Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 




ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2550








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2550
FM 95 ลูกทุ่งมหานคร ไพร์มไทม์หลังเที่ยงคืน      
โดย สมเกียรติ บุญศิริ
 


   
www resources

โฮมเพจ อสมท.
โฮมเพจ 95 F.M. ลูกทุ่งมหานคร

   
search resources

Radio
Musics
อสมท, บมจ.
วสุ เลิศจรรยา
95 F.M. ลูกทุ่งมหานคร




การเริ่มต้นของคลื่น FM 95 ลูกทุ่งมหานคร ของ บมจ.อ.ส.ม.ท.จะถูกตั้งคำถามเสมอว่า ทำไมทำสถานีลูกทุ่งเหมือนกับรายเดิมที่เคยทำอยู่ น่าจะมีการคิดใหม่ทำใหม่ไม่ใช่เดินตามรอยเก่าอย่างนี้

ถึงจะถามกันอย่างไร สงสัยกันอย่างไร คลื่นลูกทุ่งมหานครก็กลายเป็นคลื่นฮิตติดอันดับไปแล้ว สิ่งที่ทำให้สถานีนี้ติดก็คือเพลงลูกทุ่ง และน่าจะเป็นสถานีที่เข้มแข็งที่สุดบนหน้าปัดวิทยุ

อย่างน้อยก็มีข้อได้เปรียบว่าเจ้าของคลื่นลงมาทำเอง

วาสุ เลิศจรรยา เข้ามาดูแลบริหารคลื่น FM 95 ในปี 2547 หลังจากที่วิทยา ศุภพรโอภาส และทราฟฟิค คอนเนอร์ต้องถอยออกไป ซึ่งเขายอมรับว่าช่วงแรกที่เข้ามาทำต่อมีคำถามมากมายว่าเอาคลื่นมาทำต่อแล้วจะทำได้ดี หรือทำแล้วแย่ลง แต่ด้วยความตั้งใจไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาทำให้อะไรเลวร้าย ต้องการทำให้ดีขึ้น พัฒนาขึ้นไปอีก

"เป็นบุญบารมีของคุณวิทยาที่ทำคลื่นลูกทุ่งติด แต่ช่วงนั้นก็เริ่มลงแล้ว เพราะไม่มีการปรับปรุงหรือใส่อะไรใหม่ๆ เข้าไป ผมเข้ามาก็จัดให้เป็นระบบมากขึ้น ทำให้ทันสมัย และขยายกลุ่มคนฟังให้กว้างขึ้น"

ผลของการปรับรูปแบบในการจัดรายการใหม่ ทำให้เรตติ้งของคลื่นนี้ที่เคยอยู่ในอันดับ 4 จากการสำรวจของบริษัท เอซี นีลเส็น ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 แล้วก็ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 และอยู่มาเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว

การเปลี่ยนรูปแบบในการจัดรายการของวาสุมุ่งไปที่การจัดวางเนื้อหาและเพลงที่จะเปิด เพราะนั่นคือสินค้าที่จะออกไปเรียกคนฟังให้ฟังคลื่นนี้แบบไม่เปลี่ยนช่อง ซึ่งเพลงที่เปิดในทุกช่วงรายการจะผ่านการคัดเลือกและพิจารณาจากทีมงาน ไม่ใช่เปิดตามใจดีเจ

"ดีเจทุกคนมีสิทธิในการออกเสียงเลือกเพลงที่จะเปิด เพราะมีการประชุมกันเป็นประจำ และที่สำคัญเพลงที่เปิดต้องเป็นเพลงอันดับหนึ่ง ไม่ใช่อันดับสองหรือสาม"

การจัดวางแบบนี้ทำให้คนฟังเปิดมาฟังช่วงไหนก็จะได้ฟังเพลงดังทุกช่วง โดยไม่ต้องกังวลว่าดีเจแต่ละคนจะเปิดเพลงอย่างไร ซึ่งจะส่งผลให้การวางตัวดีเจของคลื่นสามารถปรับเปลี่ยนหรือยืดหยุ่นได้มากขึ้น

ในความเห็นของวาสุดีเจของคลื่นนี้ไม่จำเป็นต้องฟังเพลงลูกทุ่งแบบเข้าเส้นเลือด ต้องฟังเพลงหลากหลายทั้งเพลงสากล เพลงสตริง และไม่มีรูปแบบการจัดรายการเหมือนดีเจลุกทุ่งยุคเก่า และดีเจของคลื่นนี้มีอายุน้อยที่สุดคือ 20 ปี ส่วนอายุมากที่สุดก็คือผ่องศรี วรนุช

"ดีเจของที่นี่จะกำหนดไว้ว่าให้เป็นเพื่อนกับคนฟังมากที่สุด"

ปัจจัยที่ทำให้วาสุปรับเปลี่ยนคลื่น 95 ให้อยู่ในรูปแบบนี้ ก็คือการทำวิจัยคนฟัง ซึ่งเป็นการทำวิจัยเอง ไม่ได้จ้างบริษัทภายนอก ซึ่งข้อมูลก็มาจากคนฟังที่ตามเก็บมาจากงานกิจกรรมของคลื่นบ้าง กิจกรรมของลูกค้าบ้าง ซึ่งข้อมูลส่วนนี้เป็นข้อมูลสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการ เพื่อให้ตอบรับคนฟังมากที่สุด

การวิจัยและเก็บข้อมูลคนฟังแบบนี้ ทำให้รู้ว่าคนฟังเพลงลูกทุ่งชอบฟังเพลงและมีดีเจเป็นคนให้ข้อมูล เป็นเพื่อน และต้องการมีส่วนร่วมโดยเฉพาะการโทรศัพท์เข้ามาในรายการ ไม่ชอบเล่นเกมและไม่ชอบการจัดรายการแบบเปิดเพลงยาว 50 นาทีโดยไม่มีดีเจ

เหตุผลที่วาสุลงมือทำวิจัยเอง สั้นๆ ง่ายๆ ก็คือไม่มีเงินไปจ้างบริษัทข้างนอกเพราะแพงเกินไป และผลที่ได้มาก็มีแค่พฤติกรรมคนฟัง อันดับเรตติ้ง แต่ไม่มีข้อเสนอแนะว่าต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร การทำเองจะได้ข้อมูลที่ต้องการมากกว่า

งานวิจัยที่ทำขึ้นจะไปเป็นเครื่องมือประกอบการขายโฆษณาของคลื่นด้วย เพื่อให้ลูกค้าได้รู้ว่าคนฟังเป็นอย่างไร ต้องการอะไร และจะทำวิจัยปีละ 2 ครั้ง ส่วนการเก็บข้อมูลจะทำทุกครั้งที่มีกิจกรรมของคลื่น

สำหรับกลุ่มคนฟังคลื่น FM 95 ลูกทุ่งมหานคร ครอบคลุม อายุ 12-15 ปี มีคนฟังนาทีละ 300,000 คน และสมาชิกของมหานครคลับ 100,000 คน ฐานคนฟังทั่วประเทศส่วนหนึ่งมาจากการเชื่อมต่อสัญญาณให้เครือข่ายของ อ.ส.ม.ท.ทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน ซึ่งช่วงนั้นวาสุถือว่าเป็นไพร์มไทม์ของคลื่นเลยทีเดียว

"ไพร์มไทม์ของเราคือเที่ยงคืน ตี 3 และตี 5 เพราะหลังเที่ยงคืนจะเปิดฟังได้ทั่วประเทศ เราได้กลุ่มคนส่งของขับรถ จากนั้นก็เป็นเกษตรกร ยิ่งชาวสวนยางที่ออกมากรีดยาง กลุ่มเหล่านี้ฟีดแบ็กจาก SMS มหาศาล"

สิ่งหนึ่งที่ดึงให้คนฟังอยู่กับคลื่นนี้โดยไม่เปลี่ยนไปไหน มาจากกิจกรรมต่อเนื่องที่ใช้ฐานสมาชิก 100,000 ราย ให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกันเป็นประจำ รวมไปถึงโครงการเพลงช้างเผือกที่เปิดโอกาสให้คนที่สนใจเพลงลูกทุ่ง ทำผลงานเพลงมาให้สถานีเผยแพร่

เดิมโครงการนี้ให้สถานีเครือข่ายต่างจังหวัดส่งผลงานเข้ามาแต่หลังจากนั้นก็มีคนฟังส่งมาร่วมด้วยมากมาย

"ผมยังค้างไม่ได้เปิดแผ่นที่ส่งมาเป็นร้อยแผ่น บางแผ่นตั้งแต่ปี 2549 แต่ทุกแผ่นจะต้องได้เปิด"

วาสุเพิ่มเวลาในการเปิดเพลงจากโครงการนี้เป็นสัปดาห์ละ 10 เพลง จากเดิมเปิดแค่ 5 เพลงเท่านั้น

การต่อยอดของโครงการช้างเผือกมีทั้งการจัดประกวดให้รางวัลกับคนทำผลงาน 30,000 บาท และบางผลงานได้รับการติดต่อจากค่ายเทปใหญ่ๆ นำไปให้นักร้องในสังกัดร้อง หรือให้เจ้าของผลงานไปร้องเองก็มี

การที่สามารถสร้างกลุ่มคนฟังได้หนาแน่นและจำนวนมากระดับนี้ก็ทำให้สินค้าหลายรายเข้ามาลงโฆษณา ซึ่งมีทั้งแบบซื้อเวลาธรรมดาและแบบร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเอไอเอสที่ร่วมกันทำสวัสดีลูกทุ่ง เดินสายไปทุกชุมชนและสินค้าบางตัวก็เลือกลงที่คลื่น 95 เพียงที่เดียว ไม่ได้ใช้สื่ออื่นร่วมด้วย เพราะเห็นผลว่าสามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าได้

ในฐานะที่เป็นสื่อในการเผยแพร่เพลงลูกทุ่งให้กับคนฟังทั่วประเทศ วาสุยอมรับว่าคลื่นนี้มีส่วนหนึ่งในการช่วยทำให้ศิลปินประสบความสำเร็จ นอกจากการโปรโมตโดยตรงของค่ายเทปเอง ซึ่งเขายืนยันว่าคลื่นนี้เป็นกลางเปิดให้กับทุกค่าย ภายใต้การตัดสินใจของสถานี

สิ่งที่จะทำต่อไปของคลื่นนี้ก็คือ การจัดอันดับเพลงลูกทุ่งที่เที่ยงตรงที่สุดและต้องการให้เป็นสถาบันกลางที่ทุกคนยอมรับได้ ที่ผ่านมาเขาทำไปแล้วแต่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมๆ กับการพัฒนาเนื้อหาในรูปแบบดิจิตอลที่คนฟังสามารถเลือกฟังหรือดาวน์โหลดได้

"เราต้องให้ความรู้กับคนฟังของเราก่อนว่าต้องทำอย่างไร อย่าง SMS เราก็ต้องสอนให้คนฟังใช้ให้เป็น แม้ว่าทุกคนจะมีโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ไม่ได้ส่งข้อความเป็นทุกคน"

จึงไม่ต้องแปลกใจที่บางช่วงในการจัดรายการ ดีเจอธิบายวิธีการส่งข้อความอย่างละเอียดให้กับคนฟังอยู่เป็นประจำ

สำหรับวาสุ เลิศจรรยา ผ่านการเป็นผู้สื่อข่าวในหนังสือไอทีและเปลี่ยนมาทำด้านการตลาดให้กับเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง และย้ายไปทำงานกับอาร์สยาม ก่อนที่จะมาทำงานที่ อ.ส.ม.ท.ในยุคที่มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นกรรมการผู้อำนวยการ   




 








current issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย