Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 พฤศจิกายน 2551
คลังค้ำหนี้ธ.ก.ส.แสนล.-4แบงก์ยิ้มแบ่งเค้กลงตัว             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

   
search resources

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร - ธ.ก.ส.
กระทรวงการคลัง




คลังถลุงไม่เลิกค้ำประกัน ธ.ก.ส.กู้เงินกรุงไทย ออมสิน ทหารไทย นครหลวงไทย รวม 1.1 แสนล้าน พยุงราคาข้าวสูงกว่าตลาดโลก 4 แบงก์ร่วมโครงการหน้าบานกินดอกสูงปลอดความเสี่ยง ขณะที่ต้องควักภาษีกว่า 1 หมื่นล้านจ่ายดอกเบี้ยและค่าบริหารจัดการทั้งโครงการโดยที่สต็อกข้าวเดิมกว่า 2 ล้านตันกระทรวงพาณิชย์ยังไร้หนทางระบาย "ประดิษฐ์" ลั่นห้ามโรงสีบัญชีดำร่วมโครงการเด็ดขาด

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง แถลงถึงกรอบและหลักเกณฑ์การรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 51/52 และผลผลิตทางการเกษตร ว่า ข้อสรุปในโครงการรับจำนำครั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเป็นผู้กู้เงินเองทั้งหมดจำนวน 1.1 แสนล้านบาทจากธนาคารกรุงไทย 4 หมื่นล้านบาท ธนาคารออมสิน 4 หมื่นล้านบาท ธนาคารทหารไทย 1.5 หมื่นล้านบาท และธนาคารนครหลวงไทยอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ในกรอบระยะเวลา 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยที่ MLR-2%หรือประมาณ 5-5.25% โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกันและรับผิดชอบอัตราดอกเบี้ยรวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดคาดประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ จะเสนอแผนการกู้เงิน การตั้งงบประมาณกลางปี 52 ชดเชยดอกเบี้ย และการให้แยกบัญชีการดำเนินงานของธ.ก.ส.ในส่วนการดูแลโครงการรับจำนำข้าวนาปี เป็นบัญชีการดำเนินงานเพื่อสาธารณะหรือพีเอสเอ เพื่อไม่ให้มีผลต่อการดำเนินงานของธนาคารเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป

สำหรับการเบิกจ่ายเงินจะเป็นการทยอยเบิกจากทั้ง 4 ธนาคาร โดยในเดือนพ.ย.-ธ.ค.คาดจะเบิกจ่ายได้มากถึงเดือนละ 4 หมื่นล้านบาท เพราะผลผลิตออกมามากในช่วงนี้ ซึ่งเงินจะถึงมือเกษตรกรได้เร็วที่สุดในวันที่ 6 พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามการกู้เงินจากทั้ง 4 ธนาคารอาจมากกว่าหรือน้อยกว่า 1.1 แสนล้านบาทได้ ขึ้นกับเกษตรกรจะมาจำนำข้าวมากกว่า 8 ล้านตันที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเสนอตัวเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อช่วยบริหารสภาพคล่อง เพื่อให้การระบายข้าวได้เงินกลับมาเร็วและอาจลดการกู้เงินจากธนาคารในคราวเดียวกันด้วย

ทั้งนี้ ยืนยันการขายข้าวจะไม่ขาดทุนเนื่องจากสต๊อกเก่าทั้งหมด 4.3 ล้านตัน ทั้งจากปี 47-49 ได้ซื้อไว้ที่ราคา 6-7 พันบาทต่อตัน สามารถเฉลี่ยกับการรับจำนำเมื่อกลางปี 51 ที่ราคาตันละ 1.4 หมื่นบาทได้ ดังนั้นจึงยังไม่มีแนวคิดจะจัดขายข้าวในนามรัฐบาลเพื่อลดราคาขายปลีกข้าวสารในประเทศให้ถูกลงกว่าปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์จะดูแลราคาข้าวให้ยุติธรรมต่อผู้บริโภค

นายประดิษฐ์กล่าวว่า จะไม่อนุญาติให้โรงสีที่ขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) จากการโกงและทุจริตมาร่วมโครงการเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีความเสี่ยงต่อเงินกู้ ส่วนโรงสีที่ไม่มีความผิดทุจริตแต่อาจเกิดจากความผิดพลาดก็อาจเข้าร่วมโครงการได้

นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รักษาการผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า การรับจำนำข้าวนาปี ธ.ก.ส.ซึ่งเป็นผู้กู้จะไม่ได้รับความเสียหายเลย เนื่องจากแผนเงินกู้ทั้งหมด สบน.จะเป็นผู้บริหารจัดการ ส่วนธ.ก.ส.อยู่ในฐานะผู้รับจ้างบริหารจัดการ ซึ่งจะได้รับค่าบริหารจัดการ 3% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 3 พันล้านบาท

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การปล่อยกู้ในครั้งนี้คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก เพราะปกติธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีที่ MLR-1% หรือประมาณ 6% เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล โดยการกู้เงิน 1.1 แสนล้านบาทจะไม่กระทบสภาพคล่องในระบบ เนื่องจากเมื่อชาวนาได้รับเงินจำนำข้าวก็จะนำเงินออกมาจับจ่ายเพื่อการบริโภค

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ออมสินมีสภาพคล่องเพียงพอจะปล่อยกู้ และหากรัฐต้องการเพิ่มมากกว่า 4 หมื่นล้านบาทจากธนาคาร ก็พร้อมโดยสามารถนำเงินออกจากตราสารทุนที่ปัจจุบันมีกว่า 2.45 แสนล้านบาทออกมาซึ่งผลตอบแทนก็ต่ำกว่าการปล่อยกู้ให้ ธ.ก.ส.ครั้งนี้ด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย