Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์15 กันยายน 2551
อิมเมจิน VS มีเดีย เน็ตเวิร์ก แนวรบรอบใหม่ตลาดบันเทิงในบ้าน             
 


   
www resources

โฮมเพจ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

   
search resources

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, บมจ.
Entertainment and Leisure




ตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ยังไม่ดับ แม้รายใหญ่ทยอยถอดใจ แต่อิมเมจินสวนทางพร้อมบุก ปรับโพสิชั่นนิ่งให้เป็น วัน สต็อบ เซอร์วิส โฮม เอนเตอร์เทนเมนต์ จับมือเทสโก้ โลตัส เดินหน้าขยายสาขา ด้านกลุ่มเมเจอร์ผนึกกำลังสร้างความแข็งแกร่งดันแบรนด์ มีเดีย เน็ตเวิร์ก ครองตลาดภายใน 2 ปี

แม้ภาพรวมตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ในปัจจุบันจะมีมูลค่าสูงกว่า 12,000 ล้านบาท แต่เมื่อหันมาดูเม็ดเงินจริงๆที่เข้ากระเป๋าเจ้าของธุรกิจแล้วกลับพบว่าเหลืออยู่เพียง 40% หรือคิดเป็นมูลค่า 4,800 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนมูลค่าเม็ดเงินที่เหลืออีก 60 % นั้นกลับพบว่าเป็นรายได้ของเหล่าแผ่นผีซีดีเถื่อน

ปรากฏการณ์ดังกล่าว สร้างผลกระทบให้กับเจ้าของธุรกิจในตลาด ตั้งแต่ร้านเล็กจนถึงแบรนด์ใหญ่ อย่าง บล็อกบัสเตอร์ หรือ ทาวเวอร์ เรคคอร์ด ต้องโบกมือลาตลาดไป หรือแม้แต่ ซึทาญ่า แบรนด์สายพันธุ์ญี่ปุ่น ผู้บริหารตระกูล พละพงค์พานิช ก็ถอดใจ ขายหุ้นใหญ่ให้กับกลุ่มออนป้า เข้ามาบริหารแทน

แต่ในอีกด้านค่ายโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ที่หนุนหลังโดยกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิง อย่าง อิมเมจิน และมีเดีย เน็ตเวิร์ก กลับเดินหน้าปรับตัวกันอย่างคึกคัก ค่ายอิมเมจิ้น ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และมีเดีย เน็ตเวิร์ก ที่มีกลุ่มเมเจอร์หนุนหลัง เดินหน้ารุกหนัก หวังครองตลาดโฮมเอนเตอร์เทนท์เมนต์ในเมืองไทย

อิมเมจินขยายสาขาครอบคลุมโมเดิร์นเทรด

อิมเมจิน วางแผนการรุกเพื่อปกป้องตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์จากกลุ่มแผ่นผี ซีดีเถื่อน และคู่แข่งในตลาด ด้วยการปรับโพสิชั่นนิ่งเป็น "วัน สต็อบ เซอร์วิส โฮม เอนเตอร์เทนเมนต์" ซึ่งหมายถึงการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมจากที่เป็นเพียงเอาท์เลทจำหน่ายสินค้าเฉพาะเพลงเป็นหลัก กลายเป็นบริการที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคใหม่ โดยทำการเพิ่มสินค้าที่หลากหลายขึ้น ทั้งในส่วนของสินค้าที่เป็นเพลงและหนังในสัดส่วนเท่าๆกัน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อผลิตภัณฑ์บันเทิงได้ครบภายในจุดเดียว

ในส่วนของแผนการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย อิมเมจินจับมือกับโมเดิร์นเทรดยักษ์ใหญ่ เทสโก้ โลตัส เปิดโซนโฮม เอนเตอร์เทนเมนต์ ที่จะตั้งอยู่ในบริเวณเซลล์ แอเรียของห้าง แบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก คือ กลุ่มจำหน่ายสินค้าเพลงและหนังของทุกค่ายทั้งที่เป็น ซีดี วีซีดี ดีวีดี ขณะที่โซน 2 ถูกจัดให้เป็นคีออสเพื่อให้บริการดาว์นโหลดดิจิตอลคอนเทนต์ ณ จุดขาย ซึ่งจะถูกแบ่งคอนเทนต์ออกเป็น เพลงรัก เพลงอกหัก เพลงเหงา เพลงฮิตที่เรียงตามรายชื่อของศิลปิน

ยงศักดิ์ เอกปรัชญาสกุล กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจการขายและตลาด บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารร้านอิมเมจิน กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันนิยมชอปปิ้งในโมเดิร์นเทรดมากกว่าร้านค้าแผงลอย ดังนั้นการจับมือกับเทสโก้ โลตัส ในครั้งนี้ถือเป็นการ Strategic Partner ที่จะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยที่ไม่ต้องเปิดสาขาเอง

"เดิมอิมเมจินมียอดขายโตเพียง 10 % แต่หลังจากเริ่มขยายสาขาเข้าสู่โมเดิร์นเทรดกลับพบว่า ยอดขายเพิ่มกว่า 55 % ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยอดขายโตขึ้น เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากห้างมากขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ยอดขายจากแผงข้างถนนนั้นลดลงเรื่อยๆ" ผู้บริหารอิมเมจิน กล่าว

การขยับตัวเข้ามารุกในพื้นที่เซลล์ เอเรียของโมเดิร์นเทรดในครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนรุ่นใหม่ที่นิยมช้อปปิ้งในโมเดิร์นเทรด ขณะที่การให้บริการดาว์นโหลดเพลงนั้นก็จะเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายที่มีข้อจำกัดในการดาว์นโหลดเพลงออฟไลน์ด้วยตัวเอง คาดว่าจะสามารถให้บริการได้ในเดือนตุลาคมนี้

"เรามีความได้เปรียบเพราะเป็นเจ้าของคอนเทนต์ ดังนั้นการเปิดคีออสเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถดาว์นโหลดเพลงได้นั้น จะถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดพฤติกรรมบริโภค ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายเติบโตและยังเป็นการช่วยไม่ให้ซื้อของปลอม เพราะสามารถหาซื้อสินค้าลิขสิทธิ์ได้ในราคาที่ถูกและที่สำคัญคือหาซื้อได้ง่ายตามโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นคีออสดาว์นโหลดจะมีจำนวน 10 สาขา เพื่อเป็นการทดสอบการตอบรับจากผู้บริโภค หากผลออกมาดี จะทำการขยายสาขาต่อไปในอนาคต"ยงศักดิ์ กล่าว

การจับมือกับเทสโก้ โลตัส ที่มีสาขากว่า 200 แห่งทั่วประเทศ บวกกับการวางระบบบริหารสต๊อกอย่างเป็นระบบ เป็นจุดแข็งของอิมเมจิน ที่นำสู่ความสำเร็จในการขยายตลาด ระบบบริหารสต๊อกแบบออนไลน์ ทำให้รู้ยอดขายรวมของแต่ละสาขามีมากน้อยเท่าไร หรือสินค้าประเภทไหนที่ลูกค้าให้การตอบรับที่ดีและไม่ดี โดยระบบจะทำการประมวลว่าต้องเสริมหรือต้องลดอะไรเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับแต่ละสาขา ซึ่งความแม่นยำที่เกิดจากการจัดการระบบนี้เอง ทำให้ยอดขายในช่วงที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี แม้อยู่ในสภาวะที่ตลาดตกต่ำ

อิมเมจินยังมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อทำการกระตุ้นยอดขายและกระตุ้นการรับรู้แบรนด์ ผ่านหน่วยเคลื่อนที่ เฉลี่ย 3-7 ครั้งต่อเดือน ตามห้างสรรพสินค้า โดยมีรูปแบบการจัดงานที่เน้นขายสินค้าราคาพิเศษและมีการนำศิลปินที่มีชื่อเสียงมาร่วมกิจกรรม

ปี 52 รุกระบบสมาชิกเพิ่มไลน์เอ็ดดูเทนเมนต์

ด้านแผนการในปีหน้า อิมเมจินยังเตรียมที่จะปรับปรุงระบบสมาชิก ซึ่งเดิมมีฐานสมาชิกกว่า 70,000 ราย โดยระบบสมาชิกใหม่จะทำการจับมือกับพาร์ทเนอร์อย่าง สมาร์เพิร์ส มอบสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างจากการลดราคาในร้าน อาทิ ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตแกรมมี่, ลดราคาสินค้าต่างๆ ในร้านพาร์ทเนอร์ หรือสามารถสั่งซื้อสินค้าของอิมเมจิน โดยชำระเงินผ่านบัตรสมาชิกนั้นได้ คาดว่าหากระบบสมาชิกที่จะมีการปรับปรุงนี้ จะทำให้ยอดสมาชิกในปีต่อไปเพิ่มเป็นเท่าตัว

อิมเมจินยังมีแผนการเพิ่มกลุ่มสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยเล็งที่กลุ่มสินค้าเอดูเทนเมนต์ ในรูปแบบวีซีดีสอนภาษา หรือการ์ตูน 3 มิติ โดยอิมเมจินพยายามที่จะนำเสนอสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ครบถ้วน

ยงศักดิ์ คาดว่า การปรับทัพอิมเมจินครั้งนี้จะสามารถทำยอดขายได้ราว 500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 65 % จากปีที่ผ่านมา และมีเป้าหมายที่จะไปสู่รายได้ 700 ล้านบาทในปี 2552 หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 35 % ขณะที่การขยายสาขานั้นคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีจำนวน 160 สาขา

เมเจอร์ลุยโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ ส่ง มีเดีย เน็ตเวิร์ก สู่ผู้นำ

มิใช่แค่เพียงความเคลื่อนไหวจากยักษ์ใหญ่จากวงการเพลงเท่านั้น ก่อนหน้านี้ค่ายเมเจอร์ ยักษ์ใหญ่จากธุรกิจโรงภาพยนตร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักในบริษัทเอ็ม พิคเจอร์ ก็ทำการขยายเข้าไปในธุรกิจโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ผ่านร้านมีเดีย เน็ตเวิร์ก

แผนการของมีเดียเน็ตเวิร์กที่ได้มีการประกาศออกมานั้น ยังคงใช้รีเทลช็อปในการเป็นแนวรุก โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการนำวีซีดี และดีวีดี เข้าไปจำหน่ายในร้านแมคโดนัลด์ที่มีบริการดิลิเวอรี่ ซึ่งลูกค้าสามารถซื้อได้จากในร้านหรือสั่งซื้อทางโทรศัพท์ หรือทางเวปไซต์ได้ นอกจากนั้นแล้วยังเตรียมที่จะหาโมเดลใหม่เพื่อทำการขยายสาขาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทำการจัดกิจกรรมทางการตลาดผ่านแคมเปญต่างๆเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันมีเดีย เน็ตเวิร์ก มีเอาต์เลตที่ตั้งอยู่ใน เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน สยามพารากอน จัสโก้ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ ท็อปส์ กว่า 150 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการขายในโลตัส เอ็กซ์เพรสที่มีกว่า 300 และร้านเซเว่น - อีเลฟเว่น กว่า 4,400 สาขาทั่วประเทศ

แนวรบของมีเดียเน็ตเวิร์กในครั้งนี้ วางเป้าหมายรายได้ไว้กว่า 700 ล้านบาทภายในปีนี้ และตั้งเป้าภายในเวลา 2 ปี จะสามารถก้าวขึ้นครองตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย