Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน5 พฤศจิกายน 2550
จับตางบโฆษณาทีไอทีวี1.5พันล. ชี้โมเดิร์นไนน์ตัวหลักรับส้มหล่น             
 


   
search resources

TV
ทีไอทีวี




จับตาโมเดิร์นไนน์รับส้มหล่นงบโฆษณาจากทีไอทีวี ขณะที่ช่อง 3 และช่อง 7 ได้รับบ้างแต่ไมใช่ช่องหลัก เหตุเวลาโฆษณาแทบจะเต็มหมดแล้วตามกฎหมาย เผยทีมขายโฆษณาทีไอทีวีแห่ซบโมเดิร์นไนน์แล้วหลายคน

เมื่ออนาคตของทีไอทีวีจะต้องแปลงร่างเป็นทีวีสาธารณะ ตามมติที่ประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. ตามร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ........

ผลพวงดังกล่าวย่อมต้องส่งผลกระทบต่อตัวสถานีทีไอทีวีเองแน่นอน เพราะจะต้องเป็นทีวีที่ทำหน้าที่เป็นองค์การสื่อสาธารณะด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่ดำเนินการภายใต้ทุน ทรัพย์สิน และรายได้ขององค์การ

นี่คือสิ่งที่ค้ำคอทีไอทีวีอยู่ และกลายเป็นประเด็นหลักประเด็นหนึ่งที่ ทีวีสาธารณะหรือทีไอทีวีเองไม่อาจจะหารายได้จากโฆษณาต่อไปได้อีกแล้ว

ทีไอทีวีหรือไอทีวีในอดีต ถือเป็นช่องหลักช่องหนึ่งที่บรรดาเอเจนซีและเจ้าของสินค้าลงโฆษณา รองลงมาจาก ช่อง 3 และช่อง 7 เพราะเป็นสถานีที่มีเครือข่ายการส่งสัญญาณกว้างไกล ฐานผู้ชมมาก และมีรายการที่หลากหลาย

แหล่งข่าวจากวงการสื่อรายหนึ่งให้ความเห็นว่า เม็ดเงินโฆษณาเดิมที่ผ่านทางทีไอทีวีจากนี้ไป มีโอกาสที่จะไหลไปที่ช่องโมเดิร์นไนน์มากที่สุด รองลงมาคือ ช่อง 5 แต่ช่อง 3 หรือ ช่อง 7 ก็อาจจะได้บ้างแต่ไม่น่าที่จะเป็นช่องหลักที่จะได้รับงบโฆษณาจากสินค้าเดิมที่ลงทีไอทีวีก่อนหน้านี้อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน

เขาวิเคราะห์เหตุผลและความเป็นไปได้ว่า ทุกวันนี้ ช่อง 3 และ 7 ถือได้ว่ามีโฆษณาเต็มที่แล้ว แทบจะไม่มีเวลาหรือช่องว่างให้ลงได้อีก เนื่องจากตามข้อกำหนดของกฎหมาย ในเวลาแพร่ภาพ 1 ชั่วโมง สามารถขายโฆษณาได้เต็มที่ 10-12 นาทีเท่านั้นและรายการที่แพร่ภาพทุกวันนี้ก็มีโฆษณาเต็มหมดแล้ว โอกาสที่จะลงโฆษณาอีกจึงยากมาก นอกจากว่าช่อง 3 และ 7 จะปรับกลยุทธ์ใหม่อีก แต่ก็ยากมาก

ก่อนหน้านี้ช่อง 3 ก็ใช้กลยุทธ์การเพิ่มรายการเด็ก เพิ่มรายการที่เกี่ยวกับผู้ชาย และรายการข่าว เพื่อหาช่องว่างรับเม็ดเงินโฆษณาซึ่งก็ได้ผลเหมือนกัน

ล่าสุดแม้ว่าช่อง 3 เตรียมที่จะปรับราคาค่าโฆษณาขึ้นอีกในเดือนมกราคมปีหน้าประมาณ 7% ในบางรายการ ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่จะปรับเดือนมีนาคมก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เจ้าของสินค้าต้องคิดหนักอีกแม้ว่าจะเป็นช่องหลัก เพราะทุกวันนี้ราคาของช่อง 3 ก็แพงสุดกู่แล้ว อีกทั้งสินค้าตัวหลักๆก็ยิงสปอตที่ช่อง 3 อยู่แล้ว การที่จะเอาสินค้าตัวเดียวกันและใช้งบเพิ่มขึ้นแต่ลงช่องเดิม ในภาวะที่เศรษฐกิจแบบนี้คงไม่ดีนัก เมื่อมีทางเลือกอย่างโมเดิร์นไนน์ ไฉนเลยเจ้าของงบโฆษณาจะไม่มอง

ช่องโมเดิร์นไนน์นั้น ก็ถือเป็นผู้นำช่องหนึ่ง มีรายการทั้งบันเทิง สาระความรู้ ไม่แพ้สองช่องหลักดังกล่าว อีกทั้งค่าโฆษณาก็มีความใกล้เคียงกับทางช่องทีไอทีวีด้วย และเป็นช่องที่เป็นคู่แข่งขับเคี่ยวกันมาอยู่ตลอดเวลาอีกคู่หนึ่ง เทียบเคียงคู่ระหว่าง ช่อง 3 และ 7ดังนั้นบรรดาเอเจนซี่และเจ้าของสินค้าคงต้องพุ่งเป้าไปที่โมเดิร์นไนน์

สำหรับส่วนแบ่งทางการตลาดเม็ดเงินโฆษณาของทีวีแต่ละช่องนั้น ตามตัวเลขของงบโฆษณาไตรมาสแรกปีนี้พบว่า ช่อง 3 มีส่วนแบ่ง 25% , ช่อง7 มีส่วนแบ่ง 27% ,ช่อง 5 มีส่วนแบ่ง 17% เท่ากับช่อง ทีไอทีวี ส่วนช่องโมเดิร์นไนน์มีเพียง 12% เท่านั้น ก็น่าจะเป็นช่องว่างที่ยังอ้าแขนรับงบโฆษณาได้อีก

อีกเหตุผลหนึ่งคือ ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เกิดปัญหาทีไอทีวีขึ้นมา ทีมขายโฆษณาของทีไอทีวีได้ลาออกไปจำนวนมาก และได้เข้าไปร่วมงานที่โมเดิร์นไนน์จำนวนมากกว่า 20 คน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องมีสายสัมพันธ์กับเอเจนซี่แพลนงบโฆษณาที่สามารถจะดึงมาลงที่โมเดิรน์ไนน์ได้ไม่มากก็น้อย

ช่วงกลางปีที่ผ่านมานี้มีงบโฆษณาไม่น้อยที่ไหลไปอยู่ที่ช่องโมเดิร์นไนน์แล้ว เช่น กรณีของยูนิลีเวอร์ยักษ์ใหญ่ด้านอุปโภคบริโภคซึ่งลงโฆษณาช่องไอทีวีมากสมัยที่ยังไม่มีปัญหาแต่ช่วงหลังก็โยกงบไปใช้ที่ช่องโมเดิร์นไนน์มากขึ้นแล้ว เช่นเดียวกับแบรนด์เอเจ ซึ่งเป็นเครื่องเล่น ดีวีดี ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

สังเกตุได้จากงบโฆษณาไตรมาสแรกปีนี้ของยูนิลีเวอร์มียอดใช้จ่ายงบโฆษณารวมมากกว่า 1,320 ล้านบาท โดยมีช่อง 7 ได้งบมากที่สุด 30.7% ใกล้เคียงกับช่องทีไอทีวีที่มีสัดส่วน 30.4% ขณะที่ช่อง 3 อยู่ที่ 20.2% เท่านั้น และช่องโมเดิร์นไนน์มีสัดส่วนที่ 10% ซึ่งแน่นอนว่าโมเดิร์นไนน์จะได้รับอานิสงส์ในส่วนต่างที่หายไปของทีไอทีวี

เดิมทีช่องไอทีวีหรือทีไอทีวีมีรายได้จากงบโฆษณามากกว่า 100-150 ล้านบาทต่อเดือนช่วงพีคสุดๆ ซึ่งหากคำนวณอย่างคร่าวๆแล้วจากเฉลี่ยเดือนละ 120 ล้านบาทก็พอ รายได้จากงบโฆษณาในภาวะปรกติของทีไอทีวีก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี แต่เมื่อเกิดปัญหาตั้งแต่ปีที่แล้วกระทั่งกลายเป็นทีไอทีวี โฆษณาค่อยๆลดลงหายไป เหลือเพียงแค่ 50-60 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น หดตัวไปมากกว่า 50% เลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวไว้ว่า คงยังตอบไม่ได้ชัดเจนในเวลานี้ว่างบโฆษณาจากช่องทีไอทีวีจะไหลมาเข้าที่โมเดิร์นไนน์มากน้อยแค่ไหน แต่คิดว่าคงจะได้รับผลดีบ้าง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย