Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน31 กรกฎาคม 2551
AIAเดินหน้าลงทุนอสังหาฯ ขนเงินลงทุนกว่า4หมื่นล. ประเดิมซื้อที่ดินเมโทรฯ             
 


   
www resources

โฮมเพจ อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ (เอไอเอ)

   
search resources

อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์, บจก.
Investment




“เอไอเอ” ลุยตลาดอสังหาฯ หลังคปภ.เปิดไฟเขียวให้สามารถลงทุนได้ 15% หรือกว่า 40,700 ล้านบาทของเงินสำรองประกันภัย ระบุตั้งทีมลงทุนด้านอสังหาฯ เน้นให้เช่าทั้งสำนักงาน-ศูนย์ฝึกอบรมทั่วประเทศ ประเดิมซื้อที่ดินขนาด 4 ไร่ มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ของบริษัทเมโทรสตาร์ฯ ผุดสำนักงานให้เช่าพื้นที่กว่า 38,500 ตร.ม.

นายโทมัส เจมส์ ไวท์ รองประธานบริหารระดับสูงและผู้จัดการทั่วไป บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด (เอไอเอ) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อนุญาตให้บริษัทประกันชีวิตสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ไม่เกิน 15% ของเงินสำรองประกันภัย ดังนั้น เอไอเอจึงมีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจอสังหาฯเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว

สำหรับเงินสำรองประกันภัยของเอไอเอ ณ ปัจจุบันมีจำนวน 271,814 ล้านบาท ดังนั้น จะมีเม็ดเงินที่สามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้กว่า 40,772 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน เอไอเอมีทีมผู้บริหารที่รับผิดชอบในการลงทุนอสังหาฯโดยเฉพาะ ส่วนนโยบายการลงทุนนั้นจะเน้นไปที่อสังหาฯสร้างรายได้ระยะยาว อีกทั้ง เอไอเอสามารถใช้งานได้ด้วย เช่นก่อนหน้านี้ได้สร้างเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ที่จ.ขอนแก่น โดยที่สามารถใช้เทรนนิ่งตัวแทนขายของบริษัท อีกทั้งยังให้บริษัทอื่นเข้ามาเช่าใช้บริการได้อีกด้วย

ล่าสุด บริษัทได้ประมูลซื้อที่ดินมากกว่า 4 ไร่บนหัวมุมถนนสาทรและถนนเซ็นต์หลุยส์ 3 จาก บริษัทเมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในราคา 8 แสนบาท/ตร.ว. หรือมูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท โดยวางแผนจะสร้างอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ให้เช่า เพื่อหวังรายได้ระยะยาว ซึ่งตามกฎหมายสามารถก่อสร้างอาคารสำนักงานได้สูงถึง 160-200 เมตร หรือประมาณ 40-50 ชั้น เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีพื้นที่สำนักงานให้เช่าประมาณ 38,500 ตารางเมตร คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างนาน 4.5 ปี

“ เราตั้งใจจะสร้างอาคารนี้ให้เป็นอาคารสำนักงานระดับซุปเปอร์ไฮเกรด เพื่อให้เป็น Destination แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ส่วนต้องใช้เงินลงทุนก่อสร้างเท่าใดนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดเริ่มก่อสร้างได้ในปลายปี 52”

เมโทรสตาร์ฟันกำไร800ล้าน

อนึ่ง ราคาที่ดินแปลงที่เอไอเอซื้อมาในราคาตารางวาละ 8 แสนบาท ถือว่าแพงเป็นอันดับสองรองมาจากที่ดินของสถานฑูตอังกฤษหัวมุมถนนวิทยุที่ขายในราคาเกือบ 1 ล้านบาทต่อตารางวา ที่กลุ่มเซ็นทรัลฯเป็นผู้ซื้อไปก่อนหน้านี้

ด้านนายนายวีระ บูรพชัยศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมโทรสตาร์ฯเปิดเผยว่า บริษัทซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์ในราคา 600 ล้านบาท เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีกำไรจากการขายที่ดินดังกล่าวถึง 800 ล้านบาท สามารถรับรู้ได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะนำไปลงทุนซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการ โดยจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาโครงการของบริษัทที่จะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยขณะนี้มีเงินแล้ว 1,000 ล้านบาท คาดว่าที่เหลือจะหามาจากแหล่งอื่น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะนำโครงการสาทร วิสต้า แบงคอคแมริออท เอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ทเม้นท์ ซ.สวนพลู ถนนสาทร มาทำเป็นกองทุนอสังหาฯ มูลค่า 2,300 ล้านบาท โดยให้ทางบริษัทหลักทรัพย์ ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน คาดว่าจะเสนอขายได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ อย่างไรก็ตาม หากในปีนี้ ไม่สามารถตั้งกองทุนอสังหาฯได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทที่เดิมตั้งเป้าไว้ที่ 2,900-3,000 ล้านบาท โดยจะมีรายได้จาการขายเพียง 700 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนโครงการที่กำลังพัฒนา 2 โครงการคือ เมโทรอเวนิว รัชโยธินและสุขุมวิท ซึ่งหยุดการขายเพื่อปรับราคาใหม่ คาดว่าจะเปิดขายได้อีกรอบในเดือนส.ค.นี้ โดยได้มีการปรับเพิ่มราคาขึ้นอีก 10% ต่ำกว่าเป้าที่จะปรับถึง 20% เนื่องจากคู่แข่งมาก โดยปัจจุบันรัชโยธินขายได้แล้ว 40% ส่วนสุขุมวิทขายได้แล้ว 60%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย