Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2532








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2532
ยุวดี บุญครอง ว่าด้วยเรื่องชู้สาว, ชีวิตโสดและ "ไทยรัฐ"             
 


   
search resources

ยุวดี บุญครอง
Newspaper
ที.เอส.อี.กรุ๊ป




เสียงลือเสียงเล่าอ้างที่มีต่อยุวดี บุญครองนั้นก็คือ ลือกันว่าเธอได้รับความวางใจ "เป็นพิเศษ" จากผู้ยิ่งใหญ่แห่ง "ไทยรัฐ"

เสียงลือนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานสามประการตามสายตาของผู้เชี่ยวชาญวงการซุบซิบนินทาระดับสูง คือ หนึ่ง - ยุวดีเป็นคนสวย ค่อนไปทางสวยมาก

สมมติฐานประการนี้ "ผู้จัดการ" ยอมรับโดยไม่กังขา

สอง - เธอเป็นโสดและยังไม่มีแฟน ทั้งนี้ตามคำกล่าวอ้างของเธอ

สาม - เธอมิใช่ "วัชรพล" โดยสายเลือดหรือเกี่ยวดองทางเครือญาติกับ "วัชรพล" แต่ประการใด และยังมิใช่คนเก่าคนแก่หรือ "ลูกหม้อ" ของหนังสือพิมพ์ "ไทยรัฐ" แต่ปรากฎว่า เธอสามารถก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอส.อี. แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องรายได้จากค่าโฆษณาทั้งหมดของไทยรัฐ อันนับเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในรอบ 30 ปีของไทยรัฐก็ว่าได้และเป็นก้าวขึ้นมาในช่วงเวลาที่รวดเร็วมาก ๆ ไม่ถึงปี

ด้วยสมมติฐาน 3 ประการนี้ ผู้เชี่ยวชาญในวงการนินทาจึงประทับตราให้เธออย่างไม่ต้องสืบเสาะอะไรมาก

เสียงลือเสยงเล่าอ้างดังกล่าวไม่ใช่สาระสำคัญแต่อย่างใดที่ "ผู้จัดการ" จะต้องไปสืบค้นเพื่อหาความจริง แต่เมื่อ "ผู้จัดการ" มีโอกาสได้พบปะสนทนากับยุวดี บุญครอง ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านแล้ว "ผู้จัดการ" ก็อดไม่ได้ที่จะซอกแซกเข้าไปในช่วงชีวิตของเธอยามนี้ ยามที่เธอต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ในอาณาจักร "ไทยรัฐ"

"มันเป็นจังหวะที่ทำให้พี่เข้ามาอยู่ไทยรัฐ ตอนนั้นไทยรัฐจัดรายการคอนเสิร์ตช่วยทหารที่ร่มเกล้า จัดกันที่สนามกีฬากองทัพบก พี่ช่วยหาเงินบริจาคทางโทรทัศน์ หาโฆษณา ได้เงินมา 3 ล้านบาท พี่ไม่รับคอมมิชชั่นสักบาทเพราะถือเป็นการกุศล ผ.อ.กำพลท่านเลยประทับใจ ชอบวิธีการทำงาน ก็เลยชวนพี่มาทำงานที่ไทยรัฐ" ยุวดีเล่าถึงความหลัง

เงินบริจาค 3 ล้านบาทนั้นได้มาเพราะความเก่งและเชี่ยวชาญในวงการโทรทัศน์ของเธอเอง นั่นเพราะอาชีพโดยแท้จริงของเธอคือโบรกเกอร์หาโฆษณาโทรทัศน์อยู่แล้ว

เมื่อมาอยู่ไทยรัฐ ก็พอดีไทยรัฐกำลังปรับปรุงหน้าตาเป็นสี่สี และที่สำคัญจุไรรัตน์ ดารากร น้องภรรยากำพล วัชรพล ซึ่งคุมเรื่องโฆษณามาตลอดลาออกจากไทยรัฐไปเปิดสำนักงานทนายความ ยุวดีจึงเลื่อนไปสวมบทบาททันที

การเข้ามาของยุวดีในช่วงเหตุการณ์นั้น มีความหมาย 2 ประการ ประการแรกคือความเปลี่ยนแปลงในฝ่ายโฆษณาไทยรัฐ และประการที่สองการแยกตัวอย่างเด่นชัดของ ที.เอส.อี.กรุ๊ป

ยุวดีเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบขายโฆษณาโดยการแยกฝ่ายโฆษณาออกมาตั้งบริษัทใหม่ชื่อบริษัทที.เอส.อี.แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด การซื้อขายเนื้อที่โฆษณาในไทยรัฐจะต้องฝ่ายบริษัทนี้แต่ผู้เดียว ซึ่งแน่นอนที่เธอจะต้องเป็นกรรมการผู้จัดการของที.เอส.อี.แอดเวอร์ไทซิ่ง

"เมื่อก่อนนี้ใครจะมาลงโฆษณาที่ไทยรัฐ เรียกได้ว่าเกือบจะต้องหอบเงินมาขอลงทีเดียว มีหน้าก็ได้ ไม่มีหน้าก็ไม่ได้ เรื่องลดเปอร์เซ็นต์ก็ไม่แน่นอนแล้วแต่ความสนิทสนมส่วนตัว แบบโฆษณาหรือการติดต่อก็ต้องมาที่ไทยรัฐเอง ถ้าได้หน้าลงโฆษณาก็ถือเป็นบุญเป็นคุณกันเสียอีก" แหล่งข่าวในวงการโฆษณาเล่า

ซึ่งยุวดีก็เชิญบรรดาระดับบิ๊กของเอเยนซีในเมืองไทยมาพบปะกับผ.อ.กำพล วัชรพล เพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่สะสมมาซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่ไทยรัฐออกไปพบกับเอเยนซีเช่นนี และในงานนั้นบรรดาผู้บริหารเอเยนซีในเมืองไทยมาพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียยิ่งกว่างานในวงการโฆษณาอื่นใดเสียอีก

นอกจากนั้นยุวดีก็จัดฝ่ายโฆษณาให้เป็นระบบมากขึ้นเป็นมืออาชีพมากขึ้น เช่น ลดเปอร์เซ็นต์ 100% อย่างเท่าเทียมกันทุกเอเยนซี เพิ่มหน้าให้เมื่อลูกค้าต้องการ ยุวดีและทีมงานออกวิ่งไปหาลูกค้าเองด้วย ซึ่งยุวดีกล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ยอดขายโฆษณาไทยรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 30%

รายได้หลักของหนังสือพิมพ์คือค่าโฆษณา และยิ่งกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐซึ่งมีอัตราค่าโฆษณาที่แพงที่สุด มีรายรับนับเป็นสิบล้านต่อวัน ดังนั้นยุวดีจึงมีหน้าที่รับผิดชอบรายได้มาหาศาลของไทยรัฐ ทั้งที่เธอเพิ่งเข้ามาในไทยรัฐได้ประมาณปีกว่า จัดว่าเป็นคนใหม่ จึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับสายคนทั่วไป

"เป็นธรรมดาที่ป๊ะกำพลจะต้องใช้คนในตระกูลหรือคนเก่าคนแก่ที่ไว้ในมาคุมกิจการที่สำคัย เช่น คุณสราวุธ ลุกายคุมกองบรรณาธิการ คุณยิ่งลักษณ์ ลุกสาวคุมเรื่องการบริหารทั่วไป คุณวิเชียร สงวนไทยดูแลกิจการบันเทิง ส่วนที่ป๊ะกำพลยังควบคุมใกล้ชิดคือเรื่องซื้อกระดาษพิมพ์ เพราะเรื่องกระดาษเป็นหัวใจของหนังสือพิมพ์ และต้องซื้อคราวหนึ่งเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นสต็อก ที่คุณยุวดีมานั่งตรงนี้จึงเป็นเรื่องแปลกเพราะเป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ควบคุมเงินมหาศาล แสดงว่าป๊ะกำพลไว้ใจคุณยุวดีมาก หรืออย่างน้อยคุณยุวดีก็ต้องเป็นคนเก่งมากจริง ๆ" คนใกล้ชิดไทยรัฐกล่าว

ความหนาประการที่ 2 เซอร์วิสเอนเตอร์ไพรซ์กรุ๊ป) นั้น แต่แรกเริ่มมีชื่อปรากฎคู่กับวงแกรนด์เอ็กซ์ในช่วงรุ่งเรืองสุดขีด ที.เอส.อี.เข้าไปเป็นผู้จัดกาคิวการแสดงและดปรโมทให้กับแกนรด์เอ็กซ์ในช่วงนั้นแกรนด์เอ็กซ์มีคิวแสดงเกือบทุกคืน จวบจนกระทั่งวงแตกในเวลาต่อมา

"TIGER SLEEP EAT" ใครบางคนแซวที.เอส.อี.กรุ๊ป ไว้เช่นนั้นตอนที่แกรนด์เอ็กซ์ต้องตระเวนออกวิ่งแสดงทุกคืน

มาในช่วงหลังที.เอส.อี.เงียบหายไป แต่เป็นที่รู้กันว่าคนในกลุ่มนี้คือผู้ดูแลกิจการที่อยู่นอกายหนังสือพิมพ์ให้กับป๊ะกำพล โดยเฉพาะธุรกิจบันเทิง เช่น ปาป้า เดอะสเก็ตเดอะพาเลซ เป็นต้น จนกระทั่งยุวดีเข้ามาตั้งบริษัทโฆษณาในเครือไทยรัฐ ที.เอส.อี.กรุ๊ป ก็ฟื้นขึ้นมาอีกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

บุคคลที่เป็นผู้ดูแลที.เอส.อี.นั้นคือวิเชียร สงวนไทย ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ของไทยรัฐ อยู่มาเกือบ 30 ปี วิเชียรเคยประจำอยู่หน้าบันเทิงไทยรัฐ ดูภายนอกหลายคนนึกว่าวิเชียรเป็นเพียงคนจัดหน้าหรือตีดัมมี่หน้าบันเทิงเท่านั้น แต่แท้ที่จริงวิเชียรเป็นเหมือนมือขวาแบะมือ้ายของป๊ะกำพลในการดูแลกิจการธุรกิจบันเทิง นอกเหนือจากวิเชียรก็จะมีสมปอง พรทวีวัฒน์และวันเฉลิม กาญจนมงคล ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ของป๊ะกำพลเหมือนกันที่อยู่ในที.เอส.อีซ

การแยกตัวออกมาเป็นเรื่องเป็นราวนั้นหมายถึง การตั้งบริษัทที.เอส.อีงแอดเวอร์ไทซิ่งขึ้นมาอย่างเป็นทางการ และต่อมาก็ตั้งบริษัทที.เอส.อี.คอมมูนิเคชั่น รับผิดชอบการตลาดเรื่องเอส.โอ.เอส.ของดร.ทักษิณ ชินวัตร และทีงเอส.อี.กรุ๊ปทั้งหมดก็เคลื่อนย้ายออกไปปักหลักอยู่อาคารุ่งโรจน์ ตรงข้ามอาคารไทยรัฐ รวมทั้งตัววิเชียรและทีมงานก็ย้ายไปทั้งหมดด้วย

เป็นความเปลี่ยนแปลงแบบเงียบ ๆ ภายในไทยรัฐที่แสดงถึงการแบ่งอาณาจักรกันระหว่างลูกสาว ลูกชายและคนสนิทนั่นเอง และยุวดีก็เข้าไปมีส่วนในความเปลี่ยแปลงดังกล่าวด้วย

กล่าวกันว่ายุวดีรู้เสมอว่ายังมีหน้าโฆษณาบางหน้าของไทยรัฐที่ยังไม่ควรไปแตะ เนื่องจากบางหน้ายังมีระบบสัมปทานที่ได้มากเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวกับป๊ะกำพล เช่น หน้า 4 ที่ประกิต อภิสารธนรักษ์ แห่งประกิตแอนเอฟซีบีได้มาคนเดียว หรือหน้าที่มีโฆษณาหนังใหม่ ๆ ก็เป็นความต้องการของป๊ะกำพลที่ต้องการสนับสนุนวงการบันเทิง ราคาโฆษณาจึงต่ำที่สุและมีคนรับผิดชอบไปต่างหาก

"แต่สิ้นปีนี้อาจจะมีการปรับอะไรกันใหม่บ้าง" เธอแย้มให้ฟัง

นอกเหนือจากงานที่ไทยรัฐเธอยังเป็นเจ้าของบริษัทมีเดียออฟมีเดีย ซึ่งเป้นบริษัทที่เธอตั้งมาเองก่อนมาอยู่ไทยรัฐ รับจัดรายการและเป็นโบรกเกอร์หาโฆษณาป้อนรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ เธอเป็นเจ้าของรายการแผ่นฟิล์มวันศุกร์ ซันเดย์มูลวี่และกำลังจะจัดรายการประเภทวาไรตี้ทางช่อง 7 สีเร็ว ๆ นี้

ยุวดีเป็นสาวทำงานยุคใหม่ที่ชอบงานท้าททาย เธอมาทำงานแต่เช้า สั่งงานลูกน้องที่มีกวา 50 คน หรืออกไปพบลูกค้าและคอยแก้ปัญหาสารพัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับหน้าโฆษณาไทยรัฐก่าจะเลิกงานก็สองทุ่ม และไม่มีวันหยุดสำหรับเธอ

"ที่ทำงานแบบนี้ได้เพราะพี่ยังไม่มีควรอบครัว และยังไม่มีแฟน แต่อีก 2 ปีคงต้องแต่งเสียที ตอนนี้ก็ขายใบสมัครไปก่อน" เธอว่าพลางหัวเราะอย่างสดใส

ส่วนกรณีข่าวลือต่าง ๆ ที่พุ่งเป้ามายังเธอนั้น ยุวดีกล่าวอย่างเหนื่อยหน่ายว่า "พี่ทำสมาธิทำจิตให้สงบ พี่มาที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องชู้สาว พี่ต้องทำให้เห็นว่าพี่คือใคร มีผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ระดับพี่ต้องไปเป็นเมียน้อยหรือ พี่เป็นคนทำงานมีสมอง" เธอย้ำหนักแน่น

จนถึงบรรทัดนี้ "ผู้จัดการ" ก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องข่าวลือต่อไปอย่างใดไม่ เพราะหนทางชีวิตของแต่ละคนย่อมมีทางเลือกของตนเอง ขอให้มีผลงานได้พิสูจน์ตนเองอย่างมีศักดิ์ศรีก็เพียงพอมิใช่หรือ มีก็เพียงประการเดียวที่ "ผู้จัดการ" ยังสนอกสนใจต่อก็คือ "ใบสมัคร" ที่คุณยุวดีอยากจะขายนั่นแหละ มีให้มี "ผู้จัดการ" สักใบหรือเปล่า

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย