Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน12 มิถุนายน 2551
จีอีผนึก'ควิกแคช-เฟิร์ส ช้อยส์'สยายปีกรุกคืบตลาดบัตรเครดิต             
 


   
search resources

Loan
จีอี มันนี่ ประเทศไทย, บจก.




จีอี มันนี่ ประกาศผนึกควิก แคชเข้ากับเฟิร์ส ช้อยส์ ระบุสนองแนวคิด"ตอบรับทุกความต้องการในบัตรเดียว" คาดเริ่มโอนลูกค้าควิชแคกที่เข้าเกณฑ์ให้เฟิร์ส ช้อย์ส์ปลายเดือนนี้ รับจากค่าครองชีพที่สูงและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่มั่นใจทั้งปียังโตตามเป้าที่คาดไว้ 10% พร้อมรุกออกบัตรเครดิต "เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ด"เปิดตัวในเดือนกรกฎาคมนี้

นายฟิลิป แทน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการลาด บริษัทจีอี มันนี่ ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนี้ จีอี มันนี่จะรวมการบริหารแบรนด์และบริการด้านการเนของควิกแคชเข้ากับเฟิร์ส ช้อยส์ โดยที่ลูกค้ายังคงได้รับบริการทางด้านการเงินที่มีมาตรฐานสูงเช่นเดิม ภายใต้ทีมบริหารและโครงสร้างธุรกิจเดิม ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแนวคิดใหม่ของบริษัทที่ว่า "ตอบรับทุกความต้องการในบัตรเดียว"(One Card Fits All Needs)

"จากผลวิจัยล่าสุด ลูกค้าเฟิร์สช้อยส์และควิกแคชมีความต้องการและมองหาผลิตภัณฑ์การเงินที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายในบัตรเดียว เพราะการบริหารการเงินหลายๆบัญชี สร้างความยุ่งยากและความไม่คล่องตัวให้กับพวกเขา ซึ่งเป็นที่มาของการรวมแบรนด์ดังกล่าว"นายฟิลิป แทนกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ด" ในรูปแบบ 3 in 1 ที่เพิ่มอำนาจในการใช้จ่ายให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรสามารถซื้อสินค้าผ่านบัตรได้ตามร้านค้าที่รับชำระด้วยบัตรวีซ่าทั่วโลก รวมถึงสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระที่ให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 60 เดือน โดยวงเงินสินเชื่อเงินสดและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระที่แยกต่างหากจากวงเงินบัตรเครดิต และผ่อนชำระขั้นต่ำเพียง 5%ในแต่ละเดือน ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการได้ในเดือนกรกฎาคมนี้

นางสาวณญาณี เผือกขำ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด สายธุรกิจสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อผ่อนชำระ จีอี มันนี่ ประเทศไทย กล่าวว่า ลูกค้าของควิกแคชที่เข้าเกณฑ์โอนมาเป็นผู้ถือบัตรเฟิร์สช้อยส์ทั้งนี้ ลูกค้าของควิกแคชที่เข้าเกณฑ์การถือบัตรเครดิตจะโอนมาเป็นผู้ถือบัตรเฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ดแทน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป ส่วนลูกค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์ก็ยังคงใช้บริการของควิกแคชอยู่ แต่ในท้ายที่สุดก็จะเหลือแบรนด์เฟิร์ส ช้อยส์เพียงอย่างเดียว และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเปลี่ยนจุดบริการของควิกแคชให้เป็นจุดบริการของเฟิร์ส ช้อยส์เพื่อให้เกิดความสะดวกมากขึ้น

นายฟิลิป แทนกล่าวอีกว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังว่า จีอี มันนี่ยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 10%หรือคิดเป็น 4,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างของบริษัทอยู่ที่ระดับ 200,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อเงินสดคงค้าง 180,000 ล้านบาท สินเชื่อผ่อนชำระ 20,000 ล้านบาท และมียอดลูกค้า 1.9 ล้านราย เป็นลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทจำนวน 56% รายได้สูงกว่า 15,000 ล้านบาท 44% และบริษัทได้เพิ่มรายได้ขั้นต่ำในการขอสินเชื่อเป็นไม่ต่ำกว่า 7,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ต่างจังหวัดไม่ต่ำกว่า 4,000 บาทต่อเดือน และกรุงเทพฯ 5,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ ในภาวะค่าครองชีพสูงและทิศทางเศรษฐกิจชะลอตัวนั้น บริษัทก็ดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในกรณีของการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งขณะนี้มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)อยู่ 3.4% จากเกณฑ์ที่ตั้งไว้ไม่ให้เกิน 3.5% และยังมีโครงการบรรเทาทุกข์ลูกค้าที่จะเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าที่มีปัญหาด้านการเงินหรือการผ่อนชำระ ซึ่งจะช่วยควบคุมจำนวนหนี้เอ็นพีแอลด้วย

"ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สิ่งที่ทำได้ก็คือการปล่อยสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ส่วนยอดการปล่อยสินเชื่อช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ สำหรับทั้งปีก็เช่นกัน แม้ว่าช่วงนี้อัตราการอนุมัติสินเชื่อจะลดลงบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสินเชื่อเงินสดนั้น จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามภาวะต่างๆ อาทิ ช่วงเปิดเทอมก็จะมียอดสูงขึ้นบ้าง เป็นต้น"นายฟิลิป แทนกล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย