Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 มีนาคม 2552
กระเบื้องตราช้างรับมือศก. ชู5กลยุทธ์พยุงยอดขายสูงกว่าตลาด             
 


   
search resources

Tiles and Roofs
กระเบื้องกระดาษไทย, บจก.
พันเทพ สุภาไชยกิจ




ผู้บริหารกระเบื้องกระดาษไทยเครือSCG คาดตลาดผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ปี 52 หดตัวกว่า15% ตามภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ส่งผลมูลค่าตลาดรวมหดเหลือ 18,000 ล้านบาท จากเดิม 20,000 ล้านบาท พร้อมปรับแผนผุด 5 กลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำตลาดผ่านโปรโมชันร่วมบริษัทในเครือ เพิ่มยอดส่งออกเป็น 5% หวังรักษายอดขายเท่าปี 51

นายพันเทพ สุภาไชยกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กระเบื้องกระดาษไทย จำกัด (บกด.) ในเอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (อดีตผู้บริหารระดับสูงบริษัท สยามมิชลิน จำกัด )กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ตลาดรวมผลิตภัณฑ์ก่อสร้างไฟเบอร์ซีเมนต์ คาดว่า มีมูลค่าตลาดรวมที่ 20,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ประมาณ 4% ส่วนในปี 2552 ประมาณการว่าตลาดรวมจะมีอัตราการขยายตัวลดลงประมาณ15% หรือมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 18,000 ล้านบาท

ซึ่งในส่วนของบริษัท กระเบื้องกระดาษไทยฯ มียอดขายรวมในปีที่ผ่านมา 6,000 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ประมาณ 30% โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้ แบ่งออกเป็น ผลิตภัณฑ์หลังค้าตราช้าง 50% ส่วนที่เหลือ 50% จะมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ฝ้า ผนังสมาร์ทบอร์ด ตราช้าง และผลิตภัณฑ์ทดแทนไม้สมาร์ทวูด ตราช้าง โดยในปี52นี้ บริษัทฯได้ตั้งเป้าว่าจะมียอดขายเท่าๆกับปีที่ผ่านมา หรืออาจจะลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย เนื่องจากตลาดรวมมีอัตราการเติบโตหดตัวลง ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในประเทศเติบโตลดลงอย่างรุนแรง

“ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจที่ถดถอย มีผลต่อการพัฒนาโครงการใหม่ และการปรับปรุงบ้านเดิม เพราะผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย ทำให้ บริษัทฯปรับเป้าประมาณการรายได้ตามภาวะที่เปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดรวมจะหดตัวสูงถึง15% แต่บริษัทเองก็พยายามจะรักษายอดขายไว้ในระดับเดิม หรือหากยอดขายหดตัวลง คงจะไม่สูงเท่ากับตัวเลขรวมของตลาดแน่นอน”

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอยู่ในขณะนี้ บริษัทฯได้ปรับแผนการตลาด โดยวางกลยุทธ์การตลาดไว้ 5 แนวทาง ซึ่งกลยุทธ์ใน3 แนวทางแรก จะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 1.เน้นสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ด้วย Eco product เช่น เน้นผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 2.การนำเสนอสินค้าอย่างเป็นระบบเช่น การนำเสนอสินค้าฝ้าและผนังอย่างเป็นระบบ ทั้งระบบกันร้อน กันเสียง ทนไฟ 3.การพัฒนาสินค้า HVA โดยการมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สร้างสรรค์สินค้าให้ดีขึ้นทั้งในด้านรูปลักษณ์ และการใช้งาน

ส่วนแนวทางที่4.และ 5. จะเป็นกลยุทธ์การทำตลาด คือ การจัดโปรโมชันร่วมกับพันธมิตร และการเพิ่มช่องทางการขายสินค้า เพื่อกระตุ้นตลาด ซึ่งจะเป็นการร่วมมือกับบริษัทในเครือSCG ทั้งหมด นอกจากนี้จะเน้นการขยายเพิ่มยอดการส่งออกไปในต่างประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มยอดส่งออกให้ได้ 5-6% ซึ่งในช่วงแรกจะมุ่งเน้นเจาะตลาดอาเซียนซึ่งมีฐานตลาดอยู่แล้ว และจะขยายไปในประเทศแอฟริกา และตะวันออกกลาง โดยใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายของSCGช่วยในการทำตลาด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย