Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 ธันวาคม 2550
SSECฟุ้งปี51 เพิ่มมาร์เก็ตแชร์ได้เกิน 2% อาจพลาดเป้าหากหาพันธมิตรไม่สำเร็จ             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ จำกัด (มหาชน)

   
search resources

ซิกโก้, บล.
ศิริพงษ์ สุทธาโรจน์
Funds




SSEC ฟุ้งปีหน้าเพิ่มมาร์เก็ตแชร์สูงกว่า 2 % หลังจากปีที่ผ่านมาภาวะการแข่งขันทางธุรกิจรุนแรง ทำให้รายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เผยอาจพลาดเป้าหากหาพันธมิตรในลักษณะคู่ค้าไม่ได้ ยันไม่มีแผนควบรวมกิจการหลังการเจรจาครั้งก่อนไม่สำเร็จ เร่งลุยงานวาณิชฯ โกยรายได้เต็มสูบ

นายศิริพงษ์ สุทธาโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซิกโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SSEC เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรของบริษัทน่าจะสูงกว่าปี 49 ซึ่งมีกำไรอยู่ที่ 2 ล้านบาท เนื่องจากได้ตั้งสำรองกรณีลูกค้าไม่ชำระซื้อหุ้นประมาณ 16 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกปีนี้พบว่ามีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท ขณะที่รายได้คาดว่าต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ เนื่องจากการแข่งขันของธุรกิจนี้รุนแรง

ทั้งนี้ ส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 1.57% ลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 2% เพราะการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง และปีหน้าคาดว่าจะมีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มสูงกว่า 2% เพราะจะหาพันธมิตรในลักษณะคู่ค้า (Exclusive Partnership) เพื่อเข้ามาสนับสนุน โดยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนลูกค้าที่เป็นนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเป็น 5% จากปัจจุบันที่ไม่มีลูกค้าสถาบันต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ารายย่อย 95% และลูกค้าสถาบันในประเทศ 5%

"ปีหน้าคาดว่าจะมีรายได้และกำไรสุทธิดีกว่าปีนี้ เพราะมาร์เก็ตแชร์ที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มจาก 5% เป็น 10% ส่วนเอ็กคลูซีฟพาร์เนอร์ ไม่รีบร้อน แต่หากหาไม่ได้มาร์เก็ตแชร์ที่ตั้งเป้าไว้ 2% อาจไม่เป็นไปตามที่คาด ส่วนการควบรวมกิจการยังไม่มีแผน หลังจากก่อนหน้านี้ผู้ถือหุ้นใหญ่เคยเจรจากับพันธมิตรแต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงล้มเลิกไป " นายศิริพงษ์กล่าว

สำหรับปี 51 บริษัทมีงานด้านวาณิชธนกิจ ที่เป็นการนำหุ้นใหม่ (ไอพีโอ) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์mai รวม 2 บริษัท โดยเบื้องต้นคาดมูลค่าไม่เกิน 1 พันล้านบาท ซึ่งจะระดมทุนในช่วงครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลังอย่างละบริษัท พร้อมกับมีแผนออกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีก 2-3 กองทุน โดยคาดว่าจะมีสินทรัพย์เป็น เออร์บาน่า สาทร 1 กอง

นอกจากนี้ ยังจะรับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ประมาณ 6 บริษัท ซึ่งอาจจะเป็นการประเมินราคาหุ้นต่างๆ จากผลดังกล่าว จะทำให้สัดส่วนรายได้ด้านวาณิชธนกิจเพิ่มเป็น 3-4 % จากปัจจุบันที่มีเกือบ 2% โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ 80% และค่าธรรมเนียมซื้อขายอนุพันธ์ และอื่น ๆ รวมกันในส่วนที่เหลือ 20%

นายศิริพงษ์กล่าวถึง ดัชนีตลาดหลักทรัพย์หลังจากการเลือกตั้งว่ามีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 900-1000 จุด เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นและกล้าที่จะเข้ามาลงทุนมากขึ้น เพราะมั่นใจว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาสานต่อนโยบายทางเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่ปีหน้ายังไม่สามารถประเมินได้ว่าดัชนีจะอยู่ที่เท่าใด เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย