Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มีนาคม 2551








 
นิตยสารผู้จัดการ มีนาคม 2551
เซ็นทรัล อินเด็กซ์             
 


   
www resources

โฮมเพจ เซ็นทรัลกรุ๊ป

   
search resources

เซ็นทรัลกรุ๊ป
Commercial and business




การแถลงผลการดำเนินงานและแผนการลงทุนประจำปีของกลุ่มเซ็นทรัลดูจะสอดรับกับสภาพความเป็นจริงและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศในระดับมหภาคได้พอสมควร

สุทธิชัย จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เปิดประเด็นก่อนการแถลงผลการดำเนินงานประจำปี 2550 ด้วยการบรรยายภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในปีที่แล้ว และเช่นเดียวกันก่อนจะ เข้าช่วงการแถลงแผนการดำเนินงานปีนี้ก็ต้องคาดการณ์ ก่อนว่ากลุ่มเซ็นทรัลได้มองทิศทางเศรษฐกิจปี 2551 ว่ามีแนวโน้มเป็นเช่นไร

"ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2550 ยังขยายตัวดีกว่าปี 2549 เพราะการส่งออกยังดี เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเซ็นทรัล ก็ต้องปรับแผนธุรกิจหลายครั้งเพื่อรับกับปัจจัยเสี่ยงและความผันแปรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง" เป็นประโยคเริ่มต้นการแถลงข่าวของสุทธิชัย

"ภาพรวมปี 2551 กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่าอุปสงค์ในประเทศทั้งการ บริโภค การลงทุน จะฟื้นตัวดีขึ้นนับจากช่วงครึ่งหลังของปี 2550 จาก ปัจจัยการเมืองที่เป็นบวก แต่ยังน่าห่วงเรื่องราคาน้ำมัน อาจทำให้ผู้ประกอบการต้องลดต้นทุนหรือลดพนักงาน ซึ่งจะมีผลให้กำลังซื้อของ คนลดลง" เป็นการเกริ่นในช่วงรอยต่อ หลังเสร็จช่วงแถลงผลการดำเนิน งานปีที่แล้ว ก่อนจะเข้าช่วงแผนการดำเนินงานในปีนี้

ปีที่แล้วกลุ่มเซ็นทรัลซึ่งแบ่งหน่วยธุรกิจออกเป็น 5 กลุ่ม มียอด ขายรวม 95,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5% ส่วนกำไรก่อนหักภาษีและดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นเกือบ 10%

ในจำนวน 5 หน่วยธุรกิจ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) มียอดขาย สูงสุด 74,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% รองลงมาเป็นกลุ่มพัฒนาอสังหา ริมทรัพย์ (CPN) มียอดขาย 8,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% กลุ่มค้าส่ง (CMG) มียอดขาย 4,500 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลง กลุ่มเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป (CRG) มียอดขาย 4,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% และ สุดท้ายคือกลุ่มโรงแรม (CHR) มียอดขาย 3,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%

สุทธิชัยอธิบายภาพผลประกอบการดังกล่าวว่าเนื่องจากปีที่ผ่าน มามีปัจจัยลบหลายประการทำให้ความเชื่อมั่นของคนลดลง โดยเฉพาะ ตั้งแต่ต้นปีที่เกิดการวางระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ

"แต่ค้าปลีกก็ยังโต รวมถึงนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล ก็ทำให้ยอดขายในกลุ่มโรงแรมโต"

ส่วนยอดขายในปีนี้ กลุ่มเซ็นทรัลคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 103,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9% โดย CRC จะมียอดขาย 80,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% CPN มียอดขาย 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% CMG กับ CRG ยอดขายเท่ากันที่ 4,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% และ 12% ตามลำดับ ส่วน CHR มียอดขาย 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30%

ขณะที่ภาพการลงทุนในปีที่แล้วกลุ่มเซ็นทรัลมีการลงทุนเป็นจำนวนเงิน 12,000 ล้านบาท ลดลงจากเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ตอนต้นปี ว่าจะลงทุน 19,000 ล้านบาท

ในจำนวนนี้ CPN ใช้เงินลงทุนมากที่สุด 4,800 ล้านบาท คิดเป็น สัดส่วน 40% ของเงินลงทุนทั้งหมด รองลงมาคือ CRC ลงทุน 4,200 ล้านบาท คิดเป็น 35% CHR ลงทุน 2,600 ล้านบาท คิดเป็น 22% CRG ลงทุน 300 ล้านบาท คิดเป็น 2% และ CMG ลงทุน 100 ล้านบาท คิดเป็น 1%

"การลงทุนที่ต่ำกว่าเป้าหมายไปเล็กน้อย เพราะปัจจัยเดิมที่กล่าว ถึงแล้ว" ซึ่งในความหมายของสุทธิชัยคือปัจจัยภาพรวมเศรษฐกิจ

และด้วยความที่มองปัจจัยนี้ในเชิงที่บวกขึ้น ที่ทำให้ปีนี้กลุ่มเซ็นทรัลได้วางแผนใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ล้านบาท โดย CPN จะใช้เงินลงทุนมากที่สุด 6,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40% รองลงมาคือ CRC ใช้ 5,000 ล้านบาท คิดเป็น 33% CHR ใช้ 3,500 ล้านบาท คิดเป็น 23% CRG ใช้ 370 ล้านบาท คิดเป็น 3% และ CMG ใช้ 130 ล้านบาท คิดเป็น 1%

"แต่ต้องอยู่ภายใต้สภาพการณ์ที่ปกติ การเมืองมั่นคง ไม่มีภัยธรรมชาติที่ร้ายแรง" เขาตั้งเงื่อนไข

หากในสหรัฐอเมริกาใช้ยอดขายแฮมเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์ เป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจระดับประชาชน เช่นเดียวกับที่ไทยใช้ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าเป็นตัววัดกำลังซื้อของคนระดับรากหญ้า

ผลการดำเนินงานและแผนลงทุนในแต่ละปีของกลุ่มเซ็นทรัล อาจสามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดกำลังซื้อของคนได้ระดับหนึ่ง เพราะธุรกิจของกลุ่มทั้ง 5 หน่วยธุรกิจ ล้วนอิงอยู่กับการบริโภคและกำลังซื้อของประชาชน

เพียงแต่เป็นการบริโภคของประชาชนในระดับกลางค่อนไปจนถึงระดับบน ซึ่งอยู่ปลายยอดของพีระมิดเท่านั้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย