Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2532








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2532
ม.ร.ว. ศุภดิส ดิสกุล ผู้มาเปิดประตูและสร้างระบบ             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
Bangkok Aviation Fuel Service-(BAFS) Homepage

   
search resources

การบินไทย, บมจ.
บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ, บมจ.
ศุภดิศ ดิศกุล, ม.ร.ว.
Oil and gas




พล.อ.อ.วีระ กิจจาทร นายพลแห่งทัพฟ้า ผู้มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในการบินไทย การโยกย้ายระลอกแก้วระลอกเล่ายังไม่สิ้นสุด

กรณีที่ได้รับการกล่าวขวัญกันมากคือการย้ายนุชนันท์ โอสถานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายเชื้อเพลิงและประกันภัยไปประจำสำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2531 พูดให้ชัดก็คือ "ปลด" ไป "แขวน" นั่นเอง (โปรดอ่านนุชนันท์ โอสถานท์ หรือจะเป็น "เชือดไก่ให้ลิงดู" ในผู้จัดการฉบับที่ 64)

ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของคนการบินไทยว่านุชนันท์มีความผิดใด ซึ่งกระทั่งบัดนี้ (ปลายมกราคม 2532) ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาสอบวินัยใด ๆ ทั้งสิ้น

ขณะที่ทุกคนกำลังรอคอยว่าใครจะขึ้นมาแทนตำแหน่งของนุชนันท์ที่กัปตันอุดม กฤษณัมพก รองผู้อำนวยการใหญ่รักษาการอยู่ ก็มีคำสั่งจากผู้อำนวยการใหญ่การบินไทยได้ ม.ร.ว.ศุภดิส ดิสกุล แห่งบริษัทบลาฟ (BAFS : BANGKOK AVIATION FUEL SERVICE) ให้มาช่วยงานในฝ่ายนี้โดยที่ไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

ม.ร.ว.ศุภดิส จบปริญญาตรีเทคนิคการแพทย์ จากมหิดล ได้ประกาศนียบัตรทางคอมพิวเตอร์และปริญญาโททางการวางแผนชุมชนและภูมิภาค จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทดาโกตา สหรัฐฯ

กลับมาเมืองไทยเริ่มงานกับไอบีเอ็ม ต่อมาทำงานกับบริษัท CONTROL DATA CORORATION ก่อนที่จะเข้าการบินไทยปี 2521 ในตำแหน่ง SENIORMARKETING TRAINEE ปี 2524 เลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วยงานบริการ ประจำกองวิจัยตลาดและได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการแผนกแผนงาน และปฏิบัติการกองเชื้อเพลิงและประกนภัยจนปี 2527 เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท BAFS

อดีตของเขาคือลูกหม้อการบินไทยและเคยเป็นลูกน้องของนุชนันท์มาก่อน

ม.ร.ว.ศุภดิส เป็นผู้ผลักดันและดำเนินการก่อตั้งบริษัท BAFS หรือบริษัทเชื้อเพลิงกรุงเทพฯ ในปี 2526 ซึ่งบริษัทนี้การบินไทยถือหุ้นใหญ่ 25% โดยมีบริษัทน้ำมันหลายแห่งถือหุ้น เช่นเชลส์, เอสโซ่, คาลเท็กซ์, ปตท., เอล์ฟ-ปิโตรเลียม

BAFS ให้บริการเติมน้ำมันแก่สายการบินทุกสายที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ รวมทั้งเครื่องบินทหารด้วย กิจการได้เติบโตขึ้นเป็นลำดับ ดังจะพบว่าปี 2531 ได้เติมน้ำมันไป 42,000 เที่ยวบิน (เฉลี่ยวันละ 115 เที่ยว) หรือคิดเป็น 1,736 ล้านลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2530 คิดเป็น 23% มีรายได้ค่าบริการ 267.1 ล้านบาท กำไรก่อนหักภาษี 76.2 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 40%

ม.ร.ว.ศุภดิส เป็นผู้จัดการคนแรก และปัจจุบันก็ยังคงเป็นอยู่

ระบบการบริหารที่ BAFS มีประสิทธิภาพเพียงใด เห็นได้ชัดเจนจากการบริการเติมน้ำมันซึ่งแทบจะไม่เคยได้รับการบ่น "ช้า" เรียกว่าถ้าเครื่องบินดีเลย์ก็ไม่ได้มาจากเติมน้ำมันช้าแน่นอนเป็นคำยืนยันจาก ม.ร.ว.ศุภดิส

การขอให้ ม.ร.ว.ศุภดิส เข้ามาบริหารอย่างไม่ได้มีการแต่งตั้งเป็นทางการ เนื่องเพราะมีตำแหน่งประจำที่ BAFS อยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัตินั้น เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้อำนวยการใหญ่อย่างยิ่งเพราะเห็นผลงานจาก BAFS

โดยมีอำนาจเต็มที่เหมือนเป็นผู้อำนวยการฝ่ายฯ ได้รับภารกิจให้เข้าไปสะสางเรื่องราวต่าง ๆ ในฝ่ายนี้

คำถามที่คนการบินไทยอยากถามเขาอย่างมาก ๆ คือเข้าไปสะสางเรื่องราวแล้วเจออะไรที่ไม่ชอบมาพากลไหม เพราะมีการร่ำลือกันไปต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริจ ม.ร.ว.ศุภดิส ตอบคำถามนี้กับ "ผู้จัดการ" ว่า

"เป็นคำถามที่ถูกถามมากแต่ไม่อยากตอบ เพราะเรื่องการสอบสวนเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ สำหรับผมผู้ใหญ่อยากให้ผมมาเป็นผู้กำหนดนโยบาย การจัดซื้อน้ำมันระบบการทำงานต่าง ๆ .."

สิ่งแรกที่ ม.ร.ว.ศุภดิสเข้าไปทำคือการเปลี่ยนวิธีการซื้อน้ำมันใหม่

เดิมนั้นเป็นการเจรจาโดยตรงกับบริษัทน้ำมัน (NEGOTLATION BASIS) ที่ขายน้ำมันอยู่ที่สนามบินนั้น ๆ เป็นการเจรจาต่อรองกันโดยตรงไม่ต้องเปิดประมูล และถึงกำหนดก็มักจะต่อสัญญาที่มีอยู่ออกไป (ROLL OVER) เปลี่ยนเป็นการเปิดประมูลใหม่ (CALL FOR BID) เปิดโอกาสให้ทุกบริษัทที่ขายน้ำมันอยู่ในแต่ละสนามบินเสนอราคามาในวันและเวลาที่กำหนดพร้อมกัน

ข้อดีของวิธีแรกซึ่งนุชนันท์ใช้มาตลอดคือสามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้นและเหมาะสมกับสถานการณ์ที่ตลาดเป็นของผู้ขาย (SELLING MARKET) เพราะจะทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดี (LONG-TERM RELATIONSHIP) ส่วนข้อเสียคือบริษัทฯอาจไม่ได้รับการเสนอราคาที่ดี ที่สำคัญคือนุชนันท์ เล่นบทแบบ "ฉันรู้เรื่องคนเดียว" คนที่จะขึ้นมาแทนเธอจึงได้รับความลำบากไม่น้อย

ส่วนวิธีหลังนั้นซึ่ง ม.ร.ว.สุภดิสเห็นว่าเหมาะสมนั้น คือบริษัทน้ำมันจำเป็นต้องเสนอราคาแข่งขันกัน ทำให้ได้ราคาที่ยุติธรรมและเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการน้ำมันของบริษัทในแต่ละสนามบิน แต่ข้อเสียคือต้องใช้เวลานานพอสมควร เช่นการเตรียมเอกสารประกวดราคา การวิเคราะห์ข้อเสนอของแต่ละบริษัทเป็นต้น

"วันที่ 31 ธันวาคม 2531 มีสนามบิน 3 แห่งที่สัญญาซื้อขายน้ำมันหมดอายุ ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ดีนัก เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะโอเปคสามารถหาข้อยุติได้หลังจากประชุมล้มเหลวมากกว่า 2 ปี กอรปกับเป็นช่วงฤดูหนาวทำให้มีการใช้น้ำมันในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปสูง ทำให้ถ้าเลือกวิธีแรกเราไม่อยู่ในฐานะที่จะไปต่อรองราคากับบริษัท้ำมันต่าง ๆ ได้ดี จึงเลือกวิธีที่สองให้มีการเสนอแข่งขันกันเข้ามา ตัวอย่างที่สนามบิน COPENHAGEN ราคาที่ได้รับจากการประมูลนี้ดีกว่าต่อสัญญาออกไป ไม่ต่ำกว่า 650,000 บาทต่อเดือน ซึ่งผมถือว่าโดยวิธีการนี้ เป็นมิติใหม่" ม.ร.ว.ศุภดิสกล่าวตัวอย่างให้ฟัง

นั่นจะมีผลต่อคู่สัญญาที่ซื้อขายน้ำมันแต่เดิมคงจะได้รับผลกระทบกันอย่างทั่วถึง ซึ่งต่อแต่นี้ไปต้องเข้าสู่ระบบใหม่ คาดกันว่าจะวุ่นวายพอสมควรในระยะแรก

เรื่องระบบงานมีสิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลงมีอีกหลายประการ

"ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างให้เป็นระบบ จะจัดทำ JOB ESCRIPSION เพราะที่นี่ไม่มีเลย บางคนทำหน้าที่ทั้งประกันภัยและด้านเชื้อเพลิง บางทีเป็นเลขาฯ แต่ไปทำอย่างอื่น ผมต้องการจัดแยก เลขาก็ทำงานเลขาจริง ๆ พยายามทำให้แต่ละคนมีอำนาจและหน้าที่ที่ชัดเจนขึ้น และทำงานกันเป็นทีม ไม่มีความลับประตูห้องผมเปิดตลอดเวลา พนักงานเดินเข้ามาได้ตลอด" ม.ร.ว. ศุภดิสพูดถึงสิ่งที่เขากำลังทำ

จากบทบาทของเขาทำให้หลายคนในการบินไทยคาดว่าเขาจะได้มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเชื้อเพลิงและประกันภัยในที่สุด ซึ่งเขาเปิดใจว่า

"ผมเพียงแต่มาช่วยจัดระบบที่คิดว่าใครมาทำแทนผมได้เลยไม่ได้หวังตำแหน่ง และงานที่ BAFS ยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะโครงการขนส่งน้ำมันทางท่อ (PIPELINE PROJECT) ซึ่งผมอยากเห็นมันเป็นจริงขึ้นมา"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย