Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2540








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2540
อภิรักษ์ โกษะโยธิน คนเก่งวงการสแน็กเมืองไทย             
 


   
www resources

โฮมเพจ ฟริโต-เลย์

   
search resources

ฟริโต-เลย์ (ประเทศไทย), บจก
เป๊ปซี่โค ฟูดส์ ประเทศไทย, บจก.
อภิรักษ์ โกษะโยธิน
Snack and Bakery




นับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องทีเดียวที่เป๊ปซี่โค ฟูดส์อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ตัดสินใจเข้ามาบุกตลาดสแน็กด้วยตนเองเมื่อปี'38 เพราะมองว่าตลาดในประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูงมากด้วยอัตราการขยายตัวของตลาดรวมทั้งหมดสูงถึง 16% ในปี'38 และมูล่าตลาดรวมกว่า 6,000 ล้านบาท

การเข้ามาในตลาดสแน็กของเป๊ปซี่โค ฟูดส์ในครั้งนั้น แตกต่างจากการเข้าไปลงทุนในธุรกิจสายเครื่องดื่มและร้านอาหารฟาสต์ฟูดอย่างพิซซ่า ฮัท และเคเอฟซีของเป๊ปซี่โค อิงค์ เพราะทั้งสองธุรกิจดังกล่าวมีหุ้นส่วนคนไทยเป็นแกนหลักในการดำเนินกิจการ ขณะที่การบุกตลาดสแน็กเป๊ปซี่เข้ามาผลิตสินค้าและขายของเอง

ดังนั้นการโยกอภิรักษ์ โกษะโยธิน ขณะกำลังมีอนาคตกับเป๊ปซี่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทเป๊ปซี่โค ฟูดส์ ประเทศไทย นอกจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเขาถูก 'DEMOTE' แล้ว ยังเป็นภาระที่หนักสำหรับเขาทีเดียวเพราะต้องหาตั้งแต่ออฟฟิสทีมการตลาด ทีมขาย หรือแม้กระทั่งโรงงาน จนเจ้าตัวเองเคยปรารภว่า 'มาอยู่ที่นี่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์'

แต่ในวันนี้อภิรักษ์ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาทำได้และทำได้ดีอีกด้วย จากผลงานตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เขาทำให้เป๊ปซี่โค ฟูดส์ ประเทศไทยสามารถขึ้นครองเป็นเจ้าตลาดอันดับ 3 ในธุรกิจขนมขบเคี้ยวไทยภายในระยะเวลาอันสั้น ด้วยส่วนแบ่งการตลาดถึง 9% จากที่เคยอยู่ในอันดับ 8 จากผลิตภัณฑ์ 3 ชนิดคือ มันฝรั่งแท้ทอดกรอบตราเลย์ มันฝรั่งแท้ทอดกรอบตราชิบปี้ ชิป และข้าวโพดทอดกรอบตราชีโตส

"เราปิดยอดจำหน่ายได้ถึงกว่า 1,000 ล้านบาท เมื่อสิ้นปี'39 เมื่อเทียบกับปี'38 ซึ่งบริษัททำยอดขายในปีแรกได้ประมาณ 350 ล้านบาท" อภิรักษ์กล่าว

กลยุทธ์การตลาดที่ต่อเนื่องเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนในความสำเร็จของบริษัท โดยกิจกรรมทางการตลาดของเป๊ปซี่โคฟูดส์ประเทศไทย นับเป็นกิจกรรมที่สั่นสะเทือนวงการขนมขบเคี้ยวไทยแทบทั้งสิ้น เริ่มจากผลิตภัณฑ์ข้าวโพดทอดกรอบปรุงรสชีโตสโดยการแจกรูปลอกแบ็ทแมนและกิจกรรมที่บริษัทยอมรับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งคือ 'เกมส์มันระดับโลกทาโซ'

"ทาโซ อยู่ในขนมชีโตสทุกซอง ตั้งแต่ต้นปี'39 เราจัดให้มีการแข่งขันทาโซตามสถานที่ต่างๆ ตลอดจนมีทาโซแถมตระเวนการสาธิตการเล่นพร้อมแจกตัวอย่างเกม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ อย่างรวดเร็ว"

โดยถึงปัจจุบันได้ใช้ทาโซไปแล้วถึง 80 ล้านชิ้น เด็กไทยทุกคนที่มีทาโซสะสมเฉลี่ย 30 ชิ้น/คน และผลจากกิจกรรมทั้งหมดทำให้ชีโตสมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 200%

นอกจากนี้บริษัทยังมีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์มันฝรั่งชิบปี้ ชิป ในรูปลักษณ์ใหม่พร้อมทั้งการพัฒนาในด้านรสชาดที่ผลิตจากโรงงานของตนเอง เพื่อเป็นการขยายการตลาดให้กว้างขึ้น

ตลาดขนมขบเคี้ยวรสเค็มที่มีขายอยู่ในบ้านเรามีทั้งหมด 7 ประเภท แยกตามอัตราการเจริญเติบโตได้เป็นขนมขึ้นรูป 41%, ถั่ว 21%, มันฝรั่ง 14%, ข้าวเกรียบกุ้ง 11%, ปลาเส้น 8%, ข้าวโพดคั่ว 3%, และปลาหมึก 2% ในจำนวนนี้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วคือมันฝรั่ง อัตราเติบโตช่วงปี'36-39 จาก 9% ขึ้นมาถึง 14%

เฉพาะตลาดมันฝรั่งในประเทศแยกเป็นมันฝรั่งในประเทศแยกเป็นมันฝรั่งแท้ทอดกรอบ 77% และแป้งมันอัดแผ่น 23% ในส่วนที่เป็นมันฝรั่งแท้นี้เลย์มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดถึง 40% รองลงมาเป็นมั้น มัน 28% นอกนั้นจึงเป็น ก๊อบ ก๊อบ, พริงเกิล, และเทสโต้อย่างละ 6% ที่เหลือเป็นคู่แข่งรายอื่นๆ อีก 14% ส่วนในปีนี้คาดว่าเลย์ครองส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 60%

สิ่งหนึ่งที่ทำให้องค์กรก้าวรุดหน้าไปขนาดนี้ อภิรักษ์ยอมรับว่าความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เขาจึงเน้นการพัฒนาบุคลากรทั้งในด้านวิชาการ จัดอบรมสัมมนาใหญ่สม่ำเสมอ และกีฬาภายในเพื่อสุขภาพและเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในองค์กร

ปัจจุบันลูกน้องภายใต้การดูแลของเขามีประมาณ 250 คน ในจำนวนนี้เป็นทีมงานการตลาด 6 คน และทีมขายอีก 5 คน ซึ่งทีมงานเหล่านี้เป็นผลจากการดึงบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานทั้งในส่วนสำนักงานใหญ่และโรงงาน รวมทั้งการปรับโครงสร้างการบริหารงานให้เกิดความคล่องตัวขึ้น

สำหรับปี'40 อภิรักษ์ได้ให้ทิศทางของบริษัทไว้ว่า "การดำเนินงานของเป๊ปซี่โคฟูดส์ในประเทศไทยในปี'40 สิ่งแรกที่เราจะประเดิมศักราชเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดขนมขบเคี้ยวทั่วโลกของฟริโต-เลย์ คือ การเปลี่ยนชื่อบริษัทจากบ.เป๊ปซี่โค ฟูดส์ประเทศไทย เป็น บ.ฟริโตเลย์ ประเทศไทย"

จุดประสงค์ในการเปลี่ยนอภิรักษ์ชี้แจงว่า "เพื่อย้ำว่าถ้าพูดถึงสแน็กของเป๊ปซี่ก็คือ ฟริโต-เลย์ จะได้มีความชัดเจนและเหมือนกันทั่วโลก และเรามีแผนในด้านการขยายตลาดต่างประเทศทั่วโลกเพราะฉะนั้นในแง่ประเทศใหม่ๆ ที่ฟริโต-เลย์จะเข้าไปจะมีความเป็น Global ที่เหมือนกันหมดทั่วโลกเหมือนๆ กับสินค้าตัวอื่นของเรา เช่น เป๊ปซี่ หรือ KFC"

พร้อมๆ กันนั้น บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นมันฝรั่งแท้ทอดกรอบชนิดเรียบใช้ชื่อว่า เลย์คลาสสิค ส่วนเลย์ชนิดหยักเพื่อให้มีความชัดเจนในตัวจึงตั้งชื่อว่า เลย์ร็อค ในระยะแรกตั้งเป้ายอดขายสำหรับเลย์คลาสสิคไว้ที่ 2,000 ตันต่อปี ส่วนตัวเลย์ร็อคประมาณ 4,000 ตันต่อปี

โดยบริษัทตั้งงบการตลาดสำหรับตัวใหม่ไว้ 50 ล้านบาท ถ้ารวมทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์แล้วมีงบกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่าภายในเวลา 1 ปีผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะแซงหน้าแบบหยักได้อย่างแน่นอน

ถึงวันนี้แม้อภิรักษ์และทีมงานจะไม่ได้ทำงานวันละ 24 ชั่วโมงแต่พวกเขาก็ยังคงทำงานอาทิตย์ละ 7 วันเหมือนเช่นที่ทำมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ด้วยปรัชญาที่ว่า "ถ้าเราหยุดนิ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการถอยหลัง" ดังนั้นยอดขายที่ตั้งไว้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทในปี 2540 คงเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องยากนักสำหรับเจ้าพ่อมันฝรั่งของเมืองไทยคนนี้

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย