Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์10 พฤศจิกายน 2551
ฟิลิปส์รีเทิร์นตลาด MP3 ขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่             
 


   
www resources

Philips Thailand Homepage

   
search resources

ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย), บจก.
iPod and MP3 Players




ฟิลิปส์กลับมารุกตลาดเอ็มพี 3 อีกครั้ง หลังจากเคยเข้ามาทดลองตลาดเมืองไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทว่าความแปลกใหม่ในขณะนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลายเหมือนเช่นในปัจจุบัน ที่พฤติกรรมการฟังเพลงแบบไฟล์ดิจิตัลเป็นที่นิยมมากขึ้น ตามการเติบโตของคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ฟิลิปส์ไม่ได้ส่งสินค้าเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทว่าหลังการพัฒนาเทคโนโลยี Fullsound สำเร็จ ฟิลิปส์ได้นำมาใช้กับเครื่องเล่นเอ็มพี 3 พร้อมหวนคืนสู่ตลาดเอ็มพี 3 ในเมืองไทย เพื่อขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่ พร้อมตั้งเป้าชิงอันดับที่ 2 ในตลาดจากโซนี่ ในขณะที่ ไอพ็อด ผู้นำตลาดหมายเลขหนึ่งติดลมบนด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ทิ้งขาดจากการดีไซน์สินค้าและการสร้างแบรนด์จนเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นกว่าเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ยี่ห้ออื่นๆ

ฟิลิปส์หวนคืนสู่ตลาดเอ็มพี 3 อีกครั้ง หลังจากเมื่อ 4 ปีที่แล้วเคยนำเครื่องเล่นเอ็มพี 3 เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ด้วยการลอนช์สินค้าในกลุ่ม Personal Expression เพื่อเจาะตลาดวัยรุ่น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นก็เคยทำตลาดเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ภายใต้แบรนด์ RUSH เพื่อเจาะตลาดวัยรุ่นหรือ Youth ที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี ทว่าไม่ประสบความสำเร็จจากการสร้างแบรนด์ดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคยังไม่รู้จักแบรนด์ RUSH อีกทั้งวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่ต้องการการยอมรับในกลุ่มสูง ดังนั้นการเลือกใช้สินค้าที่มีแบรนด์เป็นที่รู้จักจึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่อาจมองข้าม การกลับมาช่วงชิงตลาด Youth ในครั้งนั้นบริษัทจึงใช้แบรนด์ฟิลิปส์เอง ซึ่งอาจจะทำให้บุคลิกของแบรนด์ดูแปลกไป เนื่องจากที่ผ่านมาภาพของฟิลิปส์เป็นสินค้าสำหรับครอบครัวมากกว่าเป็นสินค้าวัยรุ่น แต่อย่างไรเสียก็ยังดีกว่าเอาแบรนด์ที่ผู้บริโภคไม่รู้จัก ไม่ยอมรับมาทำตลาด เหมือนเช่น RUSH ที่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้

การกลับมาสู่ตลาดเอ็มพี 3 ในครั้งนี้ ฟิลิปส์มาพร้อมกับเทคโนโลยี Fullsound ที่สามารถคืนความสำบูรณ์ให้กับการฟังเพลงอย่างมีอรรถรสเหมือนการฟังจากเครื่องเสียงชุดใหญ่ ที่สามารถแยกเสียงอุปกรณ์ดนตรีและเสียงร้องออกจากกัน ซึ่งแตกต่างจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ทั่วไป ที่ให้เสียงดนตรีได้ไม่สมบูรณ์เหมือนต้นฉบับเนื่องจากการบีบอัดไฟล์เพลงดิจิตัลให้มีขนาดเล็กลงทำให้ความสมบูรณ์ขาดหายไปด้วย ส่งผลให้ตลาดมีโอกาสเติบโตมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เครื่องเล่นเอ็มพี 3 และเอ็มพี 4 นอกจากจะต้องแข่งขันกันเองแล้ว ยังโดนโทรศัพท์มือถือที่พัฒนาฟีเจอร์หลากหลายทั้งดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายคลิป ได้เข้ามีชิงตลาด แต่การมีฟังก์ชั่นที่ให้อรรถรสในการฟังที่แตกต่างจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ในอดีตจะช่วยสร้างความแตกต่างและยังเป็นการแบ่งเซกเมนต์ของตลาดตามคุณภาพของเครื่องเล่นเอ็มพี 3

ก่อนหน้านี้ ซัมซุง ได้มีการลอนช์เครื่องเล่นเอ็มพี 3 ที่มาพร้อมกับดีไซน์ รุ่น “เอส2” ที่ใช้ดีไซน์หินชายหาด Pebble โดยมีความจุ 1 กิกะไบต์ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีขาว, สีเขียว, สีชมพู และสีม่วง โดยมีระดับราคาอยู่ที่เครื่องละ 1,790 บาท พร้อมกับการทำกิจกรรมการตลาดภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์ไร้พรมแดน” โดยเมื่อปีที่ผ่านมาซัมซุงได้พัฒนาลำโพงสเตอริโอแบบบิวท์-อิน ที่เปลี่ยนเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ซัมซุง K5 ไปสู่การเป็น mini music box พร้อมรุกตลาดเอ็มพี 3 ระดับพรีเมี่ยม มีหน่วยความจุตั้งแต่ 1-4 กิกะไบต์ โดยวางจำหน่ายในราคา 4,490-7,490 บาท

ในขณะที่โซนี่ เน้นการจัดกิจกรรมเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น โดยกิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบแคมปัสทัวร์ร่วมกับพันธมิตรเช่น ดั๊บเบิ้ลเอ และสนุกดอทคอม โดยชูจุดเด่นในเรื่องของคุณภาพเสียง การใช้งานง่าย และดีไซน์ที่หลากหลาย ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมอย่างบลูทูธ ปัจจุบันโซนี่มีเครื่องเล่น เอ็มพี 3 และ เอ็มพี 4 รวม 4 ซีรีส์ มีราคาตั้งแต่ 1,990 บาท ไปจนถึง 7,990 บาท ความจุตั้งแต่ 1-8 กิกะไบต์ โดยโซนี่เชื่อว่ากิจกรรมการตลาดจะเป็นช่วยทำให้บริษัทสามารถผลักดันยอดขายให้สูงขึ้น

Bring your up MP3 Music to life หรือ “ปฏิวัติ...เสียงดนตรี ในรูปแบบ MP3 ให้มีชีวิต ชีวา น่าฟัง” เป็นคอนเซปต์ที่ฟิลิปส์ใช้ในการทำการตลาดในครั้งนี้ โดยยังคงเน้นการสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสก่อนตัดสินใจซื้อ ด้วยการเทียบคุณภาพกับสินค้าของคู่แข่ง

การเจาะตลาดผู้บริโภครุ่นใหม่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฟิลิปส์ มีการปูพรมสินค้าหลายหมวดหมู่ ไม่เพียงแต่เอ็มพี 3 แต่ยังมีโทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิตัลขนาดเล็ก แต่ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงในแต่ละตลาดทำให้การทำตลาดในกลุ่ม Personal Expression ห่างหายไป ซึ่งในการกลับมาเจาะตลาดผู้บริโภครุ่นใหม่ในครั้งนี้ ฟิลิปส์เน้นเครื่องเล่นเอ็มพี 3 เอ็มพี 4 เป็นหลัก โดยมีการลอนช์เครื่องเล่นเอ็มพี 3 และเอ็มพี 4 ฟิลิปส์ โกเกียร์ (Philips GoGear) มากถึง 25 รุ่นในปีนี้ โดยมีระดับราคาตั้งแต่ 1,590-5,290 บาท ครอบคลุมทั้งรุ่นธรรมดาที่ฟังแต่เพลง รุ่นที่บันทึกได้ จนไปถึงรุ่นที่สามารถดูหนังได้ ด้วยความจุตั้งแต่ 1-4 GB โดยฟิลิปส์วางระดับราคาที่หลากหลายโดยจะใกล้เคียงกับคู่แข่งระดับแบรนด์เนมในแต่ละระดับ ซึ่งนอกจากเทคโนโลยี Fullsound แล้ว ฟิลิปส์ยังมีเทคโนโลยีบลูทูธ โดย 1 รุ่นจะสามารถใช้เป็นตัวรับสัญญาณบลูทูธ ฟังเพลง และรับโทรศัพท์มือถือได้ ขณะที่อีก 1 รุ่นสามารถส่งสัญญาณไปยังชุดเครื่องเสียงเพื่อฟังเพลงผ่านลำโพงได้

ทั้งนี้แนวโน้มตลาดความบันเทิงได้เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของไฟล์ดิจิตัล และความสะดวกในการพกพาไปในทุกที่มากขึ้น ทว่าปัจจุบันตลาดกลับไม่มีการเติบโตเท่าที่ควร เนื่องจากไม่มีลูกเล่นหรือฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยปัจจุบันตลาดเครื่องเล่นเอ็มพี 3 เอ็มพี 4 มีมูลค่า 1,500 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณความต้องการ 500,000 เครื่อง มีการเติบโตเพียงปีละ 3-5% เท่านั้น โดยตลาดแบ่งออกเป็น 2 เซกเมนต์หลักคือ ตลาดแบรนด์เนมซึ่งมีราคาตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป และตลาดแบรนด์จีนที่มีราคาต่ำกว่า 2,000 บาทลงมา ซึ่งในเชิงปริมาณ ทั้ง 2 ตลาดมีสัดส่วนที่เท่ากันคือ 50:50 แต่เชิงมูลค่าตลาดแบรนด์เนมมีสัดส่วนที่สูงกว่า โดยปัจจุบันฟิลิปส์อยู่อันดับที่ 3 ในตลาดโดยมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจาก 5% เมื่อปีที่แล้วเป็น 9% ในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 12% ในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ฟิลิปส์มีโอกาสชิงอันดับที่ 2 ในตลาดซึ่งปัจจุบันเป็นของโซนี่ ขณะที่ผู้นำตลาดอย่างไอพ็อด มีส่วนแบ่งการตลาดทิ้งห่างถึง 30%

ด้วยสัดส่วนการตลาดที่ยังน้อยประกอบกับการมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Fullsound และ บลูทูธ ให้ฟิลิปส์เชื่อมั่นว่าจะสามารถขยายตลาดได้ โดยในอนาคตฟิลิปส์ยังมีแผนที่จะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆเข้ามาสร้างสีสันในตลาดเครื่องเล่นเอ็มพี 3 และเอ็มพี 4 เช่น ฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับการตรวจวัดสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าและผลักดันให้ตลาดมีการเติบโตหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีแนวโน้มว่าตลาดจะหดตัว

นอกจากฟิลิปส์จะใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่าคู่แข่งในราคาที่เท่ากันแล้ว ฟิลิปส์ยังมีการขยายช่องทางจำหน่ายเครื่องเล่น เอ็มพี 3 และเอ็มพี 4 โกเกียร์ เข้าสู่ร้านค้าไอที พร้อมด้วยกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเจาะกลุ่มลูกค้าที่นิยมฟังเพลงออนไลน์ด้วยการเป็นสปอนเซอร์ให้กับเว็บไซต์หูเทพ www.huulnw.com เพื่อเป็น Music Community ของกลุ่มคนรักเสียงเพลงซึ่งจะทำให้เกิด Word of Mouth ในการบอกต่อสู่เพื่อนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของฟิลิปส์ นอกจากนี้ยังมีการทำกิจกรรมโรดโชว์ในมหาวิทยาลัย และห้างสรรพสินค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ในการฟังเพลงเอ็มพี 3 Fullsound และเป็นการขยายฐานไปสู่ผู้บริโภครุ่นใหม่

“Music Community ในโลกออนไลน์เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดที่ทำให้ฟิลิปส์สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรงคือกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ โดยฟิลิปส์วางแผนที่จะโปรโมตกิจกรรมต่างๆควบคู่ไปกับการจัด roadshow ในมหาวิทยาลัยและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสสัมผัสถึงประสบการณ์และคุณภาพของเสียงดนตรีที่สมบูรณ์แบบจากเครื่องเล่นฟิลิปส์ MP3 “Philips GoGear” ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี FullsoundTM อย่างแท้จริงก่อนการตัดสินใจซื้อ เพื่อสร้าง Consumer Experience Marketing strategy นอกจากนี้ยังประชาสัมพันธ์กิจกรรม “Huulnw Contest with Philips GoGear” ผ่านทางเว็บไซต์ sanook.com, siamphone.com kapook.com และ fatdegree.com” สุวสิต วิทยวิจักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ไลฟ์สไตล์ ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย