Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์20 เมษายน 2552
'นู สกิน'อัดฉีดคอมมิชชั่น เปิดศึก'ชิงคน'ปั๊มยอดขาย             
 


   
www resources

โฮมเพจ นู สกิน เพอร์ซันแนล แคร์ (ประเทศไทย)

   
search resources

Marketing
นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส, บจก.
Direct sale




นู สกิน ฉีดยาแรงกระตุ้น Sales force ด้วยโปรแกรมคำนวณสูตรใหม่ช่วยขยับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 1-2% จ่อคิวเปิดตัว 1 ก.ค.นี้ ขณะที่การออกสินค้าใหม่ชูนโยบายเดียวกันทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยลอนช์ 'ทรูเฟซ เอสเซ็นซ์ อัลตร้า'ผลิตภัณฑ์กลุ่มแอนตี้ เอจจิ้งเป็นเรือธงเหมือนกัน 6 ประเทศ พร้อมวางเป้าหมายขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลกในสินค้ากลุ่มแอนตี้ เอจจิ้ง การรุกเข้มในครั้งนี้ นู สกินต้องการชิงคนเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนเฉลี่ย 10% เพื่อรายได้ทั้งปีเติบโตที่ 15%

ศึกชิงคนในธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะระบบขายตรงแบบหลายชั้น (MLM) ร้อนแรงคึกคักขึ้นทุกขณะ เรียกได้ว่าครึกครื้นมากสุดในรอบ 3 ปี เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผู้เล่นทั้งรายเล็กรายใหญ่ต่างระดมกำลังออกมากระตุ้นนักขายหน้าเก่า พร้อมขยายฐานสร้างสมาชิกใหม่กันอย่างอุตลุด หลังอัตราคนว่างงานเพิ่มขึ้นและผู้บริโภคต้องการหารายได้เสริมในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยเฉพาะผู้เล่นระดับแถวหน้าตั้งแต่ แอมเวย์, กิฟฟารีน, อาวียองซ์, ออริเฟลม ที่นำเรื่องผลตอบแทน อาทิ เงินสด ทองคำ ทริปท่องเที่ยวมาเป็นเครื่องมือดึงดูดเข้าสู่เครือข่าย

นู สกิน ผู้เล่นอันดับ 3 ของธุรกิจขายตรงบ้านเรา ก็เป็นอีกรายหนึ่งที่โดดเข้าไปตะลุมบอนในสมรภูมินี้ด้วยวิธีการที่ไม่แตกต่างกัน นั่นคือ การงัดกลยุทธ์อินเซนทีฟออกมากระตุ้นสมาชิกทั้งรายเก่ารายใหม่ เพื่อให้บรรลุยอดขายซึ่งปีนี้กำหนดตัวเลขการเติบโตไว้ที่ 15%

เราเตรียมนำโปรแกรมการคำนวณผลตอบแทนสูตรใหม่มาใช้ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเป็นโปรแกรมที่เน้นการดึงสมาชิกรายใหม่ควบคู่กับการกระตุ้นสมาชิกเดิมให้สร้างยอดขาย' เป็นคำกล่าวของ เมลิซ่า ทันโทโกะ ประธานนู สกิน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ล่าสุดโปรแกรมการคิดคำนวณค่าผลตอบแทนสูตรใหม่ หรือที่เรียกว่า 'เวลท์ แมกซิไมเออร์' นับเป็นสูตรล่าสุดที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับนักธุรกิจขึ้นอีก 1-2% หลังจากที่นู สกินให้ผลตอบแทนกับนักขายในสัดส่วน 43% จากยอดขาย 100% มาประมาณ 3 ปี นับเป็นค่าตอบแทนสูงสุดเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับผู้เล่นขายตรงแบรนด์อื่น และนี่เป็นอีก 1 ไฮไลต์ที่นู สกินนำมาเป็นเครื่องมือจูงใจนักขายทั้งหลาย

ย้อนกลับไปดูการจัดระเบียบเรื่องผลตอบแทนของนู สกิน ในช่วงระยะเวลา 25 ปีที่ทำธุรกิจในเมืองไทย ค่ายนี้ ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทนูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า ค่าคอมมิชชั่นของนู สกิน เริ่มต้นเฉลี่ยที่ 35% เมื่อธุรกิจมีการขยายตัวก็ทำการปรับสัดส่วนเพิ่มขึ้นหลายครั้งตามขนาดขององค์กรและสมาชิก เช่น เพิ่มเป็น 38%, 40% จนปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ที่ 43% มากสุดเมื่อเทียบกับค่าคอมมิชชั่นของค่ายอื่น และยังมากที่สุดเมื่อเทียบกับนู สกินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำนวน 6 ประเทศ โดยมั่นใจว่าอนาคตการให้ผลตอบแทนดังกล่าวอาจมีการขยับขึ้นเป็น 50% เพราะนู สกินในบางประเทศมีการให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 60%แล้ว ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวถือว่าสอดคล้องและเป็นไปตาม Message ที่ได้รับจากบริษัทแม่นู สกิน คือ การเน้นเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อจูงใจให้คนมาทำธุรกิจขายตรงมากขึ้น

สำหรับโปรแกรมดังกล่าว จะเห็นว่าทางผู้บริหารนู สกินเลือกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1กรกฎาคมนี้ เนื่องจากเวลาในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นในการสร้างยอดขายและขยายฐานสมาชิกของธุรกิจขายตรงที่ปัจจุบันมีมูลค่ารวมกว่า 43,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของผู้เล่นรายนี้ช่วงเวลาดังกล่าวจะทำรายได้หลักคิดเป็นสัดส่วนราว 60-70% ดังนั้นงบการตลาดทั้งปี 130 ล้านบาท จึงถูกจัดสรรให้มาใช้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ราว 80 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 60%

หลังจากเปิดตัวและนำโปรแกรมดังกล่าวมาใช้ ทางนู สกินมั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มสมาชิกใหม่ในแต่ละเดือนเฉลี่ยที่ 10% เพราะในช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมา พบว่า มีผู้สนใจเข้าเป็นสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 20% หรือเฉลี่ยเดือนละ 2,000-3,000 คน มากกว่าปรกติ (เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกัน) ที่จะมีประมาณ 2,000 คนต่อเดือน ทำให้จบไตรมาสแรกนู สกินมีสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่า 8,000 คน ทำให้สมาชิกทั้งหมดตอนนี้จึงมีตัวเลขอยู่ที่ 2.3 แสนคน โดยการเติบโตของสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้นถือเป็นไปในทิศทางเดียวกับนู สกิน ทั้ง 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25%

นอกจากค่าคอมมิชชั่นที่นู สกินเตรียมจัดเป็นยาแรงดึงสมาชิกใหม่แล้ว การกระทุ้งยอดขายจากสมาชิกเก่า จะพบว่า โปรแกรมการให้รางวัลในรูปแบบอื่นๆก็จะถูกนำมาใช้มากขึ้นและถี่ขึ้นด้วย ทั้งนี้ภคพรรณ บอกว่า ในปีนี้บริษัทจัดแผนอินเซนทีฟมากกว่าปีก่อนโดยมีกว่า 10 โปรแกรม ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวมีให้เลือกทั้งที่เป็นแบบโลคัล โปรแกรม และรีจีนัล โปรแกรม ที่มีการคิดพัฒนาร่วมกันระหว่าง 6 ประเทศ โดยมีเป้าหมายให้นู สกินในภูมิภาคนี้เติบโตและขยายฐานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซียเป็นประเทศที่มียอดเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก รองลงมาคือไทย มีการเติบโตเฉลี่ย 5-6% ส่วนสิงคโปร์และบรูไนเติบโตน้อยที่สุด

ฉะนั้น การลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทางนู สกินในภูมิภาคนี้มีนโยบายเปิดตัวเพียงรายการเดียวในปีนี้ คือ 'ทรูเฟซ เอสเซ็นซ์ อัลตร้า' ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มแอนตี้เอจจิ้ง จึงเริ่มทยอยออกสู่ตลาดทั้ง 4 ประเทศรวมทั้งไทย ขณะที่สิงคโปร์และบรูไน 2 ประเทศที่สร้างยอดขายได้น้อยสุดยังอยู่ในระหว่างการเตรียมแผนเปิดตัวในอนาคต

'การออกสินค้าจำนวนมากไม่ใช่วิธีที่ดีเสมอไป จากการวางแผนร่วมกันของนู สกิน 6 ประเทศ ในปีนี้เราจึงลอนช์สินค้าใหม่เพียง 1 รายการเป็นเรือธง โดยปีที่ผ่านมามีการออกสินค้าใหม่เพียง 2 รายการ' ภคพรรณ กล่าว

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นู สกินนำมาเป็นหมัดเด็ดในครั้งนี้ คือ ทรูเฟซ เอสเซ็นซ์ อัลตร้า ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแอนตี้เอจจิ้ง โดยเป็นสินค้าที่ออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้ที่มีพฤติกรรมให้ความสำคัญเรื่องการดูแลผิวพรรณมากขึ้น ซึ่งจากตัวเลขยอดขาย 1 แสนกระปุกในสหรัฐอเมริกาหลังจากเปิดขายมากว่า 1 ปี ทำให้ผู้บริหารค่ายนี้มั่นใจว่าการตอบรับในไทยก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะหลังจากทดลองขายไปเพียง 1 เดือน สินค้าใหม่ดังกล่าวก็ทำยอดขายได้สูงถึง 10 ล้านบาท แน่นอนว่านู สกินย่อมมองไปไกลกว่าการเพิ่มยอดขายที่หวังจากสินค้าใหม่ตัวนี้เดือนละ 10% โดยเป้าหมายที่แท้จริง คือ การขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลกในสินค้ากลุ่มแอนตี้เอจจิ้ง และจากการที่นู สกินรุกเข้มในสินค้ากลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กว่า 70% จากรายได้รวมนู สกิน มาจากสินค้าประเภทแอนตี้ เอจจิ้งทั้งในกลุ่มสกินแคร์และอาหารเสริมรวมกัน จึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมสำหรับเป้าหมายดังกล่าว

และนี่คือการรุกอย่างเต็มที่อีกครั้งของนู สกิน ในยุคที่เป็นขาขึ้นของวงการขายตรง แม้จะเป็นเพียงเบอร์ 3 ของตลาดขายตรงบ้านเรา แต่เป้าหมายการขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดโลกของสินค้ากลุ่มแอนตี้ เอจจิ้งก็มีความน่าสนใจไม่น้อย แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น คงต้องติดตามกันก่อนว่าในปีนี้นู สกินจะสามารถขยับการเติบโตได้ 15% จากยอดขาย 1,300 ล้านบาทตามแผนหรือไม่   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย