Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2546
EAC Building ตึกสวยริมน้ำเจ้าพระยา             
โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
 


   
search resources

EAC Building




EAC Building ตึกเก่าแก่อีกหลังหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่โดดเด่น ตั้งตระหง่านเคียงคู่ อาคาร Author Wing ของโรงแรมโอเรียนเต็ลมานานกว่า 100 ปี วันเวลาที่ล่วงเลยไป ไม่สามารถบดบังความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมของอาคารหลังนี้ได้เลย

อาคารหลังนี้คาดว่าสร้างขึ้นมาหลังปี พ.ศ.2433 เพื่อใช้เป็นที่ทำงานของกลุ่มบริษัท อีสต์ เอเชียติ๊ก ที่ได้มาเปิดบริษัทการค้าขึ้นในเมืองไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2427 โดย มร.เอ็ช เอ็น แอนเดอร์เซ่น กัปตันเรือชาวเดนมาร์ก

พื้นที่เดิมตรงนี้เคยเป็นบ้านเก่าหลังหนึ่งที่ทางบริษัท อีสต์เอเชียติ๊ก ใช้เป็นโกดังเก็บสินค้า โดยที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ในช่วงเวลานั้นได้เช่าพื้นที่อยู่ในโรงแรมโอเรียนเต็ล ต่อมาบ้านหลังนั้นรื้อทิ้ง เพื่อสร้างเป็นอาคาร EAC ที่เห็นในปัจจุบัน

รูปแบบของอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตกใน Style Neo-Renaissance (คือเป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นหลังยุค Classic สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15-16 บนพื้นฐานรูปแบบระเบียบและกฎเกณฑ์ ของสถาปัตยกรรมกรีกและโรมัน)

ตัวอาคารหันหน้าเข้าหาแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านหน้าอาคารเน้นทางเข้า โดยมีบันไดจากภายนอกเข้าสู่อาคาร ชั้น 2 บริเวณกึ่งกลางอาคาร มีการก่อ อิฐฉาบปูน 3 ชั้น ด้านบนเป็นดาดฟ้า การประดับตกแต่งอาคารค่อนข้างเรียบง่าย ไม่หรูหรา ฟุ่มเฟือย การทำบันไดทางขึ้นด้านหน้าลักษณะนี้เป็นรูปแบบหนึ่งที่นิยมสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4

ผนังด้านหน้าอาคารแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนกลางทำเป็นส่วนเน้น ของอาคาร โดยออกแบบให้ยื่นออกมา จากผนังด้านข้างเล็กน้อย และมีขนาด กว้างกว่าผนังอีก 2 ส่วนที่ขนาบข้าง ด้านบนเป็นผนังที่ก่ออิฐฉาบปูน ทำ สัญลักษณ์เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม ยอดโค้งครึ่งวงกลม ภายในปั้นปูนลายสมอเรืออยู่ภายในธง

อาคารชั้น 1 และชั้น 2 ผนังส่วนกลางอาคาร แบ่ง ออกเป็น 3 ส่วน ทำเป็นซุ้มโค้งครึ่งวงกลม ต่อเนื่องกัน 3 ซุ้ม (ส่วนละซุ้ม) และผนังที่ขนาบด้านข้างทั้ง 2 ข้างแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ทำเป็นซุ้มโค้งครึ่งวงกลมต่อเนื่องกัน 2 ซุ้ม ผนัง ชั้น 2 อาคารตกแต่งด้วยลายปูนปั้น บริเวณระหว่างซุ้มโค้ง ผนังชั้น 3 แบ่งเป็นส่วนๆ ตามชั้น 1 และ 2 แต่ละส่วนเจาะเป็นซุ้มหน้าต่างโค้งครึ่งวงกลมต่อเนื่องกันส่วนละ 2 ซุ้ม

เมื่อบริษัทอีสต์เอเชียติ๊ก ได้ย้ายไปยังสำนักงาน แห่งใหม่ที่ถนนสาทร อาคารหลังนี้ได้ถูกขายให้กับเจริญ สิริวัฒนภักดี ราชาแห่งวงการน้ำเมาที่กำลังรุกกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างหนักตั้งแต่คราวหลังสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่ 1 เป็นต้นมา

ในคราวนั้นเจริญต้องการพัฒนาให้ตึก EAC เป็นโรงแรม และศูนย์การค้าที่สวยงาม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ ในระยะเวลาดังกล่าวเขากำลังมีภาระหนักอยู่กับการพัฒนา โรงแรมอิมพีเรียล และโรงแรมต่างๆ ในเครืออิมพีเรียล ที่ซื้อ ต่อมาจากอากร ฮุนตระกล ถึง 7 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด รวมทั้งการซื้อโรงแรมภูแก้วรีสอร์ท ของบุญชู โรจนเสถียร โครงการออฟฟิศบิลดิ้งใหญ่ยักษ์บนถนนสาทร "เอ็มไพร์ทาวเวอร์" จากกลุ่มฮ่องกงแลนด์ ประจวบเหมาะกับปัญหาของวิกฤติเศรษฐกิจที่ส่งผลให้การพัฒนาโครงการ คลาสสิก ริมแม่น้ำนี้ชะลอไปหลายครั้ง

ประมาณปี พ.ศ.2537 เจริญได้มาซื้อโครงการโอเรียน เต็ล พลาซ่า หรือห้างสิงห์โตเก่า ศูนย์การค้าเก่าแก่อายุเกือบ 100 ปีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับตึก EAC เพิ่มขึ้นอีกหลังหนึ่งเพื่อพัฒนาเป็น OP.Place ศูนย์การค้าที่ขายของแอนทีค ที่ใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ความสวยงามของอาคารหลังนี้ ว่ากันว่า กลุ่มแมนดารินกรุ๊ป ผู้บริหารโรงแรมโอเรียนเต็ลเอง ก็เคยสนใจติดต่อ ของซื้อเพื่อพัฒนาเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของโอเรียนเต็ล แต่ ทางเจริญไม่ยอมขาย เพราะมีเป้าหมายชัดเจนที่จะพัฒนาเป็นบูทีคโฮเต็ล ที่เชื่อมต่อกับ O.P.Place ศูนย์การค้าเดิมของบริษัทแทน

คงอีกไม่นาน บูทีค โฮเต็ล แห่งใหม่ที่สวยงามตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะปรากฏต่อสายตาของชาวไทย และชาวโลก

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย