Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2550








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2550
John Edwards กับความฝันของคนอเมริกัน             
โดย มานิตา เข็มทอง
 


   
search resources

Political and Government
Johnny Reid Edwards




"อเมริกาต้องการผู้นำ ไม่ใช่นักการเมือง เราต้องการผู้นำที่แข็งแกร่ง และมีความเชื่อมั่น" เป็นบทเรียนที่เขาได้จากการลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ 3 ปีก่อน โดยในตอนนั้นเขาได้รับเสนอชื่อให้เข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ในขณะที่มีจอห์น แคร์รี่ เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

John Edwards มีชื่อเต็มๆ ว่า Johnny Reid Edwards เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เมื่อ 54 ปีที่ผ่านมา ณ เมืองเซเนกา มลรัฐเซาท์ แคโรไลนา แต่ไปโตที่เมืองรอบบิ้นส์ ในนอร์ท แคโรไลนา ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นถนนสายการเมืองของเขา เอ็ดเวิร์ดส เติบโตมาในชนชั้นกลางโดยวอลลเลซ เอ็ดเวิร์ดส (Wallace Edwards) บิดาของเขาเป็นพนักงานโรงทอผ้าแห่งหนึ่ง ส่วนบ๊อบบี้ (Bobbie Edwards) มารดาเปิดร้านเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ ต่อมาเข้าเป็นพนักงานไปรษณีย์ ทั้งสองสามีภรรยาสอนลูกชายอยู่เสมอว่า ทุกคนควรค่าต่อการเคารพนับถือ ไม่ว่าจะเกิดมาในสีผิวไหน ตระกูลใด ดังที่บ๊อบบี้ คาวิเนส (Booby Caviness) เพื่อนชาวผิวดำ ของเขากล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์นิวยอร์กไทม์ เมื่อสมัยที่เขาลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกว่า "ผมไม่เคยรู้สึกถึงความแตกต่าง เลยเวลาที่นั่งทานอาหารร่วมโต๊ะที่บ้านของพวกเขา หรือที่บ้านผมเอง" นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า เอ็ดเวิร์ดสกับเขาเคยขับรถตระเวนหาจูเนียร์ คอลเลจ ซึ่งสอนระดับอนุปริญญาไม่ใช่มหาวิทยาลัย 4 ปีชื่อดังเลย ทั้งๆ เขารู้อยู่แล้วว่า เอ็ดเวิร์ดสมีโอกาสเข้า เรียนในมหาวิทยาลัยแน่ๆ

เป็นไปดังคาด เอ็ดเวิร์ดสเป็นคนแรก ของครอบครัวที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดม ศึกษา พ่วงด้วยเกียรตินิยมถึง 2 สาขา โดย หลังจากจบมัธยมศึกษาแล้ว เขาเข้าศึกษาต่อ ที่คณะเทคโนโลยีสิ่งทอ มหาวิทยาลัยนอร์ท แคโรไลนา สเตท (North Carolina State University) และคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ท แคโรไลนา ณ แชพเพิล ฮิลล์ ((University of North Carolina at Chapel Hill) ณ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เอง เขาได้พบรัก กับรุ่นพี่ อลิซาเบธ อนาเนีย (Elizabeth Anania) ลูกเสี้ยวอิตาเลียนอเมริกัน เธอเป็น ลูกสาวของนักบินเครื่องบินสอดแนมยูทูแห่งนาวิกโยธินสหรัฐฯ ลูกครึ่งชาวอิตาเลียน อเมริกัน เธอเริ่มการศึกษาในวัยเยาว์ที่ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากต้องติดตามบิดาของ เธอที่ไปประจำการที่นั่น จากนั้นในวัยอุดมศึกษา เธอเลือกเรียนคณะนิติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยเดียวกับเอ็ดเวิร์ดส

อลิซาเบธกับจอห์น เอ็ดเวิร์ดส สมรส กันเมื่อปี 1977 ฉลองนิติบัณฑิตเกียรตินิยม ของเอ็ดเวิร์ดส จากนั้น 2 ปีต่อมา ทั้งสองมีทายาทคนแรกเป็นชายชื่อว่า เวด (Wade) และให้กำเนิดลูกสาวคนแรกชื่อ เคทธารีน (Catharine) หรือเคท (Cate) ในปี 1982 จากนั้นอีก 14 ปีต่อมาครอบครัวเอ็ดเวิร์ดสต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่จากการจากไปของเวด บุตรชายคนโต ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ด้วยวัยเพียง 16 ปี ซึ่งเป็นปีแรกที่เขาสามารถทำใบขับขี่ได้ เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เอ็ดเวิร์ดสและครอบครัวอยู่ในความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดมิได้ จอห์นและอลิซาเบธยุติอาชีพทนาย ความ เคทลูกสาวล้มเลิกการไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ในปีถัดมาจอห์นเริ่มต้นแคมเปญชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจากนอร์ท แคโรไลนา ระหว่างที่เขารณรงค์หาเสียง มีคนเตือนเขาว่า เขาอาจถูกโจมตีอย่าง ย่อยยับ เขาตอบกลับไปทันทีว่า "ขอบคุณที่มาบอกผม แต่ผมขอบอกคุณว่า หากวันหนึ่งคุณต้องปีนขึ้นโต๊ะตรวจในห้องดับจิต เพื่อบอกลาลูกชายของคุณ มันไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ" ต่อมาเอ็ดเวิร์ดสชนะเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกตัวแทนจากมลรัฐนอร์ท แคโรไลนา พรรคเดโมแครต และดำรงตำแหน่งถึงปี 2005

หลังจากปฏิบัติหน้าที่ใหม่ได้ไม่นาน สมาชิกพรรคเริ่มเห็นความเด็ดเดี่ยว โดดเด่น และฝีปากกล้าแบบทนายมืออาชีพ จึงแต่งตั้ง ให้เขาเป็นหนึ่งในทนายความ ที่เข้าว่าความ ในกรณีประธานาธิบดี บิล คลินตัน กับสาว ลูวินสกี้ ซึ่งแม้แต่ฝั่งรีพับลิกันยังทึ่งกับคารม ของนักการเมืองหนุ่มหน้าใหม่คนนี้และในปีเดียวกันนั้น ครอบครัวเอ็ดเวิร์ดสต้อนรับสมาชิกใหม่ คือ ลูกสาว Emma Claire และ ในปี 2000 ลูกชายคนสุดท้องนามว่า Jack ช่วงที่เขาลงเล่นการเมืองเป็นครั้งแรก หลังจากสูญเสียลูกชาย เขาได้สร้างอนุสรณ์ ให้เวดด้วยการเปิดตัวมูลนิธิเวด เอ็ดเวิร์ดส (The Wade Edwards Foundation) เพื่อให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้เรียนดีประพฤติดี พร้อมสร้าง The Wade Edwards Learning Lab (WELL) ซึ่งเป็นศูนย์คอมพิวเตอร์นอกเวลา ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน Broughton High School ที่ลูกชายเขาเคยศึกษาอยู่

จากแคมเปญชิงเก้าอี้รองประธานา ธิบดีในครั้งก่อนเขาพยายามเลี่ยงที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการสูญเสียบุตรชาย แต่เขาได้บรรยายความรู้สึกไว้ในหนังสือ "Four Trials" ว่า "การสูญเสียในครั้งนั้นเปรียบเสมือนคลื่นใต้น้ำในชีวิตของผม" 1 สัปดาห์ ก่อนที่เวดเสียชีวิต เขาได้รับรางวัลเรียงความ ดีเด่นจาก Hillary Clinton สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ ในขณะนั้น ซึ่งเป็นเรื่องราว ของเด็กชายคนหนึ่งที่ไปคูหาลงคะแนนเสียง เลือกตั้งกับบิดาของเขา... ซึ่งวันนี้บิดาของเขากลายเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องถูกโหวต... "มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด และสูญเสียชนิดที่ไม่มีอะไรมาเทียบเท่าได้" เอ็ดเวิร์ดสบรรยาย ความรู้สึกไว้ในหนังสือ

เหมือนมีบุญแต่มีกรรมมาบดบังไว้... เอ็ดเวิร์ดสต้องเผชิญกับความทุกข์อีกครั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2004 วันที่ทั้งแครี่ และเอ็ดเวิร์ดสพ่ายแพ้การเลือกตั้ง อลิซาเบธ ตรวจพบมะเร็งในเต้านม และเข้ารับการรักษาด้วยการฉายรังสี อาการของเธอเริ่มดีขึ้น เธอร่วมกิจกรรมช่วยเหลือสตรีผู้ป่วยด้วย โรคมะเร็ง โรคร้ายที่คุกคามเธอ สงบเงียบเป็นเวลานานถึง 3 ปี จนกระทั่งวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เขาประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยหน้า เอ็ดเวิร์ดสและอลิซาเบธออกมาแถลงว่า มะเร็งกลับมากำเริบอีกครั้ง และถึงขั้นรุนแรง ในระยะสุดท้าย เพราะมะเร็งได้กระจายไปที่ กระดูก แพทย์ผู้รักษาบอกว่า เป็นช่วงที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถเยียวยาเพื่อประวิงเวลาได้ นั่นหมายความว่า เอ็ดเวิร์ดสกำลังเผชิญหน้ากับความสูญเสียอีกครั้ง

จากการออกมาแถลงข่าวร้ายวันนั้น ทำให้หลายคนคิดว่า เขาอาจจะถอดใจ ยกเลิกการลงแข่งขันครั้งนี้ แต่เปล่าเลย เขา กลับมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น โดยมีภรรยาคอยเป็นกำลังใจหนุนอยู่ข้างหลัง เธอออกมากล่าวเองว่า "แคมเปญยังคงดำเนินต่อไปอย่างแข็งแกร่ง" ไม่มีการหยุดชะงัก และหากเธอ สามารถไปร่วมหาเสียงได้เธอจะไปอยู่เคียงข้างเอ็ดเวิร์ดสตลอดเวลา ขณะนี้เป็นเวลาที่ ทั้งสองต้องหันหลังชนกัน เพื่อต่อสู้กับศึกทั้งภายนอกและภายใน

ล่าสุด นโยบายต่อสู้ Global Warming ของจอห์น เอ็ดเวิร์ดส เพิ่งได้รับโหวตจาก moveon.org ให้เป็นนโยบายที่ดี ที่สุดเหนือบรรดาผู้ลงเลือกตั้งรายอื่น แคมเปญ ของเอ็ดเวิร์ดส นอกจากจะให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมแล้ว เขายังเน้นในเรื่องของการขจัดความยากไร้ สนับสนุนการศึกษาเริ่มระบบยูนิเวอร์แซลเฮลท์แคร์ สนับสนุนการถอนกำลังจากอิรัก และแก้ภาพพจน์ใหม่ ให้แก่สหรัฐฯ ในสายตาโลก... นโยบายที่ว่ามานี้ของเอ็ดเวิร์ดสไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก...ฤาจะเป็นเพียงแค่ นโยบายในฝันของชาวอเมริกัน

ข้อมูลจาก :
www.johnedwards.com
www.msnbc.com   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย