Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2535








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2535
"มือกฎหมายของไพโรจน์"             
 


   
search resources

ไทยเสรีกรุ๊ป
ไพโรจน์ ไชยพร
Banking and Finance
Law




ไพโรจน์ ไชยพร กำลังว้าวุ่นอยู่กับปัญหาการแก้ไขหนี้สินประมาณ 1,800 ล้านบาทของกลุ่มไทยเสรีห้องเย็นที่ต่อเนื่องยาวนานมากว่า 4 ปีแล้ว

เจ้าหนี้สถาบันการเงินรายใหญ่ ๆ ไม่น้อยกว่า 6 แห่งนำโดยแบงก์กรุงเทพ กำลังทำงานกันอย่างหนักทั้งในวงของกฎหมายและการเจรจาต่อรองเพื่อให้หนี้สินจำนวนมากมายเหล่านี้ สามารถประนีประนอมยอมความกันได้โดยส่งผลกระทบต่อแบงก์น้อยที่สุด

แบงก์สหธนาคาร ไอเอฟซีทีและทหารไทย ดูจะได้รับความเสียหายน้อยกว่าแบงก์กรุงเทพ กรุงศรีอยุธยา และนครหลวงไทย เนื่องจากมีหลักทรัพย์ชั้นดีของไทยเสรีอาหารสากลค้ำประกันอยู่

ปัญหาทางออกของเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนของการฟ้องร้องเพื่อเรียกชำระหนี้ประมาณ 744 ล้านบาทและฟ้องล้มละลายซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์นี้เอง

บริษัทไทยเสรีห้องเย็นตกเป็นจำเลยของแบงก์ทหารไทยมูลหนี้ 520 ล้านบาท ขณะที่ไทยเสรีอาหารสากลและไทยเสรีปราณบุรีมีมูลหนี้ที่ถูกฟ้องร้อง 141 และ 83 ล้าน

ก่อนหน้าที่แบงก์ทหารไทยจะเข้าฟ้องร้อง กลุ่มไทยเสรีของไพโรจน์ก็กำลังเจอแรงกดดันจากความพ่ายแพ้ในคดีแพ่งมูลหนี้ 68 ล้านจากแบงก์กรุงศรีฯ และเวลานี้ทรัพย์สินของไทยเสรีอาหารสากลถูกบังคับให้ขายทอดตลาด

ความพยายามที่จะยืดเวลาการบังคับขายทอดตลาดด้วยวิธีการการหาหลักทรัพย์มาค้ำมูลค่าเกือบ 600 ล้านบาทของไพโรจน์ เป็นหนทางที่เขากำลังทำอยู่เวลานี้ ภายใต้ข้อแนะนำอย่างใกล้ชิดของนันทวัตร ไกรเสม นักกฎหมายหนุ่มของสำนักงานกฎหมาย สนอง ตู้จินดา

ปัญหาหนี้สินของไทยเสรีฯ ที่เกี่ยวโยงในประเด็นข้อกฎหมายมีความสลับซับซ้อนมาก การฟ้องร้องของแบงก์ทหารไทยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์เป็นจุดที่กดดันให้ไพโรจน์ต้องสู้ในประเด็นทางกฎหมายอย่างจริงจัง

เขาเข้าติดต่อสำนักงานกฎหมาย สนอง ตู้จินดา เพื่อให้จัดหาทนายมือเยี่ยมที่สุดทนายของไพโรจน์มี 3 คน นันทวัตร ไกรเสม รับผิดชอบคดีไทยเสรีห้องเย็น สุทิน บรมเจต รับผิดชอบคดีไทยเสรีอาหารสากล และกำไล มานะกิจ คดีไทยเสรีปราณบุรี

"ทนายของแบงก์ทหารไทยคือมนูญ มนูญชัยจากสำนักงานกฎหมายกิจธนา" นันทวัตรพูดถึงทนายคู่ต่อสู้ของเขา

การต่อสู้ทางกฎหมายของคดีนี้ อยู่ที่ทนายของแบงก์ทหารไทยต้อนำสืบข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ดำเนินการกู้เงินจริงจากธนาคารเนชั่นแนลออสเตรเลียมูลค่าประมาณ 20 ล้านสวิสฟรังสโดยแบงก์ทหารไทยเข้าค้ำประกันให้ เมื่อปี 2528 จริงและต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจำเลยมีหลักทรัพย์ไม่พอชำระหนี้

นันทวัตร เคยผ่านงานทนายให้จำเลยบริษัทคิ้กคาปู้ประเทศไทยในคดีการฟ้องร้องละเมิดเครื่องหมายการค้าของบริษัทมี้ด จอห์สันมูลค่า 198 ล้านบาท ซึ่งเวลานี้อยู่ในขั้นอุทธรณ์โดยเขาเป็นฝ่ายชนะในศาลชั้นต้น

นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์ผ่านงานว่าความในฐานะทนายโจทย์มูลค่า 100 กว่าล้าน (รวม 2 คดี) ในคดีของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นวธนกิจฟ้องแพ่งลูกค้ามาแล้ว

แต่คดีไทยเสรีเป็นคดีแรกที่มูลค่าฟ้องร้องมากที่สุดที่เขาเคยทำคดีมา ซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปีถึงจะรู้ผลถึงที่สุด

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย