Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์19 พฤษภาคม 2551
บีเอฟเอ็มรุกหาตลาดใหม่แตกไลน์สู่สินค้าตกแต่งภายใน             
 


   
search resources

Tools and Equipment
B.F.M. Innovex, บจก.




บีเอฟเอ็มเร่งแก้โจทย์ตลาดแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทโตต่ำกว่าเป้า หลังอสังหาฯ ซบต่อเนื่อง ดิ้นหาตลาดใหม่ แตกไลน์เพิ่มสินค้าตกแต่งภายในอาคาร พร้อมชูนวัตกรรมประหยัดพลังงาน เกาะกระแสโลกร้อน

แม้บีเอฟเอ็มจะหนึ่งในผู้นำเข้าแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทภายใต้แบรนด์ ALPOLIC /fr จากญี่ปุ่นมากว่า 10 ปี แต่ด้วยคุณสมบัติของสินค้าที่เป็นของใหม่ ใช้กันในวงแคบ ตลาดยังไม่ค่อยรู้จัก รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายบังคับเรื่องการเลือกใช้วัสดุในการออกแบบอาคารให้ปลอดภัย ทำให้โจทย์ของบีเอฟเอ็มในการทำตลาด คือ ต้องเร่งสร้างความรู้เรื่องตัวสินค้าแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยการวางสเปคกับสถาปนิก และเดินสายให้ความรู้เรื่องสินค้ากับกลุ่มสถานศึกษาเป็นหลัก เพื่อเปลี่ยนตลาดให้หันมาใช้แผ่นผนังคอมสิทไส้กลางกันไฟในการตกแต่งอาคารแทนการใช้วัสดุอื่นๆ

คีย์แมสเสจที่บีเอฟเอ็มใช้ในการสื่อสารกับตลาด คือ เป็นแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทที่มีไส้กลางเป็นแร่ทนไฟ ที่มีคุณสมบัติไม่ติดไฟ และไม่ก่อให้เกิดควันพิษ จึงปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ แตกต่างจากสินค้าทั่วไปในตลาดที่ใช้พลาสติกเป็นไส้กลาง รวมทั้งการเคลือบผิวด้วยลูมิฟลอน เบสต์ ฟลูโรคาร์บอน ทำให้สีผิวคงทนกว่าสีประเภท PVDF ทั่วไป จึงทนทาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา โดยในปีนี้บีเอฟเอ็มได้เพิ่มแนวคิดเรื่อง Green Building เข้าไป เพื่อรับกระแสภาวะโลกร้อนด้วย โดยชูจุดขายเรื่องสินค้าที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ อะลูมิเนียมสามารถรีไซเคิลได้ ช่วยสะท้อนรังสีความร้อน ทำให้อาคารเป็นอาคารอนุรักษ์พลังงาน ช่วยประหยัดไฟฟ้า

จากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงในปีที่แล้วทำให้ตลาดรวมแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทจากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 30% กลับเติบโตเพียง 10% คิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท หรือ 1 ล้าน ตร.ม. ซึ่งกศิปัญญ์ ศิริธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี เอฟเอ็ม จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในปี 2550 ของบริษัทก็เติบโตขึ้นเพียง 10% เช่นกัน หรือมียอดขาย 280 ล้านบาท ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าในปีนี้ตลาดแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทยังมีโอกาสเติบโตจากนโยบายเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์จะทำให้เกิดการลงทุนมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นงานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าที่เป็นอาคารสาธารณะส่วนใหญ่จะกำหนดสเปควัสดุที่ต้องทนไฟ ซึ่งตรงกับสินค้าของบริษัทฯ รวมทั้งยอดขายจากโครงการของภาคเอกชนที่จะเพิ่มขึ้น หลังความเชื่อมั่นหวนกลับมา

กศิปัญญ์บอกว่า ขณะนี้การใช้งานแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทประเภทไส้กลางกันไฟในตลาดยังมีน้อยมาก บางรายยังใช้ไส้กลางเป็นพลาสติก หรือใช้วัสดุอื่นๆ ในการตกแต่งภายนอกอาคาร อีกทั้งคู่แข่งที่เป็นสินค้าประเภทเดียวกันยังไม่เน้นการทำตลาดมากนัก จึงเป็นโอกาสที่บีเอฟเอ็มจะเร่งสร้างแบรนด์ และเร่งทำตลาดล่วงหน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ทางการออกกฎหมายควบคุมเรื่องนี้ ก็จะยิ่งดันให้ตลาดเติบโตได้อีกมากในอนาคต

แม้บริษัทจะได้ประโยชน์จากค่าบาทที่แข็งขึ้นมาช่วยเหลือเรื่องต้นทุนในการนำเข้าสินค้า แต่สิ่งที่ยังดูเป็นอุปสรรคในการทำตลาดของบีเอฟเอ็ม คือ พิกัดภาษีสินค้านำเข้าที่บริษัทต้องรับภาระถึง 5% ทำให้การตั้งราคาต้องพุ่งเป้าไปที่ตลาดบนหรือโครงการเกรดเอทั้งสร้างใหม่และรีโนเวทที่มีกำลังซื้อสูงแทน เช่น โรงแรม คอนโดมิเนียมไฮเอนด์ โรงพยาบาล เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งโชว์รูมที่กศิปัญญ์บอกว่าเป็นตลาดที่เติบโตเป็นพิเศษ ในขณะที่งานก่อสร้างของราชการยังเป็นตลาดที่เจาะเข้าไปได้ยาก เพราะงานราชการยังไม่ค่อยให้ความสำคัญในการกำหนดสเปคให้เป็นวัสดุทนไฟมากนัก และปัญหาใหญ่ของผู้ผลิตทุกราย คือ เรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ราคาวัตถุดิบ เช่น อะลูมิเนียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักๆ ของการผลิตที่ขึ้นราคาไปแล้ว 20-30% ทำให้สถาปนิกและผู้รับเหมาต้องรัดเข็มขัดลดการใช้วัสดุราคาแพง บีเอฟเอ็มจึงใช้โปรแกรม Panel Cut Optimization มาช่วยในการคำนวณปริมาณที่ใช้ และการตัดแผ่นให้เหลือเศษวัสดุให้น้อยที่สุด เพื่อช่วยให้ลูกค้าสั่งสินค้าน้อยที่สุด

บีเอฟเอ็มดิ้นไปสู่การหาตลาดใหม่ๆ ด้วยการรุกไปยังตลาดที่อยู่อาศัยเพิ่ม โดยการเปิดตัวแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทรุ่นใหม่ เป็นการเพิ่มการใช้งานของสินค้าที่ไม่จำกัดเฉพาะการใช้งานภายนอกอาคาร ได้แก่ ชุดลายหินและลายไม้ (Stone & Timber Series) ใช้ตกแต่งภายในบ้านได้ ซึ่งมีราคาถูกกว่าการใช้หินนำเข้าหรือไม้จริง น้ำหนักเบากว่า สามารถลดน้ำหนักของโครงสร้างอาคารได้ ทั้งนี้คาดว่าสินค้ารุ่นใหม่จะแชร์รายได้ในสัดส่วน 10% โดยในปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 25% หรือมียอดขาย 350 ล้านบาท จากปัจจุบันบีเอฟเอ็มมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ 30%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย