Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน2 เมษายน 2552
ซีเอ็มจีดึงกำลังซื้อสู้ปัจจัยลบงัดซินเนอร์จี้แบรนด์เครือช่วย             
 


   
www resources

โฮมเพจ เซ็นทรัล เทรดดิ้ง

   
search resources

เซ็นทรัล เทรดดิ้ง, บจก.
Clothings




ซีเอ็มจีงัดกลยุทธ์ ซินเนอร์จี้แบรนด์ในเครือ อัดโปรโมชัน ล่อผู้บริโภคควักเงินซื้อสินค้า หลังพบไตรมาสแรกตลาดรวมชอปปิ้งลดลง คาดเผยโฉมสิ้นเดือนนี้ ประเดิมซื้อยีนส์ลีตามเงื่อนไขรับสินค้ามูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,800 บาทฟรี หวังดันภาพรวมบริษัทโต 10% ชี้ปัญหาเสื้อแดงชุมนุมยังน่าห่วง

นายวราวุธ มัทธนพจนารถ ผู้อำนวยการอาวุโสผลิตภัณฑ์ยีนส์ลี (LEE) บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด ในเครือซีเอ็มจีกรุ๊ป เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจของซีเอ็มจีในปีนี้ จะมีการทำซินเนอร์จี้กับผลิตภัณฑ์ในเครือของซีเอ็มจีมากขึ้น เพื่อทำโปรโมชันและการตลาดร่วมกันอย่างเต็มที่ในครั้งแรกซึ่งไม่เคยทำแบบร่วมมือเต็มที่แบบนี้มาก่อน เพื่อสร้างยอดขายและรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีในขณะนี้ อันเป็นผลกระทบจากปัญหาการเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ ผู้บริโภคเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าน้อยลงกว่า 50% แต่ในส่วนของศูนย์การค้านั้นผู้บริโภคยังคงเดินปกติไม่ได้ลดลง รวมทั้งปริมาณการจับจ่ายก็น้อยลงด้วย และความถี่ในการเดินห้างก็น้อยลงจากเดิม 3ครั้งต่อเดือนเหลือ 1ครั้งต่อเดือน แต่การซื้อสินค้าก็จะน้อยลงด้วย

โดยภาพรวมตลาดสินค้าแฟชั่น 3เดือนแรกนี้ตกลงไปกว่า 10% ส่วนภาพรวมยอดขายในต่างจังหวัดเติบโตดีกว่า ขณะที่ยอดขายในกรุงเทพฯ ตกลงกว่า 15% เนื่องจากคนกรุงเทพฯ ยังวิตกกังวลกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอีกทั้งอยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ และข้อมูลของปัญหามากกว่าจึงอาจจะทำให้อารมณ์จับจ่ายน้อยลง

“สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองตอนนี้น่าเป็นห่วงมาก การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงก็ยังยืดเยื้อและเป็นตัวที่กระทบมากด้วย คิดว่าปัญหาการเมืองปีนี้ก็ยังคงไม่จบ ผู้บริโภคก็ยังวิตกกังวลมาก รอยัลตี้โปรแกรมที่ทางห้างหรือเจ้าของสินค้าใช้ก็ช่วยไม่ค่อยได้ ต้องลดแลกแจกแถมโปรโมชันเป็นหลัก แต่ต้องแตกต่างจากทั่วไปด้วย เพราะเดี๋ยวนี้การลดราคา 20% หรือเท่าไรก็เป็นเรื่องปรกติธรรมดาไปแล้ว” นายวราวุธกล่าว ”

จากยุทธศาสตร์การซินเนอร์จี้ดังกล่าว บริษัทฯเริ่มใช้กับผลิตภัณฑ์ลีก่อน โดยจะทดลองประมาณ 3 เดือนก่อนที่ประเมินยอดขาย คาดว่าจะเริ่มประมาณปลายเดือนเมษายนนี้ ซึ่งโปรแกรมที่วางไว้คร่าวๆจะมีการตั้งระดับการซื้อสินค้าของผู้บริโภค เช่น เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ลีในกรุงเทพฯตั้งแต่ 2,500 บาทขึ้นไป ส่วนในต่างจังหวัดจะเริ่มประมาณ 1,800 บาทขึ้นไป จะได้รับนาฬิกาคาสิโอ หรือกระเป๋าแซมโซไนท์ หรือนาฬิกาเกส หรือเครื่องสำอางคลาแรงส์ เป็นต้น แล้วแต่กำหนด ซึ่งของแถมจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 1,800 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

“เราร่วมกับสินค้าในเครือทำให้เราสามารถลดต้นทุนได้ อีกทั้งเป็นการเพิ่มยอดขายในเครือด้วยกันเอง ซึ่งมากกว่า 50-60 แบรนด์ และปีนี้คงไม่มีแผนการนำเข้าแบรนด์ใหม่มาทำตลาดอีก” นายวราวุธกล่าว

ทั้งนี้บริษัทฯจะใช้งบการตลาดรวม 50 ล้านบาทในปีนี้เฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่นายวราวุธดูแลอยู่คือ ลี, ลีคิดส์, คอมบิ, ฮัชปั๊ปปี้ส์, เจนเซ่น เป็นต้น โดยงบหลัก 20 ล้านบาทจะใช้กับลี โดยตั้งเป้าหมายรวมปีนี้จะเติบโตประมาณ 8-10% ในแต่ละแบรนด์ ส่วนภาพรวมบริษัทฯคาดว่าจะเติบโต 5-10% ซึ่งกลุ่มที่เติบโตมากที่สุดคือ ยีนส์ เติบโต 15% จากทุกแบรนด์รวมกันในเครือคือ ลี ลีคูเปอร์ แรงเลอร์

สำหรับผลิตภัณฑ์ยีนส์ลีนั้นปีที่แล้วเติบโตมากกว่า 20% ขณะที่ภาพรวมตลาดยีนส์เติบโตแค่ 7-8% จากตลาดรวมยีนส์มากกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งลีมีส่วนแบ่ง 20% อยู่ในอันดับท็อปทรีของผู้นำตลาด ส่วนช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ตลาดรวมของยีนส์มีการเติบโตมากกว่า 10% แต่ตลาดรวมในกรุงเทพฯตกลง 10% โดยแผนธุรกิจลีปีนี้จะเปิดอีก 2 ชอป และ อีก 2 เคาน์เตอร์ รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น คือ ลี เดอะ โมเดิร์นด็อก เพื่อขยายกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งขณะนี้มีสัดส่วน 30% จากยอดขายบริษัทฯ คาดว่าปีนี้จะเติบโต 10%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย