Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์29 กันยายน 2551
คอมพิวเตอร์ตัวเล็ก ตอบโจทย์โมบิลิตี้ขนานแท้             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท อัสซุสเทค (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

Notebook
อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ ประเทศไทย, บจก.




- ยักษ์ "อินเทล" เดินเกมซีพียูมาร์เกตติ้ง ส่ง "อะตอม" สร้างกระแสตลาดเซกเมนต์ใหม่
- ผู้ผลิตคอมพ์โลกตอบรับเทรนด์คอมพ์แนวใหม่ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวบุกผู้บริโภค
- อัสซุส ขอเป็นพระเอก พร้อมส่ง เน็ตบุ๊ก เจนเนอเรชั่น 2 ป่วนตลาด ต่อยอดซับแบรนด์ "อีอีอี แฟมิลี่" ทิ้งคู่แข่ง 1 ช่วงตัว

ถึงแม้ว่าปัญหาทางการเมืองจะยังยากหาทางออกได้ในช่วงเวลานี้ แต่สำหรับตลาดไอทีในเมืองไทยกลับมี "โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก" ที่ถูกปล่อยออกมาช่วงกลางปีที่ผ่านมา มาปลุกกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ดู เหมือนจะซึมๆ ตามปัญหาที่เกิดขึ้น

คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีรูปลักษณ์คล้ายโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์แต่มีขนาดเล็กกว่านั้น ต่างมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแบรนด์ผู้ผลิต อย่างทาง อัสซุสเทค เรียกว่า "eee pc" ที่บุกเบิกตลาดนี้มาก่อนใคร

"อัสซุสเทคทำตลาด อีอีอี พีซีมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก่อนใคร" พรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าให้ฟังถึงการเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมของอัสซุส

อีอีอี พีซีของอัสซุสที่เปิดตัวในเวลานั้น ถือได้ว่าเป็นการบุกเบิกเซกเมนต์ใหม่ของตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ที่เจาะตลาดกลุ่มนักเรียนนักศึกษาโดยเฉพาะ โดยอาศัย "ขนาด" ที่เล็กครึ่งหนึ่งของโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ขนาดปรกติ แถมมีน้ำหนักที่เบาไม่ถึง 1 กิโลกรัม เปลี่ยนจากฮาร์ดดิสก์มาเป็นสื่อบรรจุข้อมูลแบบใหม่ "เอสเอสดี" ที่มีความจุ 5 กิกะไบต์กับ 8 กิกะไบต์ ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อสื่อสารข้อมูลแบบไร้สาย ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ อีอีอี พีซีทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไว-ไฟ ได้ทุกที่ที่ต้องการ ที่สำคัญ ระดับราคาอยู่ในระดับหมื่นต้นๆ

ด้วยการตอบรับเกินคาดจากตลาด ทำให้โรงงานของอัสซุสผลิตสินค้าออกมาไม่พอกับความต้องการตลาด ทำให้ผู้ซื้อในเวลานั้นต้องจองสินค้าล่วงหน้าเป็นเดือน

แต่ภายหลังจากที่อินเทลประกาศซีพียูรุ่นใหม่ "อะตอม" ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดเซกเมนต์ใหม่โดยเฉพาะ กลุ่มที่ต้องการคอมพิวเตอร์ราคาย่อมเยาและใช้งานพื้นฐาน รับส่งอีเมล เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ โดยทางอินเทลได้นิยามศัพท์คอมพิวเตอร์ดังกล่าวสำหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพาว่าเป็น "เน็ตบุ๊ก" ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ อินเทลเรียกว่า "เน็ตท็อป"

"เชื่อว่าอะตอมจะทำให้ตลาดคอมพิวเตอร์เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะผู้คนกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก สามารถหาซื้อพีซีโน้ตบุ๊กตัวแรกใช้ได้ในราคาถูก" เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เคยเล่าให้ฟังถึงบทบาทของซีพียู "อะตอม" เอาไว้ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ ทางอินเทลสร้างขึ้นโดยใช้สถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 45 นาโนเมตร และเทคโนโลยี hi-k metal gate เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ 2 ดูโอ ที่มี thermal design power หรือทีดีพี อยู่ในช่วง 35 วัตต์ ชิปรุ่นใหม่นี้จะมีทีดีพีอยู่ระหว่าง 0.6-2.5 วัตต์เท่านั้น มีความเร็วให้เลือกสูงสุด 1.8 กิกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเป็นอุปกรณ์พกพาที่สามารถใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ หรือ mobile Internet devices (MID) รวมถึงคอมพิวเตอร์กลุ่มใหม่ที่ใช้งานได้ง่าย ราคาประหยัด และมุ่งใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก

จุดประสงค์หลักของการเปิดตัวซีพียู "อะตอม" ของอินเทล ก็คือ การเสริมช่องว่างทางการตลาดในระดับราคา 10,000-20,000 บาทเข้าสู่ตลาด ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ที่ยังไม่มีใครทำตลาดอย่างจริงจัง

บริษัทที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ "เน็ตบุ๊ก" ที่ใช้พีซียู "อะตอม" เป็นหลักรายแรกๆ ในตลาด มีอยู่ 2 รายก็คือ "อัสซุส" กับ "เอเซอร์" โดยทางอัสซุสยังใช้ชื่อ "อีอีอี พีซี" เป็นซับแบรนด์ในการตลาดต่อ ส่วนทางเอเซอร์ใช้ "แอสไปร์ วัน" เป็นซับแบรนด์ในการบุกตลาดเน็ตบุ๊ก

ด้วยสเปกของเครื่องที่ใช้ซีพียู "อะตอม" เป็นขุมพลังหลักแล้ว สเปกส่วนอื่นๆ ก็จะมีเรื่องของขนาดหน้าจอภาพให้เลือก ประกอบด้วยขนาด 8.9 นิ้ว กับ 10 นิ้วให้เลือก ส่วนหน่วยบันทึกข้อมูลมีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นสื่อบันทึกข้อมูลเอสเอสดีกับฮาร์ดดิสก์ ส่วนฟีเจอร์สื่อสารไร้สาย พอร์ตยูเอสบี ช่องเสริมจอมอนิเตอร์เสริม ต่างมีมาให้ครบ จะขาดก็แต่ช่องเสริมอีเธอร์เน็ตที่ไม่ได้ติดตั้งมาให้เนื่องจากออกแบบมาเพื่อใช้งานในตลาดคอนซูเมอร์เป็นสำคัญ

"ตลาดเมืองไทยยังเลือกสเปกที่ใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากได้พื้นที่เก็บข้อมูลที่มากกว่า อย่างในรุ่น 20 กิกะไบต์ นิยมมากกว่ารุ่น 8 กิกะไบต์ที่เป็นแบบเอสเอสดี เพราะเห็นว่า ราคาต่างกันพันกว่าบาท" พรเทพ กล่าวถึงพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกสเปกเครื่องของคนไทยให้ฟัง

ปัจจุบัน จากการรวบรวมข้อมูลแบรนด์สินค้าที่ตัวเน็ตบุ๊กเข้าสู่ตลาดเมืองไทยนั้น เท่าที่เห็นมีแบรนด์สินค้าวางขายตามชอปขายสินค้าไอทีทั่วไป ประกอบไปด้วย อัสซุสกับเอเซอร์ โดยอัสซุสมีสเปกให้เลือกมากที่สุดในตลาดเวลานี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 6 โมเดล มีซีพียูทั้งที่เป็นอะตอมและเซลลูลอน หน่วยบันทึกข้อมูลมีให้เลือกทั้งแบบเอสเอสดีกับฮาร์ดดิสก์ หน้าจอก็มีให้เลือกทั้งแบบ 8.9 นิ้ว กับ 10 นิ้ว ระดับราคามีตั้งแต่ 9,000-19,000 บาท

ในขณะที่ "เอเซอร์" มีสเปกให้เลือกในเรื่องของหน่วยบันทึกข้อมูลที่เป็นแบบเอสเอสดีกับฮาร์ดดิสก์ ส่วนซีพียูมีเฉพาะอะตอมเท่านั้น แต่มีสีให้เลือกหลายสีด้วยกัน แต่จุดที่ทำให้เอเซอร์เป็นที่รู้จักกันมากก็คือ การมีสื่อโฆษณาตามทีวีออกมาเป็นจำนวนมาก โดยใช้ดาราดังอย่าง วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งช่วยปลุกกระแสให้คนสนใจเน็ตบุ๊กมากขึ้น และทางเอเซอร์ยังได้จัดกิจกรรมการตลาดไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมส่งเสริมการขาย ตลอดจนสื่อโฆษณา ณ จุดขาย ทำให้เน็ตบุ๊กกลายเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่กลายเป็นตัวเลือกในการซื้อหาคอมพิวเตอร์มาใช้งานของผู้ใช้ทั่วไปที่มักต้องสอดส่ายมองหา

จากกระแสความสนใจในตัวเน็ตบุ๊กของผู้บริโภคกันมากขึ้น ส่งผลให้เกิดคำถามว่า เน็ตบุ๊กจะมีผลกระทบต่อยอดขายโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ที่มีระดับราคา 17,000-20,000 มากน้อยแค่ไหน

พรเทพ กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบต่อยอดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์แต่ประการใด เนื่องจากเป็นคนละตลาดกัน ในช่วงแรกที่ทางอัสซุสแนะนำอีอีอี พีซีเข้าสู่ตลาดก็มีความสับสนและมีผลกระทบต่อยอดขายโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์อยู่บ้างในช่วง 1-2 เดือนแรก แต่หลังจากที่เราให้ความรู้ความแตกต่างของความสามารถในการใช้งานแล้ว ก็กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยที่ผู้ซื้อเน็ตบุ๊กส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว

ปัจจุบัน เน็ตบุ๊กมียอดขายตกอยู่ประมาณ 20,000-25,000 เครื่อง ซึ่งถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก แต่ก็ถือเป็นเซกเมนต์ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งสามารถดูได้จากจำนวนผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีทั้งผู้ผลิตที่เป็นเฮาส์แบรนด์อย่าง "KLASS BOOK" ของบริษัท สุพรีมดิสตริบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ที่เปิดตัวในตลาด 2 รุ่น ราคาเริ่มต้น 10,000 บาทขึ้นไป

บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อาจจะมาแปลกว่าบริษัทอื่นที่ได้นำผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ยี่ห้อ "โคจินชะ อัลตร้าโมบาย พีซี" ที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดในญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดเมืองไทยในเบื้องต้นด้วย ยูเอ็มพีซีที่มาพร้อมจอทัชสกรีนและปากกาสไตลัสที่ช่วยให้เขียนด้วยลายมือได้สามารถหมุนจอได้ 360 องศา ใช้ตัวประมวลผลอินเทล "Stealey" Processor A110 ความเร็ว 800 เมกะเฮิรตซ์ หน่วยความจำ 1 กิกะไบต์ ติดตั้งกล้องขนาด 1.3 เมกะพิกเซล รองรับคุณสมบัติการทำงาน และความบันเทิงครบครัน จำนวน 2 รุ่น ราคาอยู่ที่ 29,900 บาทกับ 37,900 บาท

ส่วนบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ก็มีเน็ตบุ๊กของตัวเองภายใต้ซับแบรนด์ "อีโค พีซี" ที่มีหน้าจอขนาดเล็ก 8.9 นิ้วทำตลาดอยู่ โดยกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มผู้เริ่มใช้คอมพิวเตอร์เครื่องแรกและกลุ่มนักเรียน ซึ่งอาจจะเรียกว่า เป็นผู้เล่นรายที่ 2 ที่มีผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊กเข้าสู่ตลาดไล่เลี่ยอัสซุส ล่าสุดได้ร่วมมือกับทางบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) กับบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมการตลาดร่วมกันภายใต้โครงการ แม็กซ์เน็ต เอ็ดดูเทนเมนต์ ทัวร์ ในการให้ความรู้เน็ตบุ๊กกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกับตลาดนักศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกรูปแบบกิจกรรมการตลาดหนึ่งที่ทางเอสวีโอเอจับมือกับพันธมิตรสร้างโอกาสทางการขายในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้เล่นอินเตอร์แบรนด์ยังไม่ได้รุกเข้าสู่ตลาดในส่วนนี้มากนัก

สำหรับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่เป็นอินเตอร์แบรนด์ อย่าง "เลอโนโว" ก็ไม่ยอมสูญเสียโอกาสทางการตลาดในเน็ตบุ๊กนี้ไป จึงได้ทำสงครามแย่งชิงพื้นที่ข่าวที่พร้อมนำเน็ตบุ๊กเข้ามาทำตลาดด้วยเช่นกัน โดยจะมีโมเดลทำตลาดอยู่ 2 รุ่น เจาะตลาดกลุ่มผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานหรือมองหาโน้ตบุ๊กเครื่องแรก แต่จะมีสินค้าวางขายในท้องตลาดต้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยมีระดับราคาอยู่ที่ 17,000-18,000 บาท ทางด้าน "เดลล์" เองก็ได้เปิดตัวเน็ตบุ๊กในตลาดเมืองไทยด้วยเช่นกัน โดยจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับโมเดลและราคาขายออกมาช่วงปลายเดือนนี้

ส่วนแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง "โตชิบา" ก็มีแผนที่จะนำเน็ตบุ๊กเข้ามาทำตลาดเหมือนกัน แต่คงจะเป็นช่วงปลายปี จำนวน 2 รุ่น ในระดับราคาไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่ง ถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายธุรกิจเทคโนโลยี บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ยอมรับว่าถึงแม้จะเข้ามาทำตลาดหลังคู่แข่งแต่เชื่อว่า ด้วยโปรโมชั่นที่มีความแตกต่างจาเจ้าอื่น น่าจะดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อสินค้าของโตชิบาได้

ซับโน้ตบุ๊ก ตลาดไร้คู่แข่ง

ขณะที่บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอชพี ถึงแม้จะไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ที่เป็น "เน็ตบุ๊ก" ทำตลาดอยู่เหมือนคู่แข่งตลอดกาลอย่าง "เอเซอร์" ก็ตาม แต่เพื่อเป็นการเติมเต็มกลยุทธ์ความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ของเอชพีที่ถือเป็นแต้มต่อที่เหนือคู่แข่งในตลาด ทางเอชพีจึงได้เปิดตัวโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์เซกเมนต์ใหม่ "ซับโน้ตบุ๊ก" โดยใช้ชื่อว่า "มินิ-โน้ต" จำนวน 1 รุ่นเข้าสู่ตลาด ซีพียูที่ใช้เป็นชิป "เวีย" ที่กินไฟน้อย หน้าจอขนาด 8.9 นิ้ว แต่มี 3 โมเดลใน 3 ระดับราคาให้เลือกซื้อหาเป็นเจ้าของ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 17,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดปัจจุบัน

"มินิ-โน้ตของเอชพีถือว่าเป็นความแตกต่างจากตลาดในปัจจุบัน โดยเรายังคงฟีเจอร์บนโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ทุกประการลงมา ที่เห็นชัดเจนก็คือ ตรงที่เรามีพอร์ตอีเธอร์เน็ตซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น" ปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ กรุ๊ป บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

"ตลาดมินิ-โน้ต ดึงดูดความสนใจและตรงกับไลฟ์สไตล์คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้โน้ตบุ๊คเป็นเครื่องที่ 2 ช่วยกระตุ้นยอดขายของเอชพีให้สูงกว่าการเติบโตของโน้ตบุ๊กที่โตเฉลี่ย 30-40% ถึง 2-3 เท่า ซึ่งเอชพีมองว่ามินิ-โน้ต จะมาเติมช่องว่างของตลาดที่เครื่องมีหน้าจอใหญ่กว่าการใช้พ็อกเกตพีซีโฟน แต่จะมีขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไป ขณะที่อัลตร้าโมบาย พีซี ที่หลายแบรนด์กำลังจะวางตลาดนั้น คล้ายแกดเจ็ดจะอยู่ตลาดบนและมีรูปทรงหลากหลาย การใช้งานอาจไม่มีแป้นพิมพ์ หน้าจองอพับได้" ปวิณ กล่าว

เน็ตบุ๊ก 2.0 กำลังจะมา

เพื่อรักษาความเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมของ "อัสซุส" ที่ถือว่าเป็นแบรนด์แรกที่บุกเบิกคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก "เน็ตบุ๊ก" ก่อนใครในตลาด ทางอัสซุสจึงเตรียมที่จะเปิดตัว "เน็ตบุ๊ก เจนเนอเรชั่นที่ 2" พร้อมกันทั่วโลกในต้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

พรเทพ ได้แย้มข้อมูลเล็กๆ ถึงเทรนด์เน็ตบุ๊ก เจนเนอเรชั่นที่ 2 ให้ฟังว่า จะมีหน้าจอใหญ่ขึ้น จาก 8.9 นิ้ว มาเป็น 10 นิ้ว จุข้อมูลได้มากขึ้นเพราะใช้หน่วยความจำทั้งฮาร์ดไดรฟ์และเอสเอสดี โดยเฉพาะเอสเอสดีจะมีขนาดที่ใหญ่จุใจกว่าเดิม ในส่วนของแบตเตอรี่ได้มีการพัฒนาให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นกว่าเดิม มีการเพิ่มฟังก์ชั่นสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ามา โดยจะมีช่องให้ใส่ซิมการ์ดเพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อจีพีอาร์เอส รวมถึงระบบสื่อสาร 3.5 จี

"ราคาของเน็ตบุ๊กที่มีฟังก์ชั่น 3.5 จีจะมีราคาสูงกว่าปรกติประมาณ 1,000-2,000 บาทเท่านั้น"

นอกจากนั้นจะเห็นการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ "อีอีอี พีซี" โดยอิงแพลตฟอร์ม "อะตอม" เป็นหลัก เข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยจะนำมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ความบันเทิงในบ้านที่หลากหลายขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เปิดตามมาในนามตระกูล "อีอีอี แฟมิลี่" อาทิ อีอีอี มอนิเตอร์ ที่นำซีพียูใส่ไว้บนมอนิเตอร์ตัวเดียวกัน มีความสามารถในการสั่งงานด้วยการสัมผัส หรือ อีอีอี บ็อกซ์ ที่เป็นเน็ตพีซีที่บางมากขนาดประมาณ 1 แอล หรือมีขนาดความจุ 1 ลิตร ไม่มีหน้าจอ ที่สามารถบูตเครื่องภายใน 5 วินาทีเพื่อเล่นแอปพลิเคชั่นออนไลน์เบาๆ อย่างสไกป์ได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย