Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน2 พฤษภาคม 2551
กองทุนชี้Q2หุ้นญี่ปุ่นฟื้น             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส จำกัด

   
search resources

Funds
แอสเซท พลัส, บลจ.
วสุ สุทธิพงษ์ชัย




บลจ.แอสเซทพลัส เผยผู้จัดการกองทุนต่างประเทศมองไตรมาส 2 เศรษฐกิจและตลาดหุ้นญี่ปุ่นกระเตื้องขึ้น จากผลการแข็งค่าของเงินเยน ช่วยกระตุ้นการก่อสร้างและตัวเลขการบริโภคภายในประเทศ ให้ขยับตัวเพิ่ม พร้อมยืนยันรูปแบบการลงทุนของกองทุน “แอสเซทพลัสนิปปอนโกรท” เหมือนเดิมที่เน้นหุ้นกลุ่มพลังงาน ทรัพยากร และธุรกิจการเงิน ล่าสุดช้อนหุ้นใหม่เข้าพอร์ต ได้แก่ Fuji Film และ Sumitomo Reality พร้อมปล่อยขาย Toyama Chemical

นายวสุ สุทธิพงษ์ชัย ผู้จัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส จำกัด กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจญี่ปุ่นว่า ในไตรมาสที่ 1 ปี 2551 ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของประเทศญี่ปุ่นปรับลดลง ในขณะที่การลงทุนของภาคธุรกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี และการส่งออกขยายตัวดีต่อเนื่อง แต่อัตราเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยลบต่อการบริโภคและต้นทุนการผลิต รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่ปรับตัวลดลง ซึ่งสะท้อนความกังวลของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากระดับราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การซื้อเครื่องจักร (Machinery Order) ส่วนใหญ่เป็นคําสั่งซื้อเครื่องกําเนิดไฟฟ้าและเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งเพื่อเตรียมการขยายการผลิตเพื่อตอบสนองอุปสงค์ในตลาดเกิดใหม่

สำหรับอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับทรงตัว โดยราคาในหมวดอาหาร พลังงานและยานพาหนะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนดัชนีราคาผลผลิตปรับตัวขึ้นเป็นผลมาจากราคาน้ำมันและข้าวสาลีที่สูงขึ้นเป็นสําคัญ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลไปถึงต้นทุนการผลิตและส่งผลให้ Profit Margin ของผู้ประกอบการลดลง

นายวสุ กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (BOJ) ในวันที่ 9 เมษายน 2551 ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Uncollateralized Overnight Call Rate) ไว้ที่ร้อยละ 0.5 ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และคาดว่าน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมใน ไตรมาส 2 โดยมีความเป็นไปได้ที่ BOJ จะลดดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.25 ในครึ่งปีหลังของปี 2551 หากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงซบเซาต่อเนื่อง

นอกจากนี้ตัวเลข Tankan Report ซึ่งเป็นตัวเลขการสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของบริษัทขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นได้ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี โดยปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 11 ในไตรมาส 1 ปี 2551 ซึ่งเทียบกับระดับ 19 ในไตรมาส 4 ปี 2550 และตัวเลขการคาดการณ์ความเชื่อมั่นในอนาคตของไตรมาส 2 และ 3 ปี 2551 ปรับลดลงสู่ระดับ 2 และ 4 ตามลำดับ เทียบกับค่าเฉลี่ยมากกว่า 20 ในปี 2550

ทั้งนี้ นายวสุ กล่าวต่อว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นจะออกมาไม่ดีนัก แต่ผู้จัดการกองทุนในตลาดญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีความเห็นว่าตลาดญี่ปุ่นมีระดับราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมาก โดยมี P/E ratio อยู่ที่ระดับประมาณ 15 เท่าโดยในระยะสั้นยังขาดปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากยังได้รับแรงกดดันจากปัญหาราคาน้ำมันและวิกฤตสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพหรือซับไพรม์

ส่วน ผู้จัดการกองทุนหลัก (Master Fund) ยังคงมีความเห็นเชิงบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยเห็นว่า การแข็งค่าอย่างต่อเนี่องของค่าเงินเยนจะช่วยกระตุ้นให้ภาคเศรษฐกิจภายในของญี่ปุ่นดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 และเชื่อมั่นว่าดัชนี Nikkei 225 จะปรับตัวขึ้นในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุน บลจ. แอสเซท พลัส กล่าวว่า กองทุนคงเน้นรูปแบบการลงทุนเหมือนเดิม โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มธุรกิจการเงิน โดยมีการซื้อหุ้นเข้ามาใหม่ 2 ตัว คือ Fuji Film และ Sumitomo Reality และมีการขายหลักทรัพย์ออกไป 1 ตัว คือ Toyama Chemical

สำหรับ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสนิปปอนโกรท (ASP-NGF) เป็นกองทุนประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยมีนโยบาย เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Nippon Growth Fund ซึ่งบริหารและจัดการโดย BBBSA Strategic Management Limited เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และไม่เกิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ เมื่อรวมกันทุกกองทุนไม่เกินวงเงินที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)จัดสรรให้

โดยกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนที่จดทะเบียนในเกิร์นซี ซึ่งมีนโยบายที่จะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น โดยจะลงทุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ผู้ออกมีการทำธุรกิจในญี่ปุ่น และเป็นกองทุน ที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือในประเทศที่มีตลาดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นสมาชิกของ World ซึ่งกองทุนASP-NGF มีมูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง กองทุนนิปปอนโกรท ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3เดือนอยู่ที่ -9.75 เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตราฐานอยู่ที่ -13.04% ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ -21.25%เทียบกับเกณฑ์มาตราฐานอยู่ที่ -19.07% ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ -26.04% เทียบกับเกณฑ์มาตราฐานอยู่ที่ -20.64% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ -24.69% เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตราฐานอยู่ที่ -10.98%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย