Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน24 เมษายน 2551
เอสโซ่เคาะไอพีโอ10บ. งัดกรีนชูขายรายย่อยเพิ่ม             
 


   
search resources

เอสโซ่ (ประเทศไทย), บมจ.
Oil and gas




เอสโซ่ เคาะราคาไอพีโอหุ้นละ 10 บาท พร้อมงัดหุ้นกรีนชูขายเพิ่มอีก 84.58 ล้านหุ้น แบ่งจัดสรรให้นักลงทุนรายย่อย 25.38 ล้านหุ้น ระบุได้รับเงินรวม 9.3 พันล้าน จากการขายหุ้นทั้งสิ้น 930.42 ล้านหุ้น ด้านโบรกเกอร์ ประเมินราคาไอพีโอเหมาะสม พีอี อยู่ที่ 7.7 เท่า ทำให้มีส่วนต่างทำกำไรได้อีก 30-50%

วานนี้ (23 เม.ย.) บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ได้ประกาศกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่หุ้นละ 10 บาท จากช่วงราคาหุ้นละ 9-13 บาท โดยหุ้นจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 773.33 ล้านหุ้น หุ้นสามัญเดิมของกระทรวงการคลัง 72.50 ล้านหุ้น และหุ้นส่วนเกิน (กรีนชูออปชัน) อีก 84.58 ล้านหุ้น รวมเป็นหุ้นสามัญทั้งสิ้น 930.42 ล้านหุ้น

นายแดเนียล อี. ไลอ้อนส์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาไอพีโอที่หุ้นละ 10 บาท ได้จากผลการสำรวจความต้องากรซื้อหุ้นของนักลงทุนสถาบันระหว่างการจัดโรดโชว์เพื่อนำเสนอข้อมูลการเสนอขายหุ้นแก่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

สำหรับหุ้นที่เสนอขายครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 930.42 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นที่จัดสรรให้กับนักลงทุนในประเทศ 473.67 ล้านบาท และจัดสรรให้กับนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ 456.75 ล้านหุ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทได้รับเงินจากการขายหุ้นครั้งนี้รวม 9304.20 ล้านบาท

ขณะที่หุ้นที่จัดสรรให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อยผ่านทางธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงไทย จะเพิ่มขึ้นจากจำนวน 161.90 ล้านหุ้น เป็น 187.28 ล้านหุ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้จองซื้อรายย่อย โดยจะใช้วิธีสุ่มคัดเลือก (Random) ด้วยระบบของบริษัท เซ็ทเทรด ดอทคอม จำกัด ซึ่งจะทราบผลในวันนี้ (24 เม.ย.) และคาดว่าหุ้นเอสโซ่จะสามารถเข้าซื้อขายวันแรกในวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 นี้ ภายใต้หมวดพลังงาน โดยใช้สัญลักษณ์ในการซื้อขาย "ESSO"

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนิกจ บล.ภัทร (PHATRA) กล่าวว่า บริษัทจะนำหุ้นที่จัดสรรส่วนเกิน (กรีนชูออปชั่น) 84.58 ล้านหุ้น ออกมากระจายให้กับนักลงทุนเพิ่มหลังจากที่มียอดจองซื้อเข้ามาจำนวนมาก โดยแบ่งกระจายให้กับนักลงทุนรายย่อย 25.38 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลือจะกระจายให้กับนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ

"การที่เรากำหนดราคาที่ 10 บาท ถือเป็นราคาที่เหมาะสม และทุกฝ่ายพอใจภายใต้สถานการณ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในขณะนี้ เพราะที่ผ่านมามีหลายดีลที่ต้องเลื่อนจากการที่กำหนดราคาในระดับที่แพงภายใต้ตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย" นายอนุวัฒน์ กล่าว

คลังลุ้นเอสโซ่เทรดเหนือราคาจอง

ด้านน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ราคาหุ้นไอพีโอบมจ. เอสโซ่ (ประเทศไทย) ที่หุ้นละ 10 บาท เป็นไปตามกลไกตลาด ทางกระทรวงการคลังคงไม่สามารถไปโก่งราคาให้มากกว่านี้ได้ ส่วนผลกระทบต่อราคาหุ้นตอนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจจะทำให้ราคาต่ำกว่าราคาไอพีโอหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับภาวะตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงนั้นๆ

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คลังไม่ได้หวังกำไรจากการขายหุ้นบริษัท เอสโซ่ แต่ต้องการให้เป็นเครื่องมือการสนับสนุนพัฒนาตลาดทุนไทย ที่ต้องมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาซื้อขายในตลาด โดยหุ้นเอสโซ่ ถือเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นในรอบ 2 ปี และถือเป็นหุ้นขนาดใหญ่ตัวแรกของภูมิภาคด้วย

" หุ้นเอสโซ่ จะทำให้บรรยากาศตลาดหุ้นไทยคึกคักมากขึ้น ถือเป็นหุ้นพื้นฐานสาขาพลังงาน โดยมีนักลงทุนต่างประเทศสนใจเข้าลงทุนจำนวนมากทำให้ราคาปิดบัญชีเพิ่มขึ้นจาก 9.50 บาทต่อหุ้น มาเป็น 10 บาทต่อหุ้น"

โบรกเกอร์ขานรับราคา 10 บาท

นางสาววิริยา ลาภพรหมรัตน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน จำกัด กล่าวว่า ราคาไอพีโอของเอสโซ่ที่หุ้นละ 10 บาท ถือเป็นราคาที่น่าสนใจเข้าไปลงทุน เพราะบริษัทประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 13.85 บาท ทำให้มียังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ (อัพไซด์) ประมาณ 30% แต่จากการที่เอสโซ่มีการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล 10% แต่เมื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับสภาพตลาดหุ้นไทยในช่วงนั้น

นายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า เอสโซที่ราคาไอพีโอหุ้นละ 10 บาท มีค่า P/E อยู่ที่ 7.7 เท่า ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น จากเดิมบริษัทคาดว่าจะกำหนดที่ราคา 13 บาท จากที่ได้กำหนดช่วงราคาไอพีโอที่ 9-13 บาทต่อหุ้น โดยบล.ยูโอบี ให้ราคาหุ้นเหมาะสมเอสโซ่ไว้ที่ 15 บาทต่อหุ้น ซึ่งมีอัพไซด์ประมาณ 50% ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่ดีจากส่วนต่างราคาหุ้นและจากผลตอบแทนจากเงินปันผล

ทั้งนี้ บริษัทคาดรายได้ปีนี้เอสโซ่จำนวน 1.8 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้ 2 แสนล้านบาท เนื่องจาก ส่วนต่างราคานสินค้าที่จำหน่ายลดลงและปีที่ผ่านมาเอสโซ่มีการปรับโครงสร้างทางการเงินและมีการรับรู้รายได้จากการรับโอนธุรกิจปิโตรเคมี ส่งผลให้กำไรสุทธิปีนี้ 5.7 พันล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7 พันล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย