Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2532








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2532
เภา สารสิน จากโปลิศมาเป็นนายแบงก์             
 


   
search resources

ธนาคารกสิกรไทย, บมจ.
เภา สารสิน
Banking




คำตอบสำหรับชีวิตหลังวัย 60 ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในวันนี้มีทางเลือกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง นอกเหนือไปจากเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน ไปทำไร่ทำสวนต่างจังหวัด ซึบซาบกับรสพระธรรมหรือเริ่มต้นการพักผ่อนอย่างแท้จริงของชีวิต

เส้นทางสายใหม่หลังปิดฉากการเป็นข้ารับใช้ประชาชน คือ เข้าสู่ภาคธุรกิจเอกชน

ใครเลยจะปล่อยให้ผู้ที่สูงด้วยควารู้ความสามารถมากด้วยประสบการณ์จากความรับผิดชอบในภาระต่อชาติบ้านเมืองนั่งอยู่กับบ้านเฉย ๆ กินบำนาญหลวงไปวัน ๆ ได้ บริษัทเอกชนใหญ่ ๆ หลาย ๆ แห่งเต็มอกเต็มใจเชื้อเชิญให้มานั่งกินตำแหน่งสูง ๆ ในธุรกิจของตน

ไม่ต้องทำอะไรมากมายเพียงแค่ให้คำแนะนำคำปรึกษาในฐานะผู้เจนโลกก็เกินคุ้มแล้ว นอกเหนือจากการเป็นหน้าตาภาพพจน์ให้กับองค์กร ถ้าจะต้องลงแรงมากขึ้นอีกสักหน่อยก็เป็นเรื่องการใช้เส้นสายบารมีที่สั่งสมไว้เป็นเครื่องอำนวยประโยชน์ในทางธุรกิจ

สำหรับสังคมธุรกิจที่สายสัมพันธ์ส่วนบุคคลยังเป็นตัวตัดสินชี้ขาดในหลาย ๆ เรื่องและในสภาพของการแข่งขันที่ต้องเล่นกันทุกรูปแบบแล้ว การเชื้อเชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มากด้วยอำนาจ บารมีให้มานั่งเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารหลังจากเกษียณอายุแล้ว เป็นยุทธวิธีการบริหารที่พ้นไปจากหลักการจัดการทั่ว ๆ ไป

สิ่งที่ได้ในวันนี้อาจยังไม่เห็นชัด แต่ผลในวันหน้านั้นมีแน่ !

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พลตำรวจเอกเภา สารสิน จะได้รับการเชื้อเชิญจากบัญชา ล่ำซำ ให้มานั่งทำงานเต็มเวลาในตำแหน่งรองประธานกรรมการของธนาคารกสิกรไทย ภายหลังลุกขึ้นจากเก้าอี้อธิบดีกรมตำรวจเมื่อสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

อ.ตร.คนก่อน คือ พลตำรวจเอกณรงค์ มหานนท์ ก็เดินเข้าสู่แบงก์เหมือนกัน ภายหลังสลัดชุดสีกากี ถอดหมวกตราโล่ออกเมื่อสองปีที่แล้วในตำแหน่งที่ปรึกษาของชาตรี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ

พลตำรวจเอกเภานั้น ไม่ใช่คนหน้าใหม่ของแบงก์กสิกรไทย บุตรชายคนที่สองของอดีตนายกรัฐมนตรีพจน์ สารสิน และท่านผู้หญิงศิริ สารสินคนนี้เข้ามาเป็นกรรมการธนาคารกสิกรไทยตั้งแต่ปี 2516 และเมื่อสองปีที่แล้ว ก็ได้รับการเชื้อเชิญจากบัญชาให้รับตำแหน่งรองประธานกรรมการ เพียงแต่ว่าไม่ได้เข้ามานั่งทำงานประจำเพราะยังมีภาระทางราชการของบ้านเมืองอยู่

บทบาทที่เปลี่ยนไปจากการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยาวนานถึง 35 ปีเต็มเข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเงิน ๆ ทอง ๆ พลตำรวจเอกเภายอมรับว่า เป็นเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

"เรื่องเทคนิคทางการเงินนี่ผมยอมรับว่า ไม่ค่อยจะมีความรู้เท่าไร มีหลายสิ่งที่ผมยังไม่รู้และยังจะต้องศึกษา" พลตำรวจเอกเภายอมรับว่า ยังใหม่สำหรับเรื่องการธนาคารในด้านของการปฏิบัติการ แต่สำหรับในเรื่องของการบริหารแล้ว สบายมาก สำหรับคนที่ผ่านการบังคับบัญชาตำรวจหนึ่งแสนหกหมื่ตคนที่กระจายกันอยู่ในทุก ๆ อำเภอทั่วประเทศมาเป็นเวลาสองปีเต็ม

"CONCEPT อย่างเดียวกัน คือ ทำอย่างไรจะต้องให้พนักงานทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อที่ผลประโยชน์จะได้ตกกับทางแบงก์ ในขณะที่ตำรวจก็ต้องทำงานเพื่อบริการประชาชน ซึ่งเป็น CONCEPT ของผมอยู่แล้ว"

งานแรกในฐานะของนายธนาคารหน้าใหม่ผู้นี้ คือ การเดินทางไปตรวจเยี่ยมสาขาที่นิวยอร์กและลอนดอนเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน และต่อจากนี้ก็คือการออกตระเวนเยี่ยมเยียนไปตามสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เป็นความต้องการของ "ท่านประธาน" บัญชา ล่ำซำ

พลตำรวจเอกเภาได้ชื่อว่า เป็นอธิบดีกรมตำรวจคนแรกที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนสถานีตำรวจครบทุกแห่งทั่วประเทศมาแล้ว งานเดินสายเยี่ยมสาขาครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง

ถึงจะยังไม่มีการมอบหมายหน้าที่โดยเฉพาะเจาะจง แต่เป็นที่รู้กันว่า การดึงพลตำรวจเอกเภาเข้ามาในธนาคารกสิกรไทยก็คือ การดึงธุรกิจ ลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาหาโดยอาศัยชื่อเสียง บารมี สายสัมพันธ์ของตัวพลตำรวจเอกเภาเอง

"ก็พยายามดึงลูกค้าหลาย ๆ คนที่รู้จักให้เข้ามาใช้บริการของธนาคาร มีหลายรายที่เอาเงินมาฝาก บางคนที่ได้ยินชื่อผมก็มาหา เมื่อวานนี้โรงน้ำแข็งก็มา วันนี้แต่เช้าก็มีหมอมาหา จะกู้เงินไปสร้างโรงพยาบาล" พลตำรวจเอกเภาเปิดเผย

เรียกว่าไม่ต้องวิ่งไปหา ไม่ต้องโฆษณา ลูกค้าใหญ่ ๆ ก็เข้ามาหาเอง เพราะความเป็น "สารสิน"

นอกเหนือจากตำแหน่งรองประธานรกรมการธนาคารกสิกรไทยแล้ว พลตำรวจเอกเภา ยังเป็นประธานกรรมการบริษัทอีกห้าแห่ง รวมทั้งเลควูดกอล์ฟแอนด์คันทรีคลับ ซึ่งเป็นโครงการสร้างสนามกอล์ฟอันเป็นกีฬาที่ตัวเองโปรดปรานเป็นพิเศษ และห้างสรรพสินค้าไทยไดมารูด้วย

พลตำรวจเอกเภาในบทบาทของนายแบงก์วันนี้ ยังตื่นเช้าตั้งแต่ตีห้าเหมือนเมื่อตอนเป็นอธิบดีกรมตำรวจ ตื่นขึ้นมาแล้วก็ยังต้องคว้าวิทยุมาเปิดฟังเหมือนเดิมตามความเคยชินที่เป็นมาตลอดระยะเวลาสองปี แต่เป็นความรู้สึกใหม่ที่เจ้าตัวบอกว่าสบายกว่ากันแยะเลย

"อาชีพตำรวจนี่ เราต้องรับผิดชอบอยู่ตลอดเวลา ต้องทำงาน 24 ชั่วโมง ต้องเตรียมพร้อมตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มาอยู่ที่นี่ก็เช้าถึงเย็น กลางคืนนอนหลับสบาย ไม่ต้องมีใครโทรศัพท์มาตามตัวสบายกว่ากันมาก"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย