Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 ธันวาคม 2551
กบข.รับสภาพทั้งปียิลด์ลบ7% กระอักพิษหุ้นทั่วโลกดิ่งเหว             
 


   
search resources

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ - กบข
วิสิฐ ตันติสุนทร
Investment




กบข. รับสภาพผลตอบแทนทั้งปีเป็นลบ หลังหุ้นทั้วโลกรวมถึงไทยผันผวนหนัก ฉุดเงินลงทุนสูญ ประเมินผลตอบแทนทั้งปีนี้ ได้เห็นติดลบ 6-7% เดินหน้าปรับกลยุทธ์การลงทุนปีหน้า เน้นกระจายความเสี่ยง ลงทุนพันธบัตรระยะสั้นและ Private Equity พร้อมรอลุ้นราคาหุ้นดีดตัวก่อนภาวะเศรษฐกิจโลกจะฟื้น ช่วยพลิกผลตอบแทนเป็นบวก

นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยถึงผลตอบแทนตลอดปี 2551นี้ อาจติดลบที่ร้อยละ 6-7 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดลบจากการลงทุนในตลาดหุ้นที่มีการปรับลดมูลค่าลงมาก จากวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและเศรษฐกิจโลกตกต่ำ โดยวิกฤติดังกล่าวได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยลดลงจากต้นปีถึงร้อยละ 50-55 ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศลดลงเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30-35 ทั้งนี้ผลตอบแทนการลงทุนของ กบข. ย้อนหลัง 12 เดือน ( ตุลาคม 2550 – กันยายน 2551) ติดลบร้อยละ 4.45

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนของ กบข. จะพลิกกลายเป็นบวกได้ จากราคาหุ้นที่ดีดตัวก่อนภาวะเศรษฐกิจโลกจะฟื้น ขณะเดียวกันมองว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ย่ำแย่เมื่อเทียบกับวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของประเทศปีหน้าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1.0-2.0

ทั้งนี้ กบข.กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนสัดส่วนการลงทุนใหม่ ซึ่งจะมีความสอดคล้องกับโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และเน้นการกระจายความเสี่ยงมากขึ้นผ่านการลงทุนในพันธบัตรระยะสั้น และการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ เช่น กองทุน Private Equity ที่ลงทุนในหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในส่วนที่เป็นอาคารเช่าและอพาร์ทเมนท์ที่มีการทำสัญญาระยะยาว โดยเฉพาะอาคารสำนักงานที่เป็นพื้นที่ให้เช่าซึ่งให้ผลตอบแทนอยู่ที่ร้อยละ 6-8 มาโดยตลอด

นายวิสิฐกล่าวเพิ่มเติมว่า โดยปกติกองทุนเงินออมระยะยาวนั้น สมาชิกควรดูผลตอบแทนเป็นแบบพิจารณาย้อนหลัง 3 ปี 5 ปี ซึ่งไม่ควรดูเป็นรายปี เพราะต้องยอมรับว่าในปีนี้เป็นปีที่ไม่ปกติ ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา สมาชิก กบข. ได้รับผลตอบแทนสะสม โดยหากเป็นสมาชิก กบข. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกองทุนช่วงปี 2540-2550 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ร้อยละ 8.24 ขณะที่ผลตอบแทนสุทธิย้อนหลัง 3 ปี ( ปี2548-2550 ) อยู่ที่ร้อยละ 6.47 และย้อนหลัง 5 ปี ( ปี 2546-2550 ) อยู่ที่ร้อยละ 6.61

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กบข. ระบุว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นกับตลาดเงินโลกจากวิกฤติสินเชื่อด้อยคุณภาพเมื่อปลายปี 2550 ทำให้กลยุทธ์การลงทุนและการบริหารความเสี่ยงของ กบข. ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปีหน้า จำเป็นต้องระมัดระวังการลงทุนในต่างประเทศ และทบทวนกลยุทธ์การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยยึดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นหลัก โดยในช่วงวิกฤตินี้จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) การหลีกเลี่ยงสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง และให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคงที่เป็นหลัก

"ในปีหน้าการบริหารความเสี่ยงการลงทุน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะวิกฤติภาคการเงินและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความเสี่ยงด้านเครดิตทั้งของตัวบริษัทที่เราจะเข้าไปลงทุน และเครดิตของผู้ออกตราสารหนี้จะมีมากขึ้น ทำให้เราจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ และติดตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่เป็นระบบ มีคู่มือบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตที่มีการทบทวนเป็นประจำ” นายวิสิฐกล่าว

ทั้งนี้ กบข. ยังได้ชะลอการนำเงินไปลงทุนเพิ่มเติมในต่างประเทศ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ กบข. จะได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้ขยายเพดานการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อรับมือกับภาวะการปรับตัวลงแรงของตลาดหุ้นทั่วโลก จากการที่มีเงินทุนไหลออกจากตลาดทุนของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ โดยปัจจุบัน กบข. ได้หันมาลงทุนในตราสารหนี้และถือเงินสดเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน

นอกจากนี้ ยังมีอีกมิติหนึ่งของการควบคุมความเสี่ยงในการสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ราคาสินทรัพย์มีความผันผวนมากกว่าปกติเช่นในปัจจุบัน โดย กบข. ได้เน้นการจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ เช่น การลงทุนในตลาดตราสารหนี้รัฐบาลหรือการลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี เพื่อหวังผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลมากกว่าผลตอบแทนจากการเคลื่อนไหวของราคาการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากตลาดเงินและตลาดทุน ที่สามารถสร้างรายได้อย่างแน่นอนจะกลายเป็นแหล่งการลงทุนทางเลือกที่ดี ได้แก่ การลงทุนในส่วนอสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค เป็นต้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย