเร็จโยนทิ้งไปก็ไม่ใช่น้อย

"ตอนนั้นคิดทำกาแฟสดชงใส่ขวดพลาสเจอไรซ์ขาย คิดต้นทุนค่ากาแฟ ค่าขวดอยู่ที่ 5 บาท บวกกำไร 5 บาท ให้ส่วนแบ่งร้านที่ขาย 5 บาท ตั้งราคา 15 บาท สินค้าชุดแรกทำไปหลายพันขวด ขายได้ 2 วันเลิกเลย เพราะขายไม่ได้ เก็บเงินได้แค่ 7,000 บาท"

ปัญหาของกาแฟสดใส่ขวดก็คือลูกค้าไม่รู้จักสินค้าแบบนี้ และเป็นสินค้าที่มีระยะเวลาต้องเก็บคืน ร้านที่รับไปขายก็ไม่จ่ายเงินสด เพราะกลัวว่าของเสียแล้วคืนไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ หากประเมินแล้วว่าสินค้าไม่สามารถขายได้ กิจจาก็จะเลิกทันที ไม่มีการยืดระยะเวลาออกไปอีก

เขาบอกว่าไม่ยึดติดว่า เมื่อลงมือทำแล้วต้องทำให้สำเร็จ เมื่อเห็นว่าเดินต่อไปไม่ได้ก็พร้อมที่จะถอย

เช่นเดียวกับโครงการบูทีค พลาซ่า เดอะพาร์ค เอื้องผึ้ง ริมถนนนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่แรกเริ่มต้องการให้เป็นศูนย์การค้าชุมชนขนาดเล็ก มีร้านกาแฟของ อโรม่า และสินค้าอื่นๆ แต่สุดท้ายก็ต้องพับโครงการนี้ไป

"ที่ดินแปลงนี้กว่าจะเช่ามาได้ ลำบากมาก แต่สุดท้าย ก็ได้สัญญาเช่ามา 30 ปี เนื้อที่กว่า 2 ไร่ มีบ้านหนึ่งหลังและ ที่ดินอีกหนึ่งแปลง เดิมเป็นของพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อดีตนายกรัฐมนตรี พอได้มาก็คิดทำโครงการใหญ่ลงทุนออกแบบเสียเงินไปล้านกว่าบาท แต่ไม่ได้ทำอะไร"

เหตุผลที่ทำให้โครงการนี้ไม่เกิดเพราะเรื่องของที่จอดรถ และปริมาณของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการต้องมากพอที่จะเลี้ยงให้ร้านค้าต่างๆ ในศูนย์สามารถอยู่รอดได้ แต่ เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว คำตอบที่ได้ก็คือ ไม่คุ้มค่า กับการลงทุน

นี่คือคำยืนยันว่า หากทำแล้วไม่ดี หรือไม่มีทางประสบความสำเร็จ พร้อมที่จะถอยทันที

ถึงจะไม่ได้ทำโครงการบนที่ดินแปลงนี้ แต่ด้วยทำเลที่ตั้ง มีเพื่อนๆ ชวนเข้าทำสถานบันเทิง แต่เขายังไม่สนใจเท่าไร ทั้งๆ ที่บริเวณติดกันเป็นที่ตั้งของร้าน monkey moon lover สถานที่ยอดนิยมในเชียงใหม่ขณะนี้

เขาบอกด้วยว่า ที่ดินแปลงนี้ระหว่างที่ยังไม่ได้พัฒนา อะไร ก็หารายได้จากการเปิดให้เช่าเป็นที่จอดรถของร้านข้างๆ และที่ถูกใจกิจจามากที่สุดก็คือ เขาสามารถเก็บค่าบริการจอดรถคันละ 50 บาท จากลูกค้าร้านกาแฟสตาร์บัคส์ บนถนนสายนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย