Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 มกราคม 2551
ศาลปกครองสั่งไม่คุ้มครอง ปิดตายทีไอทีวี-TPBSออนแอร์             
 


   
www resources

โฮมเพจ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี

   
search resources

TV
ทีไอทีวี




ปิดฉากทีไอทีวี ศาลปกครองไม่สั่งยกเลิกการห้ามแพร่ภาพของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ระบุเป็นหน้าที่คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวที่จะต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรเกี่ยวกับสัญญาการออกอากาศเดิมของผู้จัดรายการ-อนาคตพนักงาน “ณรงค์” ให้คำมั่นศาล 1 ก.พ.ออกอากาศ แถมผังรายการใหม่เสร็จสมบูรณ์ใน 3 เดือน ด้านทีไอทีวีตีความคือพันธะผูกพัน ศาลปกครองชี้ชัดว่ารวมถึงพนักงานทีไอทีวีด้วย ส่วนคณะกรรมการฯประชุมหาแนวทางทำงาน พร้อมเผยแพร่ภาพครั้งแรก ไทยพีบีเอส วานนี้

วานนี้ (17 ม.ค.) ศาลปกครองกลาง โดยนายชาวัฒน์ ศรีแก้ว ตุลาการเจ้าของสำนวน ได้มีคำสั่งยกคำขอการบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม บรรณาธิการข่าวเช้าและพนักงานไอทีวี รวม 105 คน ขอให้ศาลสั่งให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการให้บริการสาธารณะด้านกิจการวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หรือมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้ตามสมควรจนกว่าคดีที่ยื่นฟ้องอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 25/2551 ลงวันที่ 14 ม.ค. 51 เรื่องให้สถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟปฏิบัติตามพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยสั่งให้ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพ ตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันที่ 14 ม.ค. 51 จะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ เหตุผลที่ศาลไม่มีคำสั่งคุ้มครองตามที่พนักงานไอทีวีขอระบุว่า ขอเท็จจริงจากการไต่สวนของศาลฟังได้ว่าที่นายพีระวัฒน์และพวกรวม 105 คน ฟ้องว่าการที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้มีคำสั่งที่ 25/2551 ลงวันที่ 14 ม.ค. 51 เรื่องให้สถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟปฏิบัติตามพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยสั่งให้ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพ ตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันที่ 14 ม.ค. 51 เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะรวมทั้งผู้ฟ้องคดีทั้งหมดกรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ในการพิพากษาของศาลปกครอง ซึ่งศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณา แต่ที่นายพีระวัฒน์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่ 25/2551 นั้น ศาลเห็นว่าในชั้นนี้ยังไม่ปรากฎพยานหลักฐานอย่างชัดแจ้งที่จะรับฟังคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้เมื่อพิจารณามาตรา 57 พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 2551 แล้ว เห็นว่า กฎหมายได้บัญญัติให้โอนบรรดากิจการอำนาจหน้าที่ทรัพย์สินงบประมาณ หนี้ สิทธิ คลื่นความถี่ และภาระผูกพันของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการดำเนินการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ และในส่วนของสำนักงานกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ(เฉพาะกิจ) ที่อยู่ในความดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรีและกรมประชาสัมพันธ์ในวันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับไปเป็นขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

บทบัญญัติดังกล่าวย่อมมีผลให้บรรดากิจการอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิคลื่นความถี่ และภาระผูกพันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกอากาศรายการต่างๆ ตามกำหนดไว้เดิม ทั้งรายการที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ทีไอทีวีดำเนินการเองหรือรายการที่มีสัญญาผูกพันกับบุคคลภายนอก หรือหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับสถานภาพของพนักงานที่ได้ยื่นความประสงค์จะต่อสัญญาไว้ตามประกาศกรมประชาสัมพันธ์ ลงวันที่ 19 ธ.ค.50 โอนไปเป็นขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยผลของกฎหมายทันที

คำสั่งยังระบุอีกว่าการบริหารกิจการขององค์การฯดังกล่าวย่อมเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่ครม.แต่งตั้งขึ้น เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว โดยมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นธุรการ ตามมาตรา 58 ของพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงฯ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายชั่วคราวที่จะหยิบยกภาระผูกพันในการออกอากาศรายการที่ล่วงเลยกำหนดเวลาออกอากาศตามสัญญาเดิมไปแล้ว และสัญญาต่างๆ ที่ยังไม่ออกอากาศมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

โดยคำนึงถึงบทบัญญัติของพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงฯ ส่วนภาระผูกพันที่เกี่ยวกับสถานภาพของพนักงานทีไอทีวีที่ได้ยื่นความประสงค์และต่อสัญญาจ้างไว้นั้นก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายชั่วคราวที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาดำเนินการต่อไปหรือไม่เช่นกัน ซึ่งนายณรงค์ ใจหาญ หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว ให้ถ้อยคำต่อศาลว่าคณะกรรมการนโยบายชั่วคราวสามารถออกผังรายการของสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟในวันที่ 1 ก.พ. 51 และผังรายการจะเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน จึงเห็นได้ว่าคณะกรรมการฯดังกล่าวย่อมมีอำนาจในการดำเนินการกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย รวมทั้งจัดทำผังรายการ และดำเนินการออกอากาศอย่างต่อเนื่องต่อไปตามพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงฯ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามที่ร้องขอ

ทีไอทีวีตีความต่าง

หลังจากที่ทางศาลปกครองกลางส่งหนังสือแจ้งคำสั่งศาลมายังสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี เมื่อเวลาประมาณ 19.00น. ทางทีไอทีวีได้มีการเรียกรวมพนักงานยังห้องส่ง ชั้น 13 ของตึกชินวัตร 3 โดยมีจำนวนพนักงานทีไอทีวีและสื่อมวลชนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมประมาณ 300-400 คน

โดยระยะเวลาที่พนักงานทยอยเข้ามาในห้องดังกล่าว ได้มีการนำรายการถ่ายทอดสดจาก ช่อง TNN ของทางทรูวิชั่น ยูบีซี โดยมีนายเทพชัย หย่อง คณะกรรมการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และรักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ไทยพีบีเอส เป็นแขกรับเชิญในรายการ

ในระหว่างนั้นทั้งพนักงานและสื่อมวลชนต่างได้ฟังคำสัมภาษณ์ พร้อมรับทราบจากรายการดังกล่าวถึงคำสั่งศาล โดยสรุปว่าศาลมีคำสั่ง ให้ยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยห้าของทีไอทีวี ส่งผลให้พนักงานทีไอทีวีอยู่ในอาการเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากที่ผู้บริหารของทีไอทีวี ประกอบด้วย นายอัชฌา สุวรรณปากแพรก นายอลงกรณ์ เหมือนดาว นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ และนายไตรภพ ลิมปพัทธ์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการได้ขึ้นชี้แจงและตีความคำสั่งศาลออกมาอย่างคร่าวๆ ทำให้พนักงานมีสีหน้าและความรู้สึกที่ดีขึ้น

สำหรับคำตีความที่ได้ชี้แจงกับพนักงานครั้งนี้ โดยสรุป คือ พันธะผูกพัน ศาลปกครองชี้ชัดว่า รวมถึง พนักงานทีไอทีวีด้วย จากเดิมที่ทางคณะกรรมการฯทั้ง 5 เคยกล่าวว่า ไม่รวมถึงพนักงาน ตามที่กรมประชาสัมพันธ์ได้แจ้งให้ทางองค์การกระจายเสียงฯรับทราบเบื้องต้น ซึ่งเมื่อศาลพิจารณาออกมาแบบนี้ จึงทำให้ศาลเห็นสมควรว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุ้มครอง เพราะพนักงานทีไอทีวี ถือเป็นพันธะผูกพันที่ทางทีวีสาธารณะต้องรับไปด้วย

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับทางคณะกรรมการนโยบายชั่วคราวทั้ง 5 ท่านว่าจะพิจารณาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรต่อไป ส่วนทางทีไอทีวี เตรียมที่จะให้ฝ่ายกฎหมายตีความคำสั่งศาลอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งต้องให้ฝ่ายกฏหมายได้ร่วมพูดคุยกับทางกฎหมายทั้งของทีวีสาธารณะและกรมประชาสัมพันธ์ ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กับจำนวนพนักงานทีไอทีวีกว่า 835 คน ขณะที่ทีวีสาธารณะได้เปิดรับสมัครพนักงานไปแล้วกว่า 1,000 คน ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

ทีพีบีเอสแพร่ภาพครั้งแรกแล้ว

สำหรับสถานการณ์ของสถานีโทรทัศน์ ไทย พีบีเอส เมื่อวานนี้ปรากฏว่า ช่วงเวลา 15.40 น. โดยประมาณ ได้มีการแพร่ภาพรายการสด “นับหนึ่งโทรทัศน์สาธารณะไทย TPBS” ซึ่งออกอากาศนานถึงประมาณช่วงเวลา 17.00 น.โดยประมาณ

นายเทพชัย หย่อง คณะกรรมการคณะกรรมการนโยบายองค์การการกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และรักษาการผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์สาธารณะ ไทย พีบีเอส (TPBS) กล่าวว่า รายการสด “นับหนึ่งโทรทัศน์สาธารณะไทย TPBS” ที่ออกอากาศวานนี้ ภายใต้สถานีโทรทัศน์สาธารณะ ไทยพีบีเอส เป็นรายการที่ได้รับความร่วมมือจากทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ทั้งในด้านอุปกรณ์ เครื่องมือและ เจ้าหน้าที่ ในการออกอากาศ ณ ห้องส่ง สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 ถ. วิภาวดี ทั้งนี้ได้เตรียมที่จะนำเทปรายการดังกล่าว นำมาออกอากาศอีกระยะหนึ่ง หรือจนกว่าจะถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ของการออกอากาศบางส่วน ตามแผนที่วางไว้

นายณรงค์ ใจหาญ คณะกรรมการนโยบายองค์การการกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ดูแลด้านกฏหมาย กล่าวเสริมว่า รายการดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่ทางคณะกรรมการฯทั้ง 5 ได้มีการประชุมร่วมกัน โดยมีความเห็นตรงกันว่าควรจะมีการออกอากาศเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการแนะนำสถานีสาธารณะไทยพีบีเอส และพร้อมแจงข้อสงสัยต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างนี้ ซึ่งหลังจากประชุมเสร็จ ใน 2-3 ชั่วโมงต่อมา จึงมีการออกอากาศรายการดังกล่าวทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รายการดังกล่าว ดำเนินรายการโดยนางสาวนาตยา แวววีระคุปต์ อดีตผู้สื่อข่าวไอทีวีและอดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 11 ซึ่งเพิ่งจะได้รับการติดต่อให้มาดำเนินรายการก่อนหน้าเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยมีผู้ร่วมรายการคือ นายขวัญสรวง อติโพธิ ประธานคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (THAI PBS) นายอภิชาติ ทองอยู่ กรรมการฯ และอีก 2 คนคือ นายฉัตรชัย เชื้อรามัญ ตัวแทนจากองค์กรเครือข่ายเพื่อนทีวีสาธารณะ และนายอนุสรณ์ ศรีแก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โดยเนื้อหาในรายการหลักๆก็เป็นการอธิบายและพูดถึงนโยบายรวมทั้งแนวทางของการดำเนินงานของไทยพีบีเอส

ทั้งนี้คณะกรรมการฯได้มีการประชุมกันเมื่อวานนี้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการฯชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งกรอบการประชุมมีการพิจารณาหลายเรื่องเช่น การจัดหาสถานที่ตั้งของสถานีไทยพีบีเอส งบประมาณการดำเนินงาน การถ่ายโอนทรัพย์สินจากทีไอทีวี การออกอากาศของรายการไทยพีบีเอส

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี พนักงานทุกคนต่างยืนดูรายการพิเศษ "นับหนึ่งโทรทัศน์สาธารณะไทย TPBS" ผ่านช่องทีไอทีวีเดิม ซึ่งเป็นรายการสัมภาษณ์คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยพนักงานทีไอทีวีต่างแสดงความไม่พอใจ เนื่องจากมีการแพร่ภาพของ THAI PBS ทั้งที่ศาลปกครองยังไม่มีผลวินิจฉัยว่าจะมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวยกเลิกคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ที่ให้ทีไอทีวียุติการแพร่ภาพหรือไม่

ส่วนการเปิดรับสมัครงานของไทยพีบีเอส เมื่อวานนี้ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งถือเป็นวันที่สองปรากฏว่าก็ยังคงมีผู้สนใจเดินทางมาสมัครอย่างต่อเนื่อง มีอดีตพนักงานไอทีวี หรือทีไอทีวี 2 คน ซึ่งได้ลาออกไปก่อนหน้านี้แล้วไปเป็นผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ TNN หรือ UBC เดิม คือ นายชัยรัตน์ ถมยา และ นางสาวประวีณมัย บ่ายคล้อย ได้เดินทางมาสมัครงานในตำแหน่งผู้สื่อข่าว และพิธีกรข่าวด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ประกาศข่าว และช่างภาพจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ,ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ ASTV โดยมียอดผู้สมัครกว่า 400 คน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย