Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2532








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2532
"เราเสนอซื้อตะวันออกฯด้วยราคาสูงสุดชนิดที่ไม่มีใครกล้าสู้"             
โดย ภัชราพร ช้างแก้ว
 


   
search resources

ตะวันออกฟายแน้นซ์, บมจ.
ราเกซ สักเสนา
Stock Exchange
Financing




คู่คิดของนักเลงโบราณโกศล ไกรฤกษ์ผู้นี้เป็นชาวอินเดียถือกำเหนิด ในอังกฤษ อายุเพียง37 ปี แต่มีความรู้ความชำนาญในการตลาดเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการคลังให้กับธนาคารไทยหลายแห่ง ล่าสุดเพิ่งให้คำปรึกษาเรื่องการออกพันธบัตรให้แก่ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด แต่เผอิญเจอปัญหาเงินเฟ้อเสียก่อน การออกพันธบัตรจึงเลือนไปอย่างไม่มีกำหนด

ปัจจุบันหนุ่มสองสัญชาติผู้นั่งอยู่ที่ THE ASIANPACIFIC GROUP ในตำแหน่ง CHEF OPERATING OFFICER ดิเอเชียนแปซิฟิกลุ๊ปเป็นกลุ่มนักลงทุนในลักษณะโฮมดิ้ง คัมปะนี และจะร่วมทุนถือหุ้นในกลุ่มที่เสนอซื้อตะวันออกฟายแน้นซ์ด้วย

ราเกชเปิดเผยกับ " ผู้จัดการ " ว่าแรกเริ่มเดิมทีเขารู้จักกับนักเลงโบราณก็เพราะมีความสนิทสนมกับจุติและ พิกุลแก้ว ลูกชายและลูกสาวของโกศล ไกรฤกษ์ หลังจากนั้นมีธุรกิจร่วมกันหลายโครงการ เช่น PHIYSANULOK FARM & DAIRY COMPANY LIMITED และทำธุรกิจเรียลเอสเตทที่พัทยา เป็นต้น

บทบาทของราเกชในการทำแผนเสนอซื้อตะวันออกฟายแน้นซ์นั้นว่าเขาเป็นตัวหลักในการทำแผนเลยทีเดียวก็ว่าได้ เพราะเข่ทำการวางแผนหลักในการเสนอซื้อ ทำแผนการต่อติดประสานงานกับนักลงทุนต่างชาติ และวางแผนการจัดการปัญหาหนี้ของบริษัท ฯ ในส่วนของสภาบันการเงินของต่างประเทศที่ราเกชติดต่อนั้น แรกเริ่มมีถึง 5-6 รายต่อมาก็เจรจาตกลงกันได้ 2 รายซึ่งจะต้องทำการเลือกเอารายใดรายหนึ่งให้เขามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เท่านั้น

2 รายสุดท้ายที่ตอบตกลงสนใจจะถือหุ้นด้วยคือ เอลเดอร์ส ฟายแน้นซ์ (ELDERSFINANCE GROUPLTD ) จาก AUSTRALIA ส่วนอีกรายคือ ASIAN OCEANIC GROUP LTD จาก HONGKONG

ในส่วนของเอลเดอร์สนั้นมีภาษาดีกว่า เพราะเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียประเภทที่ไม่ใช่ธนาคาร และเข้ามาเป็นที่รู้จักคุ้นในเมืองไทย เมื่อเป็นที่ปรึกษาในการลงทุน และเป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นกองทุนใหม่ล่าสุด THE THAI ASSET FUND ที่กองทุนรวมเพิงจะนำเข้าจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกงและออสเตรเลีย

โครงการผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมในการซื้อตะวันออกฟายแน้นซ์มีดังนี้คือ เอลเดอร์ส ฟายแน้นซ์ กรุ๊ป ประมาณ 35 % เอเชียน แปซิฟิค กรุ๊ป 30 % กลุ่มโกศล 20 % และธนาคารในประเทศซึ่งคาดว่าจะเป็นสหธนาคารร่วมด้วยอีก 10 % ที่เหลือเป็นนักลงทุนรายย่อย

ราเกชอาจจะเข้านั่งเป็นกรรมการผู้จัดการประมาณ 3 - 4 เดือน แรกจนกว่าสจะมีกรรมการผู้จัดการคนไทยขึ้นมานั่งแทน ซึ่งในขณะนี้มีคนสมัครเข้ามา 2 คนแล้วเป็นคนจากธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งยังไม่เปิดเผย

ในส่วนของซื้อบริษัทคาดว่าจะมีการเปลี่ยนใหม่ แต่ทั่งนี้ยังไม่มีการกำหนดที่แน่ชัด ขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นฝ่ายต่างประเทศ ราเกชเปิดเผยว่าในส่วนของกรรมการและพนักงานชุดเดิมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในบางดคด้วยสาเหตุที่ว่า " หากดคนเก่า ๆ เหล่านี้เป็นคนดีแล้วบริษัทย่อมไม่น่าเจ๊งได้ "

ทางด้านการซื้อหนี้สินทั้งหมดของตะวันออกฟายแน้นซ์นั้น ราเกชเปิดเผยกับ "ผู้จัดการ " ว่ามีมูลค่าทั้งสิน 1,100 ล้านบาท หนี้สินเหล่านี้เมื่อเจรจารต่อรองกับฝ่ายเขาและแบงก์ชาติแล้วได้มีการตีค่าออกมาดังนี้

- 400 ล้านบาทเป็นค่าใบอนุญาต 9 ใบคือทางด้านหลักทรัพย์ 4 ใบ เงินทุน 4 ใบ และเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์อีก 1 ใบ

- 250 ล้านบาทเป็นการต่ออายุเงินซอฟท์โลนออกไปอีก 6 ปี

- 300 ล้านบาทเป็นค่าอนุญาตให้เปิดสาขาทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดรวม 14สาขา และใบอนุญาตทำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย

- 335 ล้านบาท เป็นเงินจดทะเบียนที่ราเกชและโกศลต้องนำเงินสดเข้าเพิ่มทุน แต่ไม่ต้องเสียค่าพรีเมียม

หนี้สินทั้งหมดเมื่อนำมาแลกกับใบอนุญาตทั้งหลายที่ได้มาในครั้งนี้นับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มจริง ๆ ยิ่งกว่าคุ้ม เพราะเป็นที่รู้จักกันดีว่าธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์นั้นไม่ใช่ว่าจะขอมาง่าย ๆ ถึงขอก็ไม่ได้

ราเกชเขาเล่าว่าราคาที่เขาเสนอนี้เป็นราคาที่สูงที่สุดและไม่มีใครกล้าสู้งเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นซิตี้แบงก์ หรือแบงก์อินโดสุเอซก็ตาม ซึ่งสถาบันการเงินในประเทศไม่ต้องพูดถึง และเป็นราคาที่เสนอครั้งแรก โดย ไม่มีการต่อรองแต่อย่างใด เขาเผยเคล็ดลับว่าถ้าเสนอราคาถูกต้องเหมาะสม ก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการเจรจากับแบงก์ชาติ

ราเกซตั้งเป้าหมายไว้จะสามารถทำกำไรจากธุรกิจนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทในปีแรก และในช่วง 5 ปีต่อไปจะทำได้ในระหว่าง 500 - 700 ล้านบาทโดยเน้นธุรกิจทางด้านค้าหลักทรัพย์ การออกตั๋วแลกเงินและเงินทุนต่าง ๆ

เขาคาดหมายด้วยว่ารัฐมนตรีคลัง ประมวล สภาวสุ จะเซ็นอนุมัติให้กลุ่มเขาเข้าไปดำเนินการฟื้นฟูเร็ว ๆ นี้ และเมื่อสำเร็จจากตะวันออกฟายแน้นซ์แล้วเขายังมาโครงการที่จะซื้อทรัรต์อื่นอีกในโครงการ 4 เมษา ฯ ด้วย

มันคงเป็นเรื่องง่าย ๆ เมื่อเขาเคล็ดลับอย่างนี้แล้ว !

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย