Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา กุมภาพันธ์ 2552
จินตนาการนอกกรอบ สร้างธุรกิจในห้องน้ำ             
โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
 


   
www resources

โฮมเพจ บาธรูม ดีไซน์

   
search resources

Crafts and Design
Sanitary Wares
บาธรูม ดีไซน์, บจก.
วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์




จากการเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ที่ใช้เงินลงทุนเพียง 250,000 บาท ผลิตสินค้าสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำภายใต้แบรนด์ไทยบาธรูม ดีไซน์ ไอ-สปา ที่ไปคว้ารางวัลเรดดอทและไอเอฟจากประเทศเยอรมนี เป็นรางวัลที่นักออกแบบทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากครอบครอง

รางวัล reddot design award winner 2008, reddot design award honourable mention 2008, iF product design winner 2007 จากเยอรมนี และ DE mark Design Excellence Award 200 จากญี่ปุ่นเป็นรางวัลที่บริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด ออกแบบผลิตภัณฑ์อ่างอาบน้ำ เข้าร่วมประกวดจนได้รับรางวัลด้านห้องน้ำ

หากมองในมุมความสามารถของนักออกแบบก็ถือว่าบริษัท บาธรูมประสบความสำเร็จโดยเฉพาะรางวัลของเรดดอท ที่ว่ากันว่าเทียบเท่ากับรางวัลออสการ์ของนักแสดง

บริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด เป็นบริษัทแรกๆ ในภูมิภาคเอเชียกว่า 54 ปีที่ได้รางวัลในการออกแบบผลิตภัณฑ์ในหมวดห้องน้ำ

รางวัลที่บริษัท บาธรูมได้มา เมื่อมองในมุมของการตลาดเป็นเรื่องที่คุ้มค่าอย่างมาก เพราะสินค้าไม่ต้องใช้งบประมาณ ทางด้านการตลาดมากมายที่ต้องป่าวประกาศให้ตลาดรับรู้ถึงสินค้า แต่รางวัลสามารถอรรถาธิบายและยืนยันถึงคุณภาพของสินค้าและความโดดเด่นในงานดีไซน์

อ่างอาบน้ำรุ่น EUREKA TOGETHER ที่ได้รับรางวัลไอเอฟจากเยอรมนี ปี 2550 สินค้าได้ถูกนำไปโชว์เป็นเวลา 1 ปีได้มีส่วนช่วยโฆษณาสินค้าให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี

ก่อนที่บริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด จะสร้างชื่อเสียงได้ทุกวันนี้บริษัทได้ผ่านความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นที่จัดตั้งบริษัทในปี 2538

วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ ในฐานะประธานกรรมการร่วมทุนกับน้องสาวเพียง 2 คน

เขาบอกกับ "ผู้จัดการฯ"ว่า เขาใช้เงินลงทุน 250,000 บาท และก่อตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเก็บของเขากับน้องสาว

บริษัทเริ่มเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจากหลายประเทศ อาทิ อิตาลี สิงคโปร์ ซึ่งธุรกิจดำเนินงานไปได้ด้วยดีในช่วง 2 ปี (2538-2539) มีรายได้และกำไรในช่วงเริ่มก่อตั้ง

แต่หลังจากที่ย่างเข้าปี 2540 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" บริษัทประสบปัญหาทันทีหลังจากที่ค่าเงินมีการเปลี่ยน แปลงจาก 25 บาท ทะยานไปเป็น 52 บาท ทำให้บริษัทมีหนี้สินเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวเพราะสินค้าที่นำมาจำหน่ายเป็นสินค้านำเข้าทั้งหมด

จากบทเรียนดังกล่าวทำให้วัชร-มงคลเปลี่ยนวิธีคิดการทำธุรกิจ เขาริเริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเองแต่ยังคงธุรกิจสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเช่นเดิม

บริษัทยังเลือกตั้งชื่อแบรนด์เป็นชื่อเดียวกับบริษัท

วัชรมงคลเริ่มรับนักออกแบบคนแรก เข้ามาร่วมงานกับเขาคือ เอียด จารุรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ซึ่งร่วมงานกับเขามาจนถึงปัจจุบันร่วม 10 ปี

ในการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของ ตัวเอง บริษัทมีหน้าที่หลักในการออกแบบและทำการตลาดแต่ได้ว่าจ้างให้บริษัทภายนอกเป็นผู้ผลิต

เริ่มจากออกแบบสินค้าง่ายๆ เป็นลำดับแรก ชั้นวางของในห้องน้ำ และพัฒนาเป็นตู้อาบน้ำ

ด้านการตลาดบริษัทจะจำหน่ายผ่านร้านโฮมโปร ร้านบุญถาวร รวมไปถึงการขายตรงให้กับลูกค้า เพราะจากประสบการณ์ทำให้รู้ว่าห้องน้ำของลูกค้าแต่ละรายจะมีขนาดเล็ก-ใหญ่แตกต่างกันฉะนั้นความต้องการจึงแตกต่างกันไปด้วย

วัชรมงคลเล่าให้ฟังว่า เขาต้องพกตลับเมตรเพื่อไปวัดห้องน้ำให้กับลูกค้าและผลิตให้เหมาะกับสมกับห้องน้ำ ซึ่งบริการที่บริษัททำให้กับลูกค้าเป็นบริการที่บริษัทใหญ่ๆ ไม่สามารถทำได้จึงกลายเป็นจุดแข็งของบริษัทที่มีความยืดหยุ่น

หลังจากที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าพอสมควร บริษัทยังต้องเผชิญกับปัญหาใหม่อีกครั้งเมื่อปี 2545 เพราะบริษัท ที่รับจ้างผลิตได้ลอกเลียนแบบและผลิตสินค้าจำหน่ายเองในราคาที่ถูกกว่า รวมถึงดัดแปลงสินค้าผลิตให้กับคู่แข่งของบริษัท

ทำให้วัชรมงคลต้องกัดฟันกู้เงินธนาคารเพื่อก่อตั้งโรงงานแห่งแรกที่รังสิต คลอง 3

บทเรียนครั้งที่สองสินค้าถูกลอกเลียนแบบ ทำให้วัชรมงคลเริ่มเรียนรู้ว่า การมีแบรนด์หรือมีโรงงานของตัวเองไม่ได้บ่งบอกว่าเขาสำเร็จในธุรกิจ ทว่าเขาต้องพัฒนาสินค้าและสร้างจุดแตกต่างของสินค้าเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในขณะเดียวกันก็ต้องมีจุดขายที่ชัดเจน

เขาเริ่มคิดเรื่องของนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานภายใต้แนวคิด i-spa ซึ่งอักษรตัวไอย่อมาจาก Intelligent บริษัทเริ่มใช้แบรนด์ที่เรียกว่า Bathroom Design i-spa เมื่อปี 2547

จากการวิจัยเขาค้นพบว่ามี 3 สิ่งที่ลูกค้าชอบ คือ บันเทิง สุขภาพ การสื่อสาร

อ่างอาบน้ำในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจึงเน้นการผสมผสานทั้ง 3 สิ่งนี้เข้าไว้ด้วยกัน ในอ่างอาบน้ำจะมีการติดตั้งเครื่องไอพอดฟังเพลงผ่านลำโพง ส่วนการสื่อสาร สามารถสั่งการเปิด-ปิดน้ำด้วยระบบสัมผัส หรือใช้มือโบกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และรับโทรศัพท์ในขณะอาบน้ำโดยให้เสียงตัดไปที่ลำโพง

ด้านสุขภาพ อ่างอาบน้ำสามารถวัดปริมาณเผาผลาญแคลอรีที่ใช้แรงนวดด้วยแรงดันของน้ำ ยกตัวอย่างเช่น แรงนวดที่เกิดจากแรงดันของน้ำที่ใช้เวลา 15 นาทีสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ 200 แคลอรี

แนวคิดในการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานทำให้บริษัทมีทีมงานหลักที่ร่วมกันทำงาน 2 ทีมคือ ทีมออกแบบและทีมวิศวกร

ทีมออกแบบแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ ทีมออกแบบกราฟิก ทีมออกแบบตกแต่งภายใน ทำหน้าที่ออกแบบโชว์รูมต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทีมวิศวกรแบ่งออกเป็น 2 ทีม ทีมแม็กคานิก และทีมอิเล็กทรอนิกส์ ทีมแม็กคานิกจะออกแบบระบบการไหลเวียนของน้ำ อาทิ ระบบน้ำล้นที่มีแนวคิดเหมือนอยู่ในสระว่ายน้ำ

ทีมอิเล็กทรอนิกส์จะดูเรื่องระบบไฟฟ้าทั้งหมดของสุขภัณฑ์

เบื้องหลังที่ทำให้บริษัท บาธรูม ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลในการ ทำงานกว่า 14 รางวัลในระยะเวลา 2 ปี เกิดจาก 2 ทีมนี้มีส่วนสำคัญ

ทีมนักออกแบบและทีมวิศวกรราว 30 คนจะร่วมแบ่งปันความคิดทุกวันเสาร์ ซึ่งวัชรมงคลเรียกว่าเสาร์สร้างสรรค์ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่และเน้นย้ำเสมอว่าความคิดที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นความคิดที่ใช้จินตนาการนอกกรอบและหากเป็นไปได้ต้องไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกนี้

ผลงานหลากหลายที่ออกแบบขึ้นมาจะถูกคัดเลือกเหลือ 1-2 ชิ้นในแต่ละครั้งและจะถูกคัดเลือกมาผลิตเป็นสินค้าใหม่ปีละ 2 ครั้งเพื่อเลือกเปิดตัวในงานสถาปนิกสยาม ในช่วงกลางปีและเปิดตัว อีกครั้งในงานบ้านและสวนแฟร์ในช่วงปลายปี

และก่อนที่ผลงานจะเปิดตัวในประเทศไทยบริษัทจะส่งผลงานต้นแบบใหม่ล่าสุดเข้าแข่งขันในเยอรมนีและญี่ปุ่น ซึ่งล่าสุดได้ส่งไปแล้วที่เยอรมนีและจะมีการตัดสินในเดือนมีนาคมนี้

ผลงานใหม่ครั้งนี้ วัชรมงคลออก ตัวยังไม่ขอเปิดเผย แต่เขาเล่าพอให้ตื่นเต้นว่าเป็นแนวคิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนและฉีกรูปแบบจากอ่างอาบน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง จนทำให้อ่างอาบน้ำในปัจจุบันเชยไปได้อย่างง่ายดาย

การส่งผลงานเข้าประกวดทุกปี กลายเป็นความท้าทายของทีมวิศวกรและนักออกแบบของบริษัท บาธรูม เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้มีจินตนาการอย่างต่อเนื่อง

วัชรมงคลบอกว่า เขาไม่กลัวการถูกลอกเลียนแบบอีกต่อไปแต่เขากลับมองตรงกันข้ามว่างานที่ถูกลอกเลียนแบบจะหมายถึงเขาได้กลายเป็นผู้นำสินค้าในห้องน้ำ

ด้วยความรู้และประสบการณ์กว่า 10 ปีที่ผ่านมา เขาคาดการณ์ว่าแนวโน้ม (trend) ของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะตอบโจทย์เรื่องภาวะโลกร้อน ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ซึ่งการออกแบบและผลิตสินค้า ของบริษัทก็จะสอดคล้องไปกับเทรนด์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน

ส่วนรูปแบบการออกแบบยังอยู่ในกรอบของรูปทรงเรขาคณิต สี่เหลี่ยม วงรี วงกลม ซึ่งวัชรมงคลบอกว่าทรงเรียบๆ ที่ดูวันนี้แล้วสวย อีก 10 ปีก็ยังดูสวยคลาสสิก

อย่างไรก็ดี งานออกแบบที่ผสมผสานนวัตกรรมจะต้องสอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดเพื่อให้ธุรกิจสามารถคงอยู่ได้นั้น วัชรมงคลบอกว่าสินค้าสุขภัณฑ์อ่างอาบน้ำมีราคาหลากหลายตั้งแต่ 5 พัน บาทไปจนถึงราคา 6 แสนบาท ซึ่งเป็นระดับท็อป

กลุ่มเป้าหมายมีตั้งแต่ลูกค้าทั่วไปไปจนถึงลูกค้าต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจโรงแรม อาทิ ญี่ปุ่น บาหลี อินโดนีเซียหรือเกาะมัลดีฟส์ แต่สัดส่วนลูกค้ายังเป็นลูกค้าไทยเป็นหลักที่มีถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ตลาดต่างประเทศมี 20 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

ด้วยราคาและสินค้าที่ผลิตป้อนตลาดระดับบน ทำให้วัชรมงคลจะต้องปรับตัวในการทำธุรกิจ เขามีแผนที่จะผลิต แบรนด์ใหม่ขึ้นมา เพื่อผลิตและจำหน่ายในราคาไม่แพงเพื่อสอดรับกับเศรษฐกิจที่มีการหดตัวและเริ่มขยายช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่จำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด และเริ่มเจรจากับเครือซิเมนต์ไทย จำกัด เพื่อจำหน่ายในสาขาของซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ทเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ขายผ่านสาขา 50 แห่งทั่วประเทศ ในขณะที่ซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ทมีสาขาถึง 500 แห่ง

และเพื่อกระจายความเสี่ยงบริษัทยังคงจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีก ขายตรงผ่านบ้านจัดสรร หรือคอนโดมิเนียมและผ่านโรงแรม

รวมถึงเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำรงอยู่ได้ บริษัทได้ทบทวนการออกแบบและผลิตสินค้าในรูปแบบรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับลูกค้าต่างประเทศที่ผลิตและจำหน่าย สินค้าห้องน้ำชั้นนำของโลก ซึ่งอยู่ระหว่าง การเจรจาที่ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะบริษัทต้องการร่วมมือในรูปแบบของการออกแบบและผลิตร่วมกัน

หรืออีกหนทางหนึ่งร่วมกันออกแบบผลงานและให้บริษัทต่างชาติเป็นผู้ผลิตเพราะวัชรมงคลมองว่าการออกแบบจะช่วยพัฒนาทีมงานออกแบบของเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

การดึงนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้กับสินค้านับว่าเป็นยุทธศาสตร์ของบริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด และเป็นอาวุธสำคัญที่จะทำให้บริษัทนี้เจริญเติบโตและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัชรมงคลค้นพบว่าธุรกิจนี้เขาได้เดินมาถูกทางแล้ว

การเจริญเติบโตของธุรกิจก็เป็นอีกคำตอบหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของบริษัทนี้ได้เป็นอย่างดีจากปีแรกที่มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 30 ล้านบาท เมื่อปี 2545 และตอนนี้วัชรมงคลกำลังวางแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่อีกครั้งหนึ่ง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย