Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2551








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2551
แชมป์ขายโน้ตบุ๊ก 13 ไตรมาสซ้อน             
 


   
www resources

Acer Homepage

   
search resources

เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย), บจก.
Notebook




ผู้บริหารของเอเซอร์สัญชาติไต้หวันนั่งอยู่แถวหน้าของงานแถลงข่าว โดยมีผู้บริหารฝั่งไทยนั่งขนาบข้างตอบคำถามสื่อมวลชนหลายข้อถึงทิศทางของเอเซอร์ แบรนด์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีจากฝั่งไต้หวัน ในปี 2551 เมื่อไม่นานมานี้

คำถามหลายข้อถูกส่งไปยังผู้บริหาร หนึ่งในนั้นคือการถามถึงความสามารถในการขายคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือโน้ตบุ๊กของเอเซอร์ในช่วงปีที่ผ่านมาและในปีที่เพิ่งจะมาถึงได้หนึ่งเดือน

"เอเซอร์ขายโน้ตบุ๊กได้เป็นอันดับหนึ่งในไทยมา 4 ปีกับอีกหนึ่งเดือน นับจน ถึงเดือนธันวาคม หรือ 13 ไตรมาสซ้อน" นี่คือคำตอบที่ผู้บริหารตอบกลับมาโดยใช้เวลานิ่งคิดคำนวณระยะเวลาไม่นานนัก

ในปีที่ผ่านมาเอเซอร์ขายโน้ตบุ๊กได้มากกว่าการคาดหมายของสำนักวิจัยชื่อดังทั้งหลายที่คาดการณ์การเติบโตของตลาดเมื่อปีกลายหลายเท่าตัว โดยสามารถขายโน้ตบุ๊กทั้งสิ้น 333,000 ตัว จากตลาดโน้ตบุ๊กของไทยที่ขายได้ในปีที่ผ่านมาทั้งสิ้น 1,700,000 ตัว คิดเป็นสัดส่วนของการเติบโตเฉพาะโน้ตบุ๊กเทียบกับสินค้าอื่นๆ ในเครือนั้นสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเทียบกับตลาดโน้ตบุ๊กในไทยแล้วเอเซอร์กินส่วนแบ่งไปแล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ โดยมีเอชพีเป็นอันดับสองขายโน้ตบุ๊กได้ 27 เปอร์เซ็นต์ของทั้งตลาด มีโตชิบ้ารั้งอันดับสาม 8 เปอร์เซ็นต์ เลโนโว แบรนด์จีน 5 เปอร์เซ็นต์ และรายอื่นๆ แบ่งปันสัดส่วนกันไป

การขายโน้ตบุ๊กของเอเซอร์นั้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจากภาวะ ราคาของโน้ตบุ๊กขยับเข้าใกล้พีซีเข้าไปทุกที ผู้บริโภคหลายคนเลือกจะซื้อคอมพิวเตอร์ที่พกพาได้ ประสิทธิภาพความเร็วดี และมีราคาที่พอรับไหวแทนการซื้อพีซีแล้วรอกลับไปใช้งานที่บ้านเหมือนอย่างเคย โดยปีที่ผ่านมาราคาโน้ตบุ๊กถูกสุดอยู่ที่ไม่ถึง 17,000 บาท ชนิดที่มีประสิทธิภาพในการทำงานแบบเต็มพิกัดหรือ full function และนั่นทำให้ตลาดของโน้ตบุ๊กนั้นแซงหน้าพีซีเป็น 60 : 40 เปอร์เซ็นต์ กลับด้านกับปี 2549 อย่างเห็นได้ชัด

เอเซอร์เป็นเบอร์หนึ่งได้ไม่ยาก เพราะทำตลาดด้วยการขายแบบเอา volumn หรือเอาจำนวนเข้าแลก การผลิตได้จำนวนมากๆ ทำให้ราคาถูกลงแต่ประสิทธิภาพนั้นมีให้เลือกหลายระดับ หลายราคา หน้าตาของสินค้าคล้ายๆ กัน ต่างกันตรงที่รายละเอียดด้านใน บวกกับโปรโมชั่นเงินผ่อนกับผู้ให้บริการสินเชื่อหลายราย บวกกับแผนประชาสัมพันธ์ที่เอเซอร์ใช้ไปกับการทำการตลาดซึ่งมากถึง 350 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และอาจจะมากถึง 400 ล้านบาทในปีนี้ ทำให้เอเซอร์ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งได้ไม่ยากเย็นนัก

โดยรายได้รวมของบริษัทจากการขายโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือพีซี จอแอลซีดี และเครื่องโปรเจ็กเตอร์รวมกันพุ่งไปถึง 14,500 ล้านบาท ผู้บริหารยังหวังว่าปีนี้จะทำรายได้ทั้งเครือที่อีก 400 ล้านจะถึง 20,000 ล้านบาท และหัวหอกสำคัญก็ยังคงเป็นโน้ตบุ๊กที่ขายได้จำนวน volumn มากๆ อีกเช่นเคย

มานับกันดูว่าเอเซอร์จะเป็นแชมป์ขายโน้ตบุ๊กอันดับ 1 ในไทย ได้นานกี่ไตรมาส   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย