Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน17 กุมภาพันธ์ 2552
“ดั๊บเบิ้ลเอ”มึนส่งออกวูบ25%ปรับทิศมุ่งภาครัฐ-แอฟริกากู้ยอด             
 


   
www resources

โฮมเพจ แอ๊ดวานซ์ อะโกร

   
search resources

แอ๊ดวานซ์ อะโกร, บมจ.
Pulp and Paper
ชาญวิทย์ จารุสมบัติ




พิษเศรษฐกิจโลก กดอุตสาหกรรมกระดาษไทยทรุด “ดั๊บเบิ้ล เอ” ยอดส่งออกสะดุด ลดลง 25% ตั้งแต่ต.ค.ปีก่อน วางหมากชี้ชะตาปีวัวดุ โฟกัสแอฟริกา ยุโรปตะวันออกดันยอด ส่วนในประเทศ ชู “ฉลากเขียว” ใบเบิกทางจับตลาดภาครัฐเพิ่ม มั่นใจส่งยอดขายรวมโต7% จาก 21,000 ล้านบาทในปีก่อน

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระดาษแบรนด์ ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกระดาษรวมของประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงไตรมาสสามของปีก่อน เริ่มได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจโลก โดยในส่วนของบริษัท การส่งออกไปยังต่างประเทศ ปีนี้เฉลี่ยมียอดสั่งซื้อลดลง 25% จากที่เคยสั่งในช่วงเวลาปกติ ดังนั้นในส่วนของการส่งออก บริษัทฯจะมุ่งหาประเทศใหม่ๆที่มองเห็นโอกาสในการทำการขายได้มากขึ้น เช่น กลุ่มประเทศแอฟริกา ซึ่งน่าจะมีแนวโน้มการบริโภคกระดาษมากขึ้น จากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกที่จะมาถึง และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก

สำหรับการทำตลาดในประเทศนั้น จากสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง กลุ่มลูกค้าบริษัทฯต่างๆที่คาดว่าจะมีทั้งปิดตัวลง หรือเน้นควบคุมการจัดการภายใน ประหยัดงบประมาณ ส่งผลถึงการใช้กระดาษสำนักงานที่คาดว่าจะใช้ลดลงด้วยนั้น ปีนี้ทางบริษัทฯจึงได้ให้ความสำคัญกับลูกค้าภาครัฐมากยิ่งขึ้น

โดยล่าสุดได้ผลิตกระดาษตามมาตรฐาน “ฉลากเขียว” ซึ่งเป็นกลุ่มกระดาษที่ภาครัฐนิยมใช้ มาทำตลาดในปีนี้มากขึ้น จากเดิมที่ในปลายปีก่อน กลุ่มลูกค้าภาครัฐมีเพียงเล็กน้อย สิ้นปีนี้คาดว่าต่อเดือนจะมียอดการสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าภาครัฐประมาณ 800 ตันต่อเดือน จากปัจจุบันยอดสั่งซื้อกระดาษอยู่ที่ 6,000-7,000 ตันต่อเดือน เป็นภาครัฐประมาณ 250-300 ตันต่อเดือน ซึ่งการสั่งซื้อนี้จะมีทั้งการเข้าไปประมูล และการแนะนำสินค้าผ่านเจ้าหน้าที่การขายของบริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทฯจะมุ่งขยายดั๊บเบิ้ล เอ ก๊อปปี้ คอร์นเนอร์ ให้ครบ 200 สาขา จากเดิมมีอยู่แล้ว 50 สาขาด้วย

อย่างไรก็ตาม จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ปีนี้บริษัทฯได้ปรับงบการตลาดลงเหลือเพียง 75 ล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้กว่า 100 ล้านบาท สาเหตุที่ใช้น้อยลง เพราะต้องการใช้งบประมาณอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อให้เกิดสภาพคล่องในการใช้กระแสเงินสดให้มากที่สุด โดยงบการตลาดครั้งนี้กว่า 25 ล้านบาท จะถูกใช้ไปกับโฆษณากับ 2 โครงการที่ทำขึ้นในปีนี้ คือ โครงการ 101 ต้นบนคันนา และบิ๊ก แตงค์ โปรโมชั่น ส่วนอีก 50 ล้านบาท จะเน้นการจัดโรดโชว์ไปตามโรงเรียน สำนักงาน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ให้รับรู้ถึงดั๊บเบิ้ล เอ กับผลิตภัณฑ์กระดาษในกลุ่มฉลากเขียว

นายชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า การทำงานในปีนี้พนักงานขายและการตลาดจะต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อช่วยดันยอดขายภายใต้สภาพเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศที่ชะลอตัวลง ซึ่งการทำงานหนักในปีนี้ จะช่วยให้บริษัทฯไม่ต้องมีการปลดพนักงานลงจากทั้งหมด 1,000 อัตราที่ทำงานอยู่ อีกทั้งเพื่อช่วยการบริหารจัดการ กระตุ้นการขายให้ยังคงไปได้อยู่ โดยเฉพาะกระดาษพิมพ์เขียนไซส์เล็ก เพราะในกลุ่มขนาดใหญ่ จากภาพรวมตลาดหนังสือที่มีแนวโน้มลดลง ยอดขายกลุ่มกระดาษดังกล่าวน่าจะลดลงเช่นกัน จึงต้องหันมากระตุ้นในส่วนของไซส์เล็กมากขึ้น

ทั้งปี 2552 บริษัทฯคาดว่าจะมียอดขายรวมเติบโตขึ้น 6-7% จาก 2,100 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเติบโต7% โดยการเติบโตดังกล่าว 50%มาจากการส่งออกกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และอีก 50% เป็นรายได้จากในประเทศ ซึ่งสามารถแบ่งรายได้จากกลุ่มกระดาษภายใต้แบรนด์ ดั๊บเบิ้ล เอ ได้อีกว่า ปีนี้น่าจะจำหน่ายได้กว่า 25 ล้านรีม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10%

ขณะที่ปีก่อนยอมรับว่าปัญหาเศรษฐกิจตั้งแต่ไตรมาสสาม ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ภายในประเทศให้เติบโตลดลงเหลือ 15% จากที่ตั้งไว้ที่ 20%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย