Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2538








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2538
คุณหญิงแสงดาว สยามวาลา ไม่มีการแบ่งแยกที่"โรงพยาบาลอิสลาม"             
 


   
search resources

โรงพยาบาลอิสลาม
แสงดาว สยามวาลา
Hospital




แม้ในปัจจุบันจะมีโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนเกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทั้งโรงพยาบาลรักษาโรคทั่วไปและรักษาโรคเฉพาะทาง แต่จริงๆ แล้วก็ยังขาดโรงพยาบาลที่สนองตอบต่อประชาชนผู้ใช้บริการกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง

นั่นคือโรงพยาบาลอิสลาม

คุณหญิงแสงดาว สยามวาลาได้พยายามรื้อฟื้นแนวคิดการจัดตั้งโรงพยาบาลดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายสองประการคือ หนึ่ง-เพื่อให้บริการแก่มุสลิม

สอง-เพื่อบริการแก่ประชาชนผู้ยากไร้ โดยไม่คิดค่าบริการโรงพยาบาลแห่งนี้ดำเนินงานภายใต้ชื่อ "มูลนิธิโรงพยาบาลอิสลามเพื่อประชาชาติแห่งประเทศไทย" โดยมีคุณหญิงแสงดาว สยามวาลาเป็นประธานมูลนิธิ

คุณหญิงแสงดาว วัย 74 นั้นได้ชื่อว่าเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ผู้อุทิศตัวให้กับสังคมไทยผู้หนึ่ง โดยเฉพาะด้านประชาสัมพันธ์กับประเทศกลุ่มมุสลิมที่เคยเข้าใจประเทศไทยผิดได้เข้าใจในทางที่ดีและถูกต้อง อีกทั้งเคยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ร่วมแก้ปัญหาในการที่โจรอาหรับเข้ายึดสถานฑูตอิสราเอลได้สำเร็จเมื่อปี 2515

ความจำเป็นที่จะต้องมีโรงพยาบาลเพื่อมุสลิมโดยเฉพาะนั้น เพื่อให้การบริการตามแบบคนไข้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งปกติจะมีปัญหาเรื่องอาหารการกิน รวมไปถึงเรื่องของศาสนกิจที่ต้องกระทำอย่างเร่งด่วนเมื่อผู้ป่วยที่เป็นมุสลิมเสียชีวิตลง

สำหรับคุณหญิงแสงดาวแล้วมองว่า นอกจากเพื่อมุสลิมแล้วโรงพยาบาลแห่งนี้ต้องการให้การบริการทางการแพทย์แก่ประชาชนทุกชาติศาสนา คุณหญิงแสงดาวตั้งใจให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสในด้านสาธารณสุขและให้โอกาสแก่ผู้มีรายได้ต่ำในการรักษาพยาบาล

มูลนิธิโรงพยาบาลอิสลามฯตั้งเป้ามูลค่าก่อสร้างประมาณ 300 ล้านบาทในขั้นต้น โดยมีโครงการขนาด 100 เตียงและจะขยายเป็น 300 เตียงในอนาคตประกอบไปด้วยอาคารผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน แผนกศัลยกรรม อายุรกรรม กุมารเวช แผนกสูตินรีเวช และแผนกฉุกเฉิน ห้องแล็บต่างๆ นอกจากนั้นก็ยังจะมีแผนกทันตกรรม แผนกตา หู คอ จมูก โรคผิวหนัง กายภาพบำบัด รวมทั้งอาคารที่พักของแพทย์ พยาบาล และอาคารจอดรถ

แล้วถ้ามูลนิธิโรงพยาบาลอิสลามฯให้การบริการโดยไม่คิดมูลค่าสำหรับผู้ไม่มีความสามารถนั้น โรงพยาบาลจะมีเงินทุนหมุนเวียนจากไหน คุณหญิงแสงดาวเล่าว่า "เราจะรับเงินบริจาคจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมุสลิมที่ยินดีให้การสนับสนุน เพราะเห็นว่าโรงพยาบาลนี้จะเป็นโรงพยาบาลมุสลิมแห่งแรกในประเทศไทย ดิฉันได้เคยทำสำเร็จมามากมาย ต่างชาติเขาซึ้งใจที่คนไทย ไม่ว่าศาสนาใดก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ และดิฉันได้เปลี่ยนแนวคิดของชาติอาหรับมาแล้วถึงเรื่องการเมือง การแบ่งแยกดินแดนคราวนี้หลายชาติอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศในกลุ่มอาหรับทั้งหมดยินดีให้ความร่วมมือกับเราอย่างเต็มที่"

ขณะที่นายแพทย์สมัย ขาววิจิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระคนปัจจุบันพูดถึงเรื่องนี้ในฐานะรองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลอิสลามฯว่า

"ในโรงพยาบาลของรัฐบาลที่มีตึกมุสลิมมีอยู่แห่งเดียวคือที่โรงพยาบาลวชิระ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำหรับโรงพยาบาลที่มุสลิมเป็นเจ้าของก็เหมือนร้านอาหารมุสลิม มุสลิมชอบที่จะเข้าไปรับประทาน"

โรงพยาบาลอิสลามเพื่อประชาชาติแห่งประเทศไทยเป็นโรงพยาบาลที่จะสร้างขึ้น เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงในวโรกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี นอกเหนือไปจากเพื่อบริการประชาชน

โรงพยาบาลนี้ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธ ิเพื่อสาธารณกุศลมีโครงการขอแรงสนับสนุนทางการเงินจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและนอกประเทศ โดยจะใช้งบประมาณก่อสร้าง 70-100 ล้านบาท งบประมาณเครื่องมือการแพทย์อีก 100 ล้านบาท และงบดำเนินการ 100 ล้านบาท

ส่วนกำหนดการก่อสร้างนั้นจะทำการก่อสร้างในปี 2539 บนที่ดิน 10 ไร่ที่ทางโรงพยาบาลได้รับการอนุมัติให้ใช้ที่ดินจากมัสยิดมหานาค ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองมหานาคเพื่อใช้ทำประโยชน์ทางการแพทย์ ที่ดินผืนนี้แต่เดิมมัสยิดมหานาคเองก็ได้รับการจากการบริจาคของลูกหลานผู้วายชนม์ตระกูล "ตั้งตรงจิตร" ตั้งอยู่บริเวณถนนประชาร่วมใจ ตำบลทรายกองดิน เขตมีนบุรี

สำหรับข้อตกลงในการให้ใช้ที่ดินดังกล่าวให้ใช้ได้ไม่จำกัดระยะเวลาโดยไม่คิดมูลค่า ทั้งนี้กรรมการมัสยิด 2 คนจะต้องเข้าร่วมเป็นกรรมการดำเนินการด้วย ภายใต้ข้อแม้เพียงข้อเดียว ถ้าไม่นำที่ดินที่ได้รับอนุญาตนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการแพทย์-พยาบาลภายในระยะเวลา 10 ปี มัสยิดจะขอยึดกลับคืนเพื่อทำประโยชน์อื่นๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลมุสลิมใช่ว่าจะเป็นแนวคิดของคุณหญิงแสงดาวและคณะกรรมการคณะนี้เป็นครั้งแรกทีเดียว แต่เดิมได้เคยมีกลุ่มมุสลิมทำธุรกิจโรงพยาบาลมุสลิมมาเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งอยู่แถวๆ บางกะปิแต่ก็ต้องมีอันพับฐานไป เนื่องเพราะการบริหารที่ผิดพลาด น่าจะเป็นบทเรียนที่ควรจดจำแก่ผู้ริเริ่มรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี

การเริ่มต้นสร้างโรงพยาบาลมุสลิมครั้งใหม่ของคุณหญิงแสงดาวและคณะ จึงเป็นการพิสูจน์ศรัทธาและจิตใจอันเป็นกุศลท่ามกลางการเติบโตของสังคมธุรกิจอีกครั้งหนึ่ง

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย