Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์3 ธันวาคม 2550
ไขกุญแจสื่อสารสู่ความสำเร็จยุคดิจิทัล             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท อินนิชิเอทีฟ จำกัด

   
search resources

อินนิชิเอทีฟ, บจก.
Advertising and Public Relations




ผลวิจัย"ดิจิทัล คอนซูมเมอร์"ระบุปี 51เทรนด์ดิจิทัลมาแรง อินิชิเอทีฟแนะผู้ประกอบการต้องปรับตัว เปิดรับเทคโนโลยี พร้อมเดินหน้าเข้าสู่"convergence"

ผลวิจัยเรื่อง ดิจิทัล คอนซูมเมอร์ โดยบริษัท อินนิชิเอทีฟ เผยว่า แนวโน้มการบริโภคสื่อในปัจจุบันของผู้บริโภคได้ปรับเปลี่ยนไป จากเดิมที่บริโภคสื่อประเภทเดียว ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นการบริโภคสื่อหลากหลายยิ่งขึ้น ส่งผลให้เจ้าของสินค้าต้องมีการก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและไม่หยุดนิ่ง รวมไปถึงศึกษาความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องทำการวัดผลความสำเร็จ การตอบรับของลูกค้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคอนเวอร์เจนซ์ หรือการควบรวมผสมผสานทุกสื่อเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ

ปัจจัยที่เจ้าของสินค้าต้องมีการปรับตัวเพื่อรับกับกระแสดังกล่าว เป็นผลมาจากการการวิจัยที่ระบุว่าแนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากการเติบโตของผู้ใช้ ปัจจุบันตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีจำนวน 11 ล้านคน เติบโตกว่า 23 % หรือคิดเป็น 16 % ของประชากร และเมื่อเฉลี่ยเป็นวันพบว่ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน 800,000 รายต่อวัน ผลจากการใช้อินเทอร์เน็ตในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นของผู้บริโภค ส่งผลให้การโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยคาดว่าเม็ดเงินโฆษณาในอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านบาทในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ทำได้ 580 ล้านบาท

นอกเหนือจากการเติบโตของผู้ใช้จนส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาไหลเข้ามาสู่วงจรอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมากแล้ว ปัยจัยที่มีส่วนในการผลักดันให้การโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตเติบโตในปีหน้านั้น ยังประกอบไปด้วย การเปลี่ยนแปลงของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่จะ เปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินโฆษณาจากเจ้าของสินค้าที่แต่เดิมได้เทงบประมาณลงมาได้กระจายออกมายังช่องอื่นๆปัจจัยต่อมาคือการห้ามโฆษณาขนมเด็ก ,การห้ามโฆษณาแอลกอฮอล์ ,การจัดเรทติ้ง ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่มีส่วนในการกำหนดงบโฆษณาของเจ้าของสินค้าในการเลือกช่องทางสื่อต่างๆ

ประกอบกับเทรนด์การบริโภคสื่อแบบควบรวมหรือการบริโภคสื่อแบบผสมผสาน (convergence)ทั้งสื่อหลักและสื่อรองที่นำเสนอผ่านโลกอินเทอร์เน็ต ถือเป็นอีกหนึ่งกระแสที่ทำให้การโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น ดังจะเห็นจาก สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โดยเฉพาะกับสื่อโทรทัศน์ที่มีแนวโน้มผู้บริโภคลดลง ในทางกลับกันสื่อโทรทัศน์ออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการใช้บริการทีวีอินเทอร์เน็ตสามารถเลือกชมรายการได้ และ สามารถรีรันเทปได้

ในขณะเดียวกันสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งมีอยู่ราว 100 หัวหนังสือก็โดนผลกระทบอันเนื่องมาจากการเติบโตของอินเทอร์เน็ต โดยปัจจุบันสัดส่วนของผู้อ่านผ่านเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น สื่อหลักๆอย่างหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด ที่มียอดขายสูงสุดรวมไปถึงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่งต่างมีการปรับตัวด้วยการนำเสนอข่าวสารผ่านหน้าเว๊บไซต์ของตนเอง ส่งผลให้เจ้าของสื่อต้องมีการนำเสนอผ่านออนไลน์เพื่อให้ครอบคลุมกับผู้อ่านมากขึ้น โดยตัวอย่างของสื่อสิ่งพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จบนโลกดิจิทัลคือ ผู้จัดการออนไลน์ที่มีจำนวนผู้อ่านเฉลี่ย 138,000 รายต่อวัน

ด้านการอ่านแมกกาซีนออนไลน์ก็เพิ่มมากขึ้น ตัวเลขผู้อ่านในเขตกรุงเทพมหานครพบว่า ปัจจุบัน ผู้ที่อ่านนิตยสารออนไลน์มีจำนวน 18 % เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มี 16 % ในขณะที่ผู้อ่านแมกกาซีนแต่เพียงอย่างเดียวมีสัดส่วน 7 % ลงลง 1 % เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ปัจจัยที่ทำให้ความนิยมอ่านแมกกาซีนออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการกว่า 100 เจ้าได้นำแมกกาซีนมานำเสนอบนหน้าเว๊บไซต์ ส่งผลให้เกิดความสะดวกสบายในการหาอ่านและมีราคาถูกกว่าหากจะซื้อแมกกาซีนมาอ่านหนึ่งเล่ม

ส่วนวิทยุออนไลน์ก็ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น ประกอบกับกระแสของไอพอด ที่ผู้บริโภคสามารถดาว์นโหลดเพลงที่ต้องการฟัง ส่งผลให้การฟังเพลงออนไลน์เติบโต โดยเมื่อดูจากสัดส่วนการฟังพบว่ามีผู้บริโภคฟังเพลงออนไลน์เฉลี่ย 1 แสนคนต่อวัน ด้านสื่อวีซีดี ดีวีดี ล้วนโดนผลกระทบกับกระแสดิจิทัล เนื่องจากเว๊บไซต์ที่เปิดบริการดาว์นโหลดหนัง เพลง วีซีดี ต่างๆฟรี ได้รับความนิยม ซึ่งปัจจัยตรงนี้กระทบกับโรงภาพยนตร์เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามแม้ธุรกิจโรงภาพยนตร์จะโดนกระทบกับสื่ออินเทอร์เน็ต แต่เมื่อหันมามองงบโฆษณาที่แต่ละค่ายเจ้าของสินค้าหันมาเทงบกลับพบว่า การโฆษณา ณ โรงภาพยนตร์มีอัตราการเติบโตสูงสุด ตัวเลข 10 เดือนของปี 2550 โต 134 % ตามมาด้วยสื่ออินสโตร์ โต 100 % ด้านเจ้าของสินค้าที่เทงบโฆษณามากเป็นอันดับหนึ่งคือ เอนเตอร์เทนเม้นต์ ใช้เม็ดเงินกว่า 6,177 ล้านบาท ลดลง 13 % ตามมาด้วยสินค้ากลุ่มสกินแคร์ 5,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 % และ รถยนต์ 4,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 %

ส่วนสินค้าที่มีการใช้งบโฆษณาสูงเป็นอันดับ1คือ โตโยต้า จำนวน 1,152 ล้านบาท ลดลง 4 % ,เอไอเอส จำนวน 897 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31 % ,พอนด์ จำนวน 871 ล้านบาท ลดลง 6 % ,สำนักนายกรัฐมนตรี 796 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42 % และนีเวีย 779 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6 %

แม้สื่อต่างๆจะโดนอิทธิพลจากการเติบโตของอินเทอร์เน็ต แต่หากเจ้าของสินค้าหรือผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่ได้ก้าวไปข้างหน้า พร้อมทั้งใช้สื่อในแนวผสมผสานให้เป็น โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็มีสูง

ปี 51 คนไทยเลือกจ่ายเงินเพื่อความสะดวกสบาย

ผลวิจัยดังกล่าว ยังระบุให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย โดยพบว่าปัจจุบันประชากรในประเทศไทยที่มีอยู่ราว 65.7 ล้านคน จำนวนประชากรมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นลดลง และเมื่อมองไปที่ครอบครัว จากเดิมครอบครัวไทยจะใหญ่ ประกอบไปด้วยพ่อแม่ลูกรวมไปถึงญาติพี่น้อง ปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวลดลง เหลือเพียงพ่อแม่ลูก ส่งผลให้ธุรกิจที่อยู่อาศัยอย่างคอนโด มีแนวโน้มเติบโตสูง เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่าอัตราการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม,แฟลตหรืออพาร์ตเม้นต์ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 10 % ในขณะที่สัดส่วนของการอยู่อาศัยบ้านนั้นก็มีแนวโน้มลดลงทุกปี

นอกเหนือจากนั้นแล้ว การใช้ชีวิตประจำวันของประชากรส่วนใหญ่ได้ปรับเปลี่ยนไปจากอดีตโดยพบว่าประชากรในปัจจุบันต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็ว สอดคล้องกับการเติบโตเรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม และสินค้าคอนซูมเมอร์โปรดักส์ที่สามารถพกพาสะดวก หรือ สามารถรับประทานได้ทันที นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตรับกับกระแสของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปคือ ธุรกิจคอนวีเนี่ยนสโตร์ อย่างเซเว่นอีเลฟเว่น

ผลการวิจัยพบว่า ประชากรกว่า 51 % เลือกที่จะใช้บริการของคอนวีเนี่ยนสโตร์ และสินค้าที่ทุกคนเลือกซื้อคือ อาหารจานด่วน หรือ ที่เรียกว่า Ready to eat meal ซึ่งคนไทยกว่า 43 %ที่เลือกใช้บริการดังกล่าว โดยถือเป็นสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือจีนและไต้หวัน ซึ่งสาเหตุที่เลือกซื้ออาหารจานด่วนนั้น 87 %ให้เหตุผลว่า สะดวกสบาย ในขณะที่อีก 32 % ให้เหตุผลว่า มีราคาถูกกว่าหากจะต้องทำเอง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย