Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน25 กุมภาพันธ์ 2552
‘เอ็กโก้’รุกลงทุนตปท.             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

   
search resources

ผลิตไฟฟ้า, บมจ.
Electricity




วิกฤตเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อการเติบโตของเอ็กโก กรุ๊ป หลังความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศหด เน้นการลงทุนโรงไฟฟ้าในอาเซียนทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม รวมทั้งลงทุนด้านเชื้อเพลิงด้วย ส่วนในประเทศให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมทุนโรงไฟฟ้าไอพีพีและเอสพีพี ยอมรับปีนี้รายได้โตแต่กำไรหดหากไม่มีการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่เสริม ยืนยันฐานะการเงินแข็งปั๋ง

นายวินิจ แตงน้อย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า จากวิกฤตการเงินโลกที่ส่งผลทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ลดลงนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอ็กโก กรุ๊ป เพราะสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นสัญญาระยะยาว แต่จะส่งผลต่อการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใหม่ บริษัทฯจะเน้นลงทุนโรงไฟฟ้าในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้นโดยเฉพาะฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่ยังมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงอยู่ รวมทั้งการเข้าไปลงทุนด้านเชื้อเพลิง เช่นถ่านหิน ซึ่งจะเน้นลงทุนไปพร้อมกับโครงการโรงไฟฟ้า

ขณะเดียวกันการลงทุนในประเทศจะให้ความสำคัญในการเข้าไปร่วมลงทุนในโครงการรับซื้อไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมไปถึงโครงการผลิตไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายเล็ก (SPP) และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่นพลังงานลม พลังงานแสงแดด และชีวมวล โดยโครงการศึกษาพลังงานลมที่หัวไทร พบว่าปริมาณลมไม่มากพอ ทำให้ต้องศึกษาใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้

ทั้งนี้ในการลงทุนโรงไฟฟ้าต่างประเทศ จะพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ ผลตอบแทนการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะต้องมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่แน่นอน โดยขณะนี้บริษัทฯมีการเจรจาอยู่หลายโครงการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้อย่างน้อย 1 ดีล ขนาดกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ปัจจุบันบริษัทฯความเข้มแข็งด้านการเงินสูงมาก โดยมีกระแสเงินสดในมือถึง 5 พันล้านบาท และมีความสามารถในการก่อหนี้เพิ่มได้อีก 1-2 หมื่นล้านบาท เพราะมีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำมากเพียง 0.28 เท่า ขณะเดียวกัน ยังมีวงเงินกู้จากแบงก์ที่เหลือจากการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเควซอน ที่ฟิลิปปินส์อีก 500 ล้านบาท

จากวิกฤตเศรษฐกิจโลก มีผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมาลดลง ทำให้ภาครัฐมีการทบทวนแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศใหม่ (PDP) โดยเลื่อนการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านออกไป รวมถึงแผนการจ่ายไฟเข้าระบบของIPP 3 รายที่ชนะการประมูลออกไปอีก 1ปี ตลอดจนเตรียมปรับแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายเล็ก(SPP) เพื่อกระตุ้นการลงทุน

นายวินิจ กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโรงไฟฟ้าระยองและโรงไฟฟ้าขนอมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า บริษัทฯจะขอขยายเวลาการขายไฟฟ้าต่อไปอีก 10ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นไปตามสัญญาที่กำหนดไว้ว่าก่อนหมดอายุสัญญา 4ปี ให้บริษัทฯเจรจากับกฟผ.เพื่อต่ออายุสัญญาได้ โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ถูกใจทั้งอัตราค่าไฟถูก แข่งขันกับโรงไฟฟ้าอื่นได้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้

โดยปกติแล้วโรงไฟฟ้าทั่วโลกมีอายุการใช้งาน 30-35 ปี แต่โรงไฟฟ้าระยองและโรงไฟฟ้าขนอมมีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าระยองและขนอมจะสิ้นสุดลงในปี 2557 และปี 2559 อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการต่อสัญญาโรงไฟฟ้าดังกล่าวก็จะรื้อโรงไฟฟ้าไปก่อสร้างที่ประเทศอื่นแทน โดยจะเก็บที่ดินไว้เพื่อยื่นเข้าประมูลไอพีพีในอนาคต เนื่องจากทำเลดี ส่วนผลกระทบด้านการดำเนินงานนั้นคงไม่มาก เนื่องจากบริษัทฯมีโครงการใหม่เข้ามาเสริม ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนเมกะวัตต์เท่ากับ 2โรงดังกล่าว แต่เน้นการทำกำไรสูงสุด

เตือนรายย่อยทำใจ กำไรปีนี้หด

นายศักดา ศรีสังคม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงิน บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทจะมีรายได้รวมเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 โรงไฟฟ้าเควซอนที่ฟิลิปปินส์และโรงไฟฟ้าแก่งคอย 2 แต่กำไรจะลดลงจากปีก่อน เนื่องจากโครงสร้างค่าไฟของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี โรงไฟฟ้าระยองและโรงไฟฟ้าขนอมได้ผ่านช่วงที่ให้กำไรสูงสุดไปแล้ว ทำให้การทำกำไรนับจากจะลดลง หากไม่มีการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาเสริม ส่วนการรับรู้รายได้ในปีนี้จากโรงไฟฟ้าแก่งคอย 2 โรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 และโรงไฟฟ้าเควซอนนั้นจะช่วยชะลอการหดตัวลงของกำไรแต่ก็ไม่มากนัก

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผนจะยืดหนี้เงินกู้ที่ใช้ลงทุนในโรงไฟฟ้าเควซอนวงเงิน 3,500 ล้านบาท ที่มีอายุเงินกู้เหลืออยู่ 2ปี ออกไปเป็น 4-5ปี โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้

นายศักดา กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้บริษัทฯวางงบประมาณการลงทุนไว้เบื้องต้น 1,600 ล้านบาท เพื่อใช้เพิ่มทุนในโครงการโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ที่สปป.ลาว ส่วนโครงการอื่นๆหากพบว่ามีศักยภาพดีก็พร้อมที่จะใส่เงินลงทุนทันที

ผลการดำเนินงานของเอ็กโก สิ้นสุดปี 2551 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 6,927 ล้านบาท ดลลง 1,475 ล้านบาท หรือลดลง 18% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หากไม่มีการบันทึกผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว บริษัทฯจะมีกำไรสุทธิ 7,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.34% สาเหตุหลักเนื่องจากรับรู้ผลการดำเนินงานของโครงการแก่งคอย 2 โรงที่ 2 ที่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในวันที่ 27 ก.พ. 2551   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย