Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 สิงหาคม 2550
ช้างปลุกตลาดแรงเยอร์เสริมพอร์ต             
 


   
www resources

โฮมเพจ ไทยเบฟเวอร์เรจส์ จำกัด (มหาชน)

   
search resources

ไทยเบฟเวอเรจ, บมจ.
ฐาปน สิริวัฒนภักดี
Sport and Energy drink




นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง แสงโสม เหล้าขาว เปิดเผยว่า นโยบายของบริษัทไทยเบฟเวอเรจคือการดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มทุกประเภท ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตโฟลิโอ ดังนั้นขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาซื้อโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์”แรงเยอร์” จากตระกูลเวศย์วรุฒม์ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ทั้งนี้การเข้าซื้อโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการทำธุรกิจของบริษัท เพื่อขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุม

สำหรับเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทภิรมย์สุราซึ่งเป็นบริษัทลูกของไทยเบฟเวอเรจ ได้เทกโอเวอร์เหล้าขาวยี่ห้อ"เสือขาว"ของตระกูลเวศย์วรุฒม์มาแล้ว สำหรับโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ ทางเจ้าของแบรนด์ได้แจ้งความประสงค์มาจะขายให้บริษัทไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งปัจจุบันเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ดีในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังอยู่แล้ว ดังนั้น หลังจากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน การทำตลาดคงจะไม่เปลี่ยนเป็นแบรนด์ใหม่ แต่จะอาศัยการมีดิสทริบิวชั่นด้านการกระจายสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ครอบคลุมเอื้อต่อการทำธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่บริษัทเข้ามาดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง มีแนวโน้มว่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาทจะมีความคึกคักมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมองว่า การแข่งขันที่รุนแรงจะส่งผลดีให้แก่ผู้บริโภคมากกว่า ส่วนปัญหาความสัมพันธ์ที่มีกันมาอย่างยาวนาน ระหว่างเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง ซึ่งกลุ่มคาราบาวตะวันแดงดำเนินธุรกิจ ส่วนกระทิงแดง กลุ่มเฉลียว อยู่วิทยา หรือกระทั่งเอ็ม-150 เป็นของกลุ่มโอสถสภา เชื่อว่าไม่กระทบ เพราะที่ผ่านมาแรงเยอร์ก็มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

คาราบาวแดงชี้ตลาดแข่งขันสนุก

นายกมลดิษฐ สมุทรโคจร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อคาราบาวแดง เปิดเผย ว่า การตัดสินใจซื้อโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อแรงเยอร์ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จากตระกูลเวศย์วรุตม์ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพ่อค้า ย่อมมองหาโอกาสแตกไลน์เครื่องดื่มนอนแอลกฮอล์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ ทั้งนี้การก้าวเข้ามาดำเนินธุรกิจดังกล่าวจะส่งผลให้ตลาดมีความคึกคัก

“ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีมูลค่าสูงถึง 1.4 หมื่นล้านบาท แม้อัตราการเติบโตลดลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังการซื้อของผู้บริโภคในระดับรากหญ้าลดลง แต่เชื่อว่าคุ้มค่า หากเข้ามารุกทำตลาดอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมา แบรนด์แรงเยอร์ ในตลาดถือว่าเป็นแบรนด์ที่ผู้คนไทยรู้จัก แม้ว่าจะมี ส่วนแบ่งตลาดไม่มากนัก ราว 2-3%โดยปัจจุบันในตลาดดังกล่าว เอ็ม-150 เป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งกว่า 50% คาราบาวแดง 25% เป็นต้น”

ตอกย้ำผู้นำข่มน้องใหม่ลุยเหล้าขาว

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อถึงกรณีกลุ่มนายวานิช ไชยวรรณ ผู้ถือหุ้นบริษัทไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น ได้ร่วมทุนกับกลุ่มซาน มิเกล จากฟิลิปปินส์ ตั้งโรงงานผลิตเหล้าขาว จังหวัดกาญจนบุรี ในนาม”ซี.เอ็น.ที. ไวน์ แอนด์ ลิเคอร์ ตนมองว่า เป็นไปตามระบบการค้าเสรี ที่ทุกธุรกิจสามารถดำเนินการได้ ดังนั้นในเรื่องของการแข่งขันเป็นเรื่องพื้นฐานที่จะต้องเจออยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันบริษัทถือว่ามีความแข็งแกร่งในตลาดเหล้าขาว โดยเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งถึง 70 % จากมูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตเหล้าขาวอยู่ถึง 12 โรง ครอบคลุมทั่วภูมิภาคในประเทศไทย ส่วนโรงงานผลิตสุราสีไทยอีก 4 โรง และโรงงานผลิตเบียร์อีก 3 โรง

“การเข้ามาของคู่แข่งมองว่าเป็นเรื่องที่ดี นับว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้บริโภคที่จะได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพภายใต้ราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังส่งผลดีกระแสข่าวลบที่เหล้าขาวไม่ต้องโฆษณาที่ขายได้ เพราะที่ผ่านมาคู่แข่งโจมตีแต่เฉพาะไทยเบฟเวอเรจรายเดียว ในขณะที่ในตลาดมีผู้ประกอบการอื่นๆ อีกตั้งหลายราย”

ด้านนายวิโรจน์ จันทรโมลี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องปกติที่ตลาดเหล้าขาวจะมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่าถึง 3.7 หมื่นล้านบาท ดังนั้นคู่แข่งคงเล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาด แม้ว่าขณะนี้ภาวะตลาดเหล้าขาวและเหล้าสีไทยมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท จะไม่ค่อยหวือหวาหรือดีมากนักก็ตาม

ล่าสุดบริษัทได้ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท จากงบรวมการตลาดทั้งหมดร่วม 1 พันล้านบาท เปิดตัวโครงการ”ไทยเบฟ ไทยทาเลนท์” ซึ่งเป็นโครงการแรกภายใต้แนวคิดซีเอสอาร์ (Corporate Social Responsibilities:CSR) หรือการดำเนินธุรกิจภายใต้การรับผิดชอบสังคม โดยโครงการดังกล่าวเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมความสามารถและพรสวรรค์ของคนไทย โดยแบ่งให้การสนับสนุนออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ กลุ่มทาเลนต์ด้านดนตรี กลุ่มทาเลนต์ด้านกีฬา กลุ่มทาเลนต์ด้านศิลปวัฒนธรรม และกลุ่มทาเล้นท์ด้านการศึกษา   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย