Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์2 กุมภาพันธ์ 2552
รถหรูคึกคักบีเอ็มฯชักธงรบ เบนซ์เปิดS-ClassCKDสกัด             
 


   
www resources

BMW Group Thailand Homepage

   
search resources

บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย), บจก.
Automotive
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)




บีเอ็มดับเบิลยู เกหมดหน้าตักทับคู่แข่ง ประกาศส่งรถลุยทุกเซ็กเมนท์ ทั้งรุ่นประกอบใน และนำเข้า สร้างความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซลหวังไล่บี้ผู้นำตลาดในเวลานี้หลังพบตัวเลขขายเติบโต 26%สวนเศรษฐกิจปีที่แล้ว เบนซ์ตั้งป้อมรับมือเปิดไลน์ผลิต S-Class รับมือซีรี่ส์ 7 ใหม่ รถในเซ็กเมนท์รถนั่งหรูขนาดใหญ่

ปี 2551 เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ระดับหรูในทุกเซ็กเมนท์ ไม่ว่าจะเป็น C-Class รถยนต์นั่งขนาดเล็กทำยอดจำหน่ายได้ 1,714 คัน ตามด้วย E-Class ทำยอดได้ 1,512 คัน และ S-Class เซ็กเมนท์รถยนต์นั่งขนาดใหญ่ ทำยอดจำหน่ายได้ถึง 467 คัน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 58.1 %, 59.2 % และ 72.1 % ตามลำดับ

ศ.ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ระบุว่า “จากยอดจำหน่ายที่ผ่านมา บริษัทฯ ถือว่าประสบความสำเร็จและพอใจผลประกอบการที่ได้ โดยบริษัทฯยังคงสามารถรักษาความเป็นที่หนึ่งในตลาดรถหรูได้ทั้งที่ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนั้นชะลอตัว”

ในปี 2551 เมอร์เซเดส-เบนซ์ประสบผลสำเร็จในการแนะนำยนตรกรรมรุ่นใหม่ ๆสู่ตลาดหลากหลายรุ่น อาทิ C-Class โฉมใหม่, CLC-Class Sport Coup?, the new generation SL 350 และ the new generation SLK 200 สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายกับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค พร้อมมั่นใจว่าจะยังคงรักษาตำแหน่งนี้ไว้ได้ในปี 2552 ได้อีกด้วย

โดยปีนี้ เบนซ์มีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น เริ่มจากไตรมาสแรกของปี 2552 จะมีการนำเปิดตัวรุ่น E 220 CDI Classic, E 230 2.5 Sports Premium Edition และ ML 280 CDI Sports new generation นอกจากนี้ยังประกาศเปิดไลน์ประกอบรถยนต์ S-Class ในประเทศไทย อีกด้วย

การครองแชมป์ยอดขายตลาดรถหรู.ในทุกเซ็กเมนท์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ค่ายบีเอ็มดับเบิลยู คู่แข่งจากเยอรมันนี ต้องปรับแผนผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรุกไล่ผู้นำตลาดโดยตลอด และบาง ช่วงปีบีเอ็มฯสามารถทำยอดขาย แซงหน้าเบนซ์ในบางเซ็กเมนท์ ได้เช่นกัน

ในปี 2552 นี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อีกหลายรุ่น หนึ่งในนั้นคือ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ย์ 7 ซีดานรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในต่างประเทศช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในเซ็กเมนท์ดังกล่าว บีเอ็มฯเคยประสบความสำเร็จด้านยอดขาย จนสามารถขึ้นนำเบนซ์ได้สำเร็จมาแล้ว แต่ในช่วงปลายโมเดล เบนซ์ก็สามารถโต้กลับด้วย S-Class รุ่นใหม่ จนสามารถตรองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 72.1% ซึ่งการเปิดไลน์ผลิตในประเทศครั้งนี้จะส่งผลให้ราคาของ S-Class มีราคาที่ต่ำลงกว่าคู่แข่ง ที่กำลังจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในเซ็กเมนท์เดียวกัน

การเปิดตัวซีรี่ส์ 7 ใหม่ ในเมืองไทยจึงเป็นเป้าหมายแรก ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะต้องชิงส่วนแบ่งตลาดกลับมาอยู่ในมือให้ได้ ซึ่งด้านผลิตภัณฑ์นั้น บีเอ็มฯ ซีรี่ส์ 7 ถือว่ามีภาพลักษณ์ เทคโนโลยี และคุณภาพ ทัดเทียมกับ S-Class ได้ทัดเทียมกัน และเป็นที่ยอมรับของตลาดรถหรูระดับบนอยู่แล้ว

มิคาเอล คอร์ดิส ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย บอกว่า ปี 2552 ยังคงจะเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก แต่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็เตรียมพร้อมรับมือ ในด้านของอุตสาหกรรมรถยนต์ จะต้องเตรียมความพร้อมในการตอบรับกับพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค สถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องของประสิทธิภาพเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมัน และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นตรงกับที่ทางบีเอ็มดับเบิลยูได้เล็งเห็นมาก่อน

สำหรับยอดขายของปีที่ผ่านมานั้น เราสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 28% ในกลุ่มระยนต์นั่ง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราสามารถเพิ่มยอดขายคือ เรื่องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีอย่างเช่น เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี EfficientDynamics ที่มีชื่อเสียงของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังลดการคายก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ด้วย

นอกจากบีเอ็มฯ ซีรี่ส์ 7 ใหม่แล้ว ปีนี้จะมีการเปิดตัวรถใหม่อีกหลายรุ่น ทั้งรุ่นประกอบในประเทศและ รถยนต์นำเข้า ได้แก่ ซีรี่ย์ 3 ซีดาน, รถในเซ็กเมนท์ สปอร์ต Z4 โรสเตอร์ และ ซีรี่ย์ 1 คูเป้ ในส่วนของมินิจะมีการเปิดตัว มินิ คอนเวิร์ททิเบิล และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูจะมีการนำรุ่น HP2 สปอร์ต เข้ามาจำหน่าย

ทั้งนี้ผลจากการปรับแผนผลิตภัณฑ์ ด้วยการนำเข้ารถยนต์บางเซ็กเมนท์เมื่อปีที่ผ่าน ทำให้บีเอ็มสามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้กว้างขวางขึ้น และทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เข็มแข็งขึ้นด้วย และยังทำให้มีความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์กับคู่แข่งได้อีกด้วย ซึ่งน่าจะมีส่วนทำให้ยอดขายของบีเอ็มดับเบิลยูในปีที่ผ่านเติบโตมากกว่าคู่แข่งด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย