Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2544








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2544
บลูทูธ : เทคโนโลยีที่ปฏิวัติการสื่อสารไร้สาย             
 

   
related stories

การปะทุของเทคโนโลยีที่เหนือกว่ารุดหน้า

   
search resources

Telecommunications
Computer
Electronic Components




ก า ร สื่ อ ส า ร ไ ร้ ส า ย

ในโลกอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน การสื่อสารเคลื่อนที่เป็นเรื่องเดียวกับการเล่นคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ คนที่ปลื้มกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจขึ้นมาบนรถโดยสารพร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือ พีดีเอ (personal digital assistant) คอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว และเพจเจอร์อีกสักเครื่อง ในบรรยากาศโดยรอบก็จะเต็มไปด้วยคลื่นวิทยุของเครือข่ายโทรศัพท์ สาธารณะไร้สาย และด้วยวิทยาการบวกกับความชำนิชำนาญ และความมุ่งมั่นของคนที่ปลื้มกับเทคโนโลยีเหล่านั้น เขาก็จะเชื่อมสัญญาณ (connect) คอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว หรือพีดีเอเข้ากับโทรศัพท์มือถือที่มี จากนั้น จึงเชื่อมเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์ เพียงชั่วครู่ เขาก็สามารถดาวน์โหลดข้อมูลในอีเมลหรือในเว็บเพจได้ แต่มันก็เป็นไปได้อีกเช่นกันว่า เขาจะถูกตัดสัญญาณ (disconnect) ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เนื่องเพราะจุดด้อยบางประการในเทคโนโลยีสื่อสารชนิดนี้ ที่ยังต้องพัฒนากันต่อไป

สิ่งที่มนุษย์ผู้ปลื้มกับอุปกรณ์ เทคโนโลยีกำลังรอคอยก็คือ เทคโนโลยี ที่สามารถใช้งานได้กับโทรศัพท์มือถือในแบบ ที่อินเทอร์เน็ตได้ใช้กับเครื่องพีซี และระบบเครือข่ายภายใน (LANS) พร้อมด้วยศักยภาพ ที่จะเชื่อมสัญญาณจากอุปกรณ์มือถือเข้ากับโลกดิจิตอลทั้งโลกได้

การรอคอยดังกล่าวอาจเกือบสิ้นสุดลงแล้ว เครือข่ายโทรศัพท์ระบบดิจิตอล ที่ออกแบบมา เพื่อรับกับระบบข้อมูลด่วนนั้น กำลังเดินทางมาถึง เครือข่ายดังกล่าวจะสามารถเปลี่ยนโทรศัพท์ธรรมดาๆ ให้เป็นระบบอินเทอร์เน็ต ที่เปิดทำการตลอดเวลาได้ ถึงตอนนั้น โทรศัพท์ก็จะกลายเป็นสาธารณูปโภค ที่จำเป็นเช่นเดียวกับไฟฟ้า และน้ำประปาในแง่ ที่สามารถส่งถึงมือผู้ใช้ และมีให้ใช้ได้ตามความต้องการในระหว่างการรอคอยนี้ เทคโนโลยีอีกตัวหนึ่ง ที่มีชื่อว่า บลูทูธ (Bluetooth) ก็เกือบจะทำงานได้อย่างที่ กล่าวมากับเครื่องมือสื่อสารชิ้นเล็กๆ ที่คนพกไปพกมา แน่นอนว่าเป็นการสื่อสาร และเชื่อมต่อกันแบบไร้สาย

มิติ ที่ยั่วยวนดังกล่าวได้เป็นที่กล่าวขานนับตั้งแต่วันแรกที่เทคโนโลยีทั้งสองตัวถูกพูดถึงเมื่อสองปีก่อน ความน่าจะเป็นของมิติดังกล่าวก็ดูกว้างไกล และน่าสนใจเช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต นั่นคือ ในระหว่างการเดินทางจากบ้าน และ ที่ทำงาน เราสามารถเข้าอินเทอร์ เน็ต เช็กอีเมลบนพีดีเอขนาดเท่าฝ่ามือ ที่ทั้งมีราคาถูก และมีขนาดบางเฉียบ และแน่นอนการเชื่อมต่อสัญญาณ ที่ทำผ่านโทรศัพท์มือถือนั้น ก็เป็นไปโดยไร้สาย และทำได้รวดเร็วพอๆ กับการเชื่อม ต่ออินเทอร์เน็ตในสำนักงาน

ทุกอย่างฟังดูดีขึ้นเรื่อยๆ ในระหว่างการเดินทางจากบ้าน และ ที่ทำงาน เรายังสามารถฟังเพลงจากแผ่น MP3 ผ่านหูฟัง ที่ต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว หรือหากไม่ฟังเพลงก็เปลี่ยน มาเป็นเกมบนเครื่องพีดีเอแข่งกับผู้โดยสารคนอื่น ที่อยู่บนรถคันเดียวกัน และเมื่อมีโทรศัพท์เรียกเข้ามาในมือถือ ตัวระบบก็จะหยุดเพลง ที่เครื่องโดยอัตโนมัติ และเมื่อเรากดปุ่มใดปุ่มหนึ่ง ที่ตัวหูฟัง มันก็สามารถตัดเข้าสู่การสนทนาทางโทรศัพท์ได้ในทันที

เมื่อมาถึง ที่ทำงานหรือบ้าน เครือข่ายรอบตัวเราก็จะปรับระบบของมันเองคือ แทน ที่จะต้องใช้เครือข่ายเชื่อมต่อสัญญาณสาธารณะ ที่มีราคาค่อนข้างสูง มันจะตัดกลับมา ที่ระบบแลนไร้สาย ที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้รวดเร็วกว่า และในราคา ที่ถูกกว่า ตัวพีดีเอเองก็สามารถปรับ และรับสภาพความแตกต่างได้ทันที ขณะอยู่ ที่บ้าน พีดีเออาจเชื่อมต่อกับเครื่องเสียง เครื่อง เล่นเกม พรินเตอร์ MP3 หรืออุปกรณ์ อินเทอร์เน็ตอื่นๆ ส่วน ที่ทำงาน ตัวพีดีเอ ก็สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของสำนักงาน หรือกับพีดีเอตัวอื่นๆ หรือแม้แต่หุ่นยนต์ ที่ดูแลตารางนัดหมาย ใน ขณะที่ตัวโทรศัพท์มือถือเองก็จะเปลี่ยนมาทำงาน เหมือนโทรศัพท์ไร้สายปกติ ที่ประหยัดได้ทั้งเงิน และแบตเตอรี่กว่าการเป็นมือถือ และตัวคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วก็สามารถเชื่อมต่ออัตโนมัติกับระบบแลนไร้สาย ที่สามารถเล่นได้ทั้งเกมแบบหลายคนเล่นไปจนถึงการประชุมผ่านวิดีโอ

ก ลั บ สู่ ค ว า ม จ ริ ง

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นไม่ใช่แค่ความฝัน เพราะ ที่เอ่ยถึงเกือบทั้งหมดเป็นไปได้แล้วในทุกวันนี้ เพียงแต่ค่าใช้จ่ายยังมหาศาลอยู่มาก อีกทั้งเทคโนโลยี ที่มีก็ยังซับซ้อนเกินกว่า ที่คนทั่วไปจะใช้งานเองได้ ประเด็น ที่สำคัญที่สุดของเทคโนโลยีไร้สายก็คือ ใช้ง่าย และราคาถูกพอๆ กับการใช้โทรศัพท์มือถือทั่วไป หากจะให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ปัจจัย 3 ประการต่อไปนี้ ต้องเกิดขึ้นพร้อมๆ กันหรืออย่างน้อยๆ ไล่เลี่ยกัน

ประการแรก ต้องเลิกใช้ระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เครือข่ายดิจิตอลไร้สาย ที่ใช้ทุกวันนี้เป็นระบบ circuit-switched คือ เมื่อเราหมุน หรือกดเบอร์โทรศัพท์ นั่นหมายถึงเราได้สร้างวงจรเฉพาะขึ้น ที่มีโทรศัพท์เพียงบางหมายเลขเท่านั้น ที่สามารถใช้การได้ในช่วงหนึ่งๆ และเมื่อเราโทรศัพท์เสร็จ การเชื่อมต่อสัญญาณก็จะถูกตัดไป ฟังดูก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากพูดถึงการรับมือกับข้อมูลจำนวน มากๆ ระบบ ที่มีอยู่นี้ก็ใช้การไม่ได้

ผู้ที่ใช้โมเด็มแบบต้องหมุนรอสัญญาณโทรศัพท์ และระบบแลนทั่วไป เพื่อต่ออินเทอร์เน็ตนั้น รู้ดีว่า ระบบเครือ ข่ายดิจิตอลไร้สายข้างต้นทำให้การต่ออินเทอร์เน็ตต้องใช้เวลานาน (อย่างน้อย 10 วินาทีหรือนานกว่านั้น ) ทั้งยังเป็นไปอย่างล่าช้าอีกด้วย

ระบบใหม่ ที่ต้องนำมาใช้แทน ที่ก็คือ ระบบเครือข่าย packet-switched ที่ต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ทั้งยังสามารถส่ง และรับชุดข้อมูลในอินเทอร์เน็ตได้ทุกเวลา ที่ต้องการโดยไม่มีจังหวะหยุดพักให้ต้องต่อสัญญาณใหม่ สนนราคาค่าใช้บริการการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิตอลแบบต่อเนื่อง อย่างเช่น เคเบิลโมเด็ม ดีเอสแอล (digital subscribe line) หรือ ไอเอสดีเอ็น (integrated services digital network) นั้น ก็จะอยู่ในระดับเดียวกันโดยอาจจะคิดเป็นรายเดือนหรือคิดต่อจำนวนข้อมูลที่มีการรับหรือส่ง

ระบบเครือข่ายแบบ pac-ket-switched มีใช้แล้วในบาง ที่ เช่น ในโทรศัพท์ระบบไอโมด (i-mode phones) ของญี่ปุ่น หรือในระบบเครือข่ายเพจเจอร์ในอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม การนำระบบเครือข่ายข้างต้นมาใช้ให้ได้อย่างกว้างขวางนั้น คงต้องรอให้มีการคิดค้นเทคโนโลยีไร้สายรุ่นใหม่ ที่อาจมีตั้งแต่เครือข่ายดิจิตอลรุ่นพัฒนาแล้ว ไปจนถึงระบบเครือข่าย 3G (third generation) ที่ใช้กลุ่มคลื่นความถี่ ที่ต่างออกไป

ประการที่สอง นำปัจจัยประ การแรกมาทำในระดับส่วนบุคคล กล่าวคือ ตัวนำสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่สาธารณะนั้น เรียกว่า WANS หรือ wide-area-network ต่อมาก็มีคำว่า LANS ซึ่งหมายถึงเครือข่ายสัญญาณของเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือบริษัท เทคโนโลยี ตัวใหม่จะก้าวไกล ไปอีกระดับ นั่นคือ สิ่งที่เรียกว่า PANS หรือ personal-area net-works นี่จะเป็นเครือข่ายไร้สาย ที่แต่ละบุคคลจะใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ดิจิตอลทั้งหลายของตัวเอง และของคนอื่นได้

สิ่งที่ใกล้เคียงกับ PAN มากที่สุด ในปัจจุบันก็คือ สายเคเบิลยุ่งๆ และระบบการเชื่อมต่อสัญญาณ ด้วยอินฟาเรด ที่ไว้ใจไม่ค่อยได้ในการทำหน้าที่เชื่อมคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งเข้ากับอีกตัวหนึ่ง และถึงแม้ว่าเราจะสามารถเชื่อมคอมพิวเตอร์ พีดีเอ โทรศัพท์มือถือ พรินเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ เข้าด้วยกันได้ แต่ เครื่องมือแต่ละชนิดต่างก็ต้องการตัวเชื่อม (connector) พิเศษของตัวเอง แต่ละชนิดต่างก็พูดภาษา ที่แตกต่างกัน และต่างก็ถูกออกแบบมาให้ต้องปรับตั้งเครื่องเอง และ เพื่อให้ใช้งานอย่างหนึ่งอย่างใดเท่านั้น

สิ่งที่บลูทูธมุ่งจะทำ ก็คือ เทคโนโลยี ที่จะเข้าแทน ที่สายเคเบิล ที่ต้องต่อจุดโน้นมุมนี้จนพันกันยุ่ง โดยอุปกรณ์แต่ละชนิด ที่เป็นบลูทูธจะมีเพียงแค่ชิปเล็กๆ กับเสาอากาศเท่านั้น แค่นี้ก็สามารถเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สายได้แล้ว อุปกรณ์ เหล่านี้ต้องการพลังงานไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย แต่ผลที่ให้ได้ก็คือ ข้อมูลในระดับความเร็ว 1 เมกะบิตต่อวินาที (เร็วกว่า 10 เท่าของการเชื่อม ต่อสัญญาณด้วยสายเคเบิล หรืออินฟาเรดด้านหลังคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน) นอกจากนี้ บลูทูธจะทำให้อุปกรณ์แต่ละชนิดตั้งแต่โทรศัพท์ไปจนถึงพรินเตอร์พูดภาษาเดียวกัน อย่างน้อยก็ในระดับพื้นฐาน

ประการสุดท้ายก็คือ เมื่ออุปกรณ์แต่ละชนิดพูดภาษาเดียว กันแล้ว ก็ต้องให้แน่ใจว่า แต่ละ ฝ่ายมีข้อมูลที่จะสื่อถึงกัน ดังนั้น กระบวนการในการรับเข้าหรือส่งออกข้อมูลรวมทั้งระเบียบวิธีปฏิบัติอื่นๆ ต้องถูกบรรจุไว้ในซอฟต์แวร์สื่อสารของบลูทูธทุกตัว และนี่จะเป็นคำสั่ง ที่จะทำให้ปุ่ม ณ จุดใดจุดหนึ่งบนหูฟังสามารถพักเสียงเพลงจากเครื่อง MP3 ไว้ชั่วคราวก่อนจะสับสวิตช์ไปเป็นการรับสายโทรศัพท์ ที่โทรเข้ามา หรือทำให้โทรศัพท์มือถือเปลี่ยนไปเป็นระบบไร้เสียงอัตโนมัติ เมื่อเข้าร้านอาหารหรือโรงภาพยนตร์

น่าเสียดายว่า ปัจจัยประการสุดท้ายดังกล่าวยังเป็นแค่ความคิดบนเอกสารเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ความพยายามในอดีตต้องล้มเลิกไปก็คือ การที่บรรดาผู้ผลิตไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องของมาตรฐาน แต่ละรายต่างก็ต้องการใช้ระเบียบวิธีปฏิบัติของตัวเอง เพื่อหวังดึงลูกค้า และหากคราวนี้เหตุการณ์เป็นไปดังเดิมอีก เป็นต้นว่า ระบบหูฟังของ อีริคสันก็ใช้ได้เฉพาะกับโทรศัพท์หรือ พีดีเอของอีริคสันเท่านั้น ก็เป็นอันสรุปได้ว่า ผู้บริโภคก็ต้องเอ่ยปากลาประโยชน์ ของบลูทูธเช่นกัน

น วั ต ก ร ร ม จ า ก แ ด น ไ ว กิ้ ง

รากเหง้าดั้งเดิมของบลูทูธมาจากข้อเสนอว่าด้วยระบบวิดีโอ และออดิโอแบบเชื่อมต่อไร้สายภายในบ้าน ซึ่งเป็นข้อเสนอ ที่มีขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ ที่ 1990 และเมื่อโทรศัพท์มือถือได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้น บรรดาผู้ผลิต ซึ่ง นำโดยอีริคสันก็จับจุดได้ว่า เทคโนโลยี บลูทูธน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารส่วนบุคคล ที่ ตนผลิตให้เข้ากับระบบเครือข่ายข้อมูลอย่างอินเทอร์เน็ต พร้อมกับตระหนักว่า การตลาดนั้น ก็เป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับตัวเทคโนโลยี จึงได้ให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการตั้งชื่อเทคโนโลยีตัวนี้ชื่อ บลูทูธ (Bluetooth) นั้น ตั้งตามชื่อของแฮรัลด์ บลาแตนด์ (Harald Bla- tand) กษัตริย์เดนมาร์กในศตวรรษ ที่ 10 ผู้พิชิตดินแดนแถบสแกนดิเนเวีย เกือบทั้งหมด

หากมองในฐานะเทคโนโลยีสื่อสารตัวหนึ่งแล้ว บลูทูธก็ไม่ถือว่าเป็น การปฏิวัติของนวัตกรรม เนื่องจากมันเป็นเทคโนโลยี ที่เกิดขึ้นจากมาตรฐาน ไร้สายธรรมดา ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อการค้าทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ดิจิตอลไร้สาย หรือระบบแลนไร้สาย บลูทูธจะทำงานเหมือนมาตรฐานไร้สายทั่วไปนั่นคือ ใช้เทคนิคการแผ่แถบคลื่นไฟฟ้า ที่สามารถตรวจจับคลื่นความถี่ว่าง ภายในระยะความถี่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากนั้น จึงส่งสัญญาณไปคลุมครอบคลื่นความถี่ว่างดังกล่าว เพื่อปรับคลื่นหรือเสียงสัญญาณกวน ให้สามารถใช้คลื่นความถี่ว่าง ที่หาเจอนั้น ให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดได้

บลูทูธจะทำงานเหมือนกับโทรศัพท์มือถือระบบดิจิตอลตรง ที่ การส่งสัญญาณจะดีหรือเลวขึ้นอยู่กับระยะทาง ที่ห่างจากผู้รับ ซึ่งจะมีข้อดีตรง ที่ทำให้ประหยัดพลังงาน คุณสมบัติอีกข้อ หนึ่ง ที่เหมือนกับโทรศัพท์มือถือระบบดิจิตอลก็คือ สัญญาณ และคลื่นความถี่ของบลูทูธจะเป็นรหัส ซึ่งจะทำให้การส่ง ไม่ถูกตัดหรือถูกอ่านได้ง่ายเกินไป นอก จากนี้ บลูทูธนั้น จะเหมือนกับอุปกรณ์ไร้สายตรง ที่มันสามารถใช้งานได้ในระยะคลื่นความถี่ 2.4 กิ๊กกะเฮิรตซ์ ที่ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่มีใบอนุญาตใช้

สิ่งที่ทำให้บลูทูธพิเศษกว่าเทคโน โลยีอื่นๆ ก็คือ วิธีการสแกนพื้นที่รอบๆ ซึ่งปกติจะกินบริเวณประมาณ 10 เมตร จากนั้น มันก็จะหาตัวอุปกรณ์เชื่อม ซึ่งอยู่ในรัศมี ตามด้วยการตรวจสอบสถานภาพแล้วจึงทำการเชื่อมสัญญาณ และเมื่อมันเจออุปกรณ์ ที่เข้ากับมันได้แล้ว มันก็จะสร้างเป็นเครือข่ายชั่วคราวขึ้นเรียกว่า พิโคเน็ต (piconet) ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกตัวของผู้ใช้ พิโคเน็ตแต่ละตัวสามารถสื่อสารกันเองได้ทันที เมื่อสื่อสารกันก็จะก่อรูปเป็น สแค็ตเตอร์เน็ต (scatternet) ซึ่งจะเชื่อมทุกคนในห้องประชุมเข้าด้วยกัน บลูทูธสามารถเชื่อมต่อสัญญาณแบบจุดต่อจุด (point-to-point) หรือจะเป็น แบบหลายๆ จุดเหมือนเซิร์ฟเวอร์ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ได้ ในแบบนี้จะเรียกว่า การเชื่อมต่อจากจุดเดียวไปหลายจุด (point-to-multi-point)

จริงอยู่ว่า สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดสามารถทำได้ด้วยระบบแลนไร้สาย ที่มีอยู่ ซึ่งใช้มาตรฐาน ที่เรียกว่า 802.11b มาตรฐานตัวนี้จะครอบคลุมรัศมี ที่กว้างไกลกว่า และให้ระยะคลื่นความถี่ ที่สูงกว่า (11 เมกะบิตต่อวินาทีเทียบกับ 1 เมกะบิตของบลูทูธ) อีกทั้งยังเข้ากับระบบแลนแบบใช้สายได้ดีกว่าด้วย อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวก็พุ่งเป้าไป ที่บริษัทใหญ่ๆ เนื่องจากเป็นระบบไร้สาย ที่มีราคาแพง และใช้พลังงานมากกว่าอุปกรณ์ มือถือเกือบทุกตัว

สิ่งที่พิเศษอีกประการหนึ่งของบลูทูธก็คือ มันถูกออกแบบขึ้นมาสำหรับตลาดผู้บริโภคทั่วไปโดยเฉพาะ หากสามารถทำได้ตามปัจจัยทั้ง 3 ข้อข้างต้น บลูทูธก็จะเป็นความสำเร็จชั้นยอด แต่หากพลาดในข้อใดข้อหนึ่งไป บลูทูธก็จะเป็นได้แค่มาตรฐานวิดีโอเบต้าแม็กซ์เท่านั้น

ข้ อ ดี - ข้ อ ด้ อ ย

ข้อดี ที่โดดเด่นประการแรกของบลูทูธก็คือ เป็นเทคโนโลยีราคาถูก ที่ทำงานโดยใช้ชิป ที่บรรจุวงจรไฟฟ้าส่งคลื่นวิทยุไว้เพียงตัวเดียว สนนราคาขายก็ไม่เกิน 5 ดอลลาร์ ชิปของบลูทูธอาจมีฟังก์ชั่นหลายอย่างหรือเพียงไม่กี่อย่างขึ้นอยู่กับเป้าหมายด้านค่าใช้จ่าย ตัวชิปอาจมีระบบความจำ (memory) ของมันเองหรือจะใช้ของตัวเครื่อง ที่มันไปทำงานให้ก็ได้ นอกจากนี้ระบบการเชื่อมต่ออาจจะเป็นแบบหลายจุดหรือ แบบจุดต่อจุด ซึ่งราคาถูกกว่าก็ได้

ทุกวันนี้ ราคาถือว่ายังเป็นปัญหาอยู่ เนื่องจากชิป ที่ขายอยู่ในปัจจุบันจะอยู่ ที่ 25-50 ดอลลาร์ต่อชิ้น และกว่าจะสามารถปรับให้อยู่ใน ราคาชิ้นละ 5 เหรียญได้ ก็อาจต้องรอถึงปี 2003 หรือ 2004 ผลิตภัณฑ์ ที่ใช้เทคโนโลยีบลูทูธไม่ว่าจะเป็นหูฟัง โทรศัพท์ และพีซีนั้น เพิ่งจะเริ่มลงตลาด ในปีหน้าตลาดน่าจะขยายมาก ขึ้น โดยผลิตภัณฑ์อาจเพิ่มเป็นคอม พิวเตอร์แล็ปทอปประสิทธิภาพสูง กล้องถ่ายรูปดิจิตอล พรินเตอร์ และ พีดีเอ อย่างไรก็ตาม หากราคายังไม่สามารถปรับลงได้เร็วอย่างที่คิด บลูทูธก็อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภคได้

ข้อดีประการที่สองคือ การเป็นเทคโนโลยี ที่รุดหน้าของบลูทูธ ซึ่งก็หมายความว่ามันสามารถทำงาน ได้อย่างอัตโนมัติ และไร้ตัวตนได้ กล่าวคือ อุปกรณ์บลูทูธจะจับสัญญาณการเป็นบลูทูธด้วยกันได้เอง และสามารถทำการเชื่อมต่อสัญญาณ และสื่อสารไปพร้อมๆ ได้ทุกเมื่อ นี่เป็นคุณสมบัติ ที่ทำให้เครื่องมือทุกชิ้น ที่ใช้บลูทูธเป็นเครื่องมือ ที่สามารถ เชื่อมต่อสัญญาณ และอยู่ในระบบเครือข่ายได้ตลอดเวลา ลักษณะเช่น นี้อาจมีให้เห็นแล้วในรูปของสมาร์ท การ์ด ที่สามารถใช้ผ่านเข้าออกประตูออฟฟิศ หรือตัวพีดีเอ ที่ใช้รับออร์ เดอร์ในร้านอาหาร บลูทูธจะทำให้การเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สายเป็นคุณสมบัติติดตัวของอุปกรณ์ มือถือทั้งหลายเหมือนกับ ที่การเชื่อม ต่อกับอินเทอร์เน็ตนั้น คู่กับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

สิ่งที่สำคัญสำหรับลักษณะดังกล่าวก็คือ การเป็นระบบเครือข่าย แบบเฉพาะกิจของบลูทูธ (ad hoc network) หรือศักยภาพ ที่จะสร้างเครือข่ายขึ้นเอง โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์แม้แต่ตัวเดียว คนที่ถืออุปกรณ์บลูทูธติดตัวอาจเข้า และออกจากเครือข่ายเฉพาะกิจรอบตัวแบบไม่รู้ตัว

บลูทูธจะเป็นเทคโนโลยี ที่โดดเด่นขึ้นมาได้นั้น มันต้องทำงานให้ได้ดีกว่าเครื่องมือสื่อสารทุกชิ้น คนที่ใช้อุปกรณ์อย่างเครื่องเฝ้าดูเด็ก (baby monitor) หรือโทรศัพท์มือถือ จะรู้ดีว่า เครื่องมือไร้สายมักจะมีปัญหาทั้งสัญญาณแทรก สัญญาณหลุด หรือรัศมีสัญญาณ ที่มีอยู่จำกัด ด้วยลักษณะดังกล่าว บลูทูธจึงถูกออกแบบมาให้เป็นเทคโนโลยีไร้สาย ที่แก้ไขข้อผิดพลาดได้มากที่สุด ผ่านแผ่นแถบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และอุปกรณ์ดิจิตอล ซึ่งสามารถรับมือกับสภาพสัญญาณขาดหรือหลุดกลางคัน พร้อมส่งสัญญาณคืนให้ใหม่โดยไม่เสียคุณภาพไป นอก จากนี้บลูทูธจะจำกัดอยู่ในรัศมี 10 เมตร ซึ่งทำให้ไม่ต้องพบกับปัญหาจุดอับสัญญาณ หรือสัญญาณไม่ว่างของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้บลูทูธยังเข้าหาคลื่นความถี่ได้เร็วกว่าเทคโนโลยีไร้สายอื่นๆ ซึ่งจะทำให้มันสามารถปรับตัวเข้ากับคลื่นวิทยุ ที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้เร็วกว่าโทรศัพท์ไร้สายธรรมดาได้ดี

แต่กระนั้น ก็ใช่ว่า บลูทูธจะไม่มีข้อจำกัดเอาเสียเลย ข้อที่น่ากังวลที่สุดก็คือ บลูทูธอาจต้องเจอปัญหาหากพยายามผลักดันตัวเองขึ้นมาเกินกว่าบทบาทดั้งเดิม นั่นคือ การเป็นสิ่งแทนสายเคเบิล ทุกวันนี้ บทบาทสำคัญของเทคโนโลยีไร้สาย ที่ใช้ภายในพื้นที่ก็คือ การเชื่อมอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เข้ากับระบบแลนของบริษัท อันเป็นสิ่งที่มาตร ฐานไร้สายขนาด 802.11b กำลังทำอยู่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ที่มีการ์ด 802.11b เสียบอยู่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับจุดเข้าระบบ (access points) ซึ่งเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตามมุมผนังห้องประชุมหรือพื้นที่โล่งอื่นๆ) ในระดับความเร็วสูงได้ และสามารถใช้เครือข่ายทุกจุดได้เหมือนกับว่าได้เชื่อมต่อผ่านเคเบิลอีเทอร์ เน็ตอย่างไรอย่างนั้น (Ethernet cable)

บลูทูธยังทำอย่างที่ว่าได้ไม่ดีนัก เป็นต้นว่า ตัวพิโคเน็ตนั้น ถูกจำกัดให้ใช้ ได้กับอุปกรณ์เพียง 8 ชนิดเท่านั้น ซึ่งเท่ากับเป็นการจำกัดจำนวนผู้ใช้ ที่จุดเข้าระบบจุดหนึ่ง สามารถให้บริการได้ในหนึ่งครั้ง

รัศมีคลื่นความถี่ก็เป็นอีกประ เด็นหนึ่ง ที่น่ากังวล ด้วยระดับความเร็ว ในการส่งข้อมูลที่ 1 เมกะบิตต่อวินาที ที่ผู้ใช้ทุกคนต้องใช้ร่วมกันนั้น แลนไร้สายของบลูทูธก็อาจจะอืดอาดจนน่ารำคาญ และหากจะเพิ่มรัศมีเป็นขนาด 802.11b (ประมาณ 100 เมตร) เครื่องส่งของบลูทูธต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ซึ่งทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วอย่างน่าใจหาย

นอกจากนี้ ยังมีข้อวิตกอยู่ว่า เครื่องมือ ที่ใช้บลูทูธอาจไปขัดกับเครื่องมือ ที่ใช้ 802.11b เนื่องจากเทคโนโลยีทั้งสองตัวนี้ใช้กลุ่มคลื่นความถี่เดียวกัน จากการศึกษาพบว่า หากใช้ทั้งสองตัวนี้คู่กันไปก็จะเท่ากับเป็นการตัดรัศมีคลื่นความถี่ ที่มีน้อยอยู่แล้วของบลูทูธให้เหลือเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น

จากข้อที่น่ากังขาทั้งหลายข้างต้น บลูทูธจึงยังเป็นตัวเชื่อมการสื่อสาร ที่ยังใช้ไม่ได้ อีกทั้งการปฏิสัมพันธ์แบบฉลาดๆ ระหว่างอุปกรณ์บลูทูธด้วยกันเองนั้น ก็ยังต้องการระดับคำสั่งการใช้งาน ที่ซับซ้อนมีชั้นเชิงมาใช้ และอย่างที่ทราบ ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานคำสั่งการใช้งาน ที่เป็นสากลสำหรับเทคโนโลยีบลูทูธเลย

ในข้อนี้ผู้ที่ควรถูกตำหนิก็คือ บรรดาผู้ผลิต ถึงแม้ว่าแต่ละรายจะเลิกล้มความพยายาม ที่จะให้บลูทูธมีมาตรฐานเดียวกันไปแล้ว แต่ทุกรายก็ยังพยายามมองหาหนทางเอาประโยชน์ส่วนตนจากเทคโนโลยีตัวนี้ สิ่งที่ยากก็คือ การทำให้บรรดาบริษัท ยักษ์ใหญ่จากสาขาอุตสาหกรรม ที่แตกต่างกันให้เห็นพ้องต้องกัน ในรูปพรรณสัณฐานเบื้องต้นของบลูทูธ และยิ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อต้องทำแบบเดียวกันกับมาตรฐานเฉพาะของคำสั่งการใช้งานในแต่ละส่วน

อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่ได้หมาย ความว่า บลูทูธจะเป็นความล้มเหลว แต่มันหมายถึงว่า กว่า ที่บลูทูธจะไปถึงจุดที่คุยไว้ได้จริงคงต้องใช้เวลานานกว่า ที่คิด บลูทูธอาจจะมีราคาถูก ลงในอนาคต แต่มันก็เจอปริศนาแบบ ไก่กับไข่คือ ทำไมจะต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อซื้อพรินเตอร์บลูทูธ ในเมื่อ ที่บ้าน/ ที่ทำงานยังไม่มีคอมพิวเตอร์บลูทูธใช้ ดั้งเดิมนั้น จะมีการนำผลิตภัณฑ์บลูทูธออกจำหน่ายในลักษณะเป็นชุดๆ ไป เช่น หูฟังกับโทรศัพท์ แต่แนวคิดเช่นนี้ก็อาจทำให้มาตรฐานของผลิตภัณฑ์นั้น แตกต่างกันออกไปตามกรรมสิทธิ์ของแต่ละผู้ผลิต ความจริงของบลูทูธในตอนนี้ก็คือ หากเครือข่ายไร้สาย 3G ซึ่งทั้งเร็ว และ สามารถเข้าสู่ระบบได้ตลอดเวลายังเป็นจริงไม่ได้ ความน่าจะเป็นของอุปกรณ์สื่อสารมือถือแบบเชื่อมต่อกันหมดนั้น ก็จะยังไม่สดใสนัก การปฏิวัติการสื่อสารไร้สายอาจกำลังเดินทางมาถึง แต่นั่นก็ยังไม่เร็วพออย่างที่นักปฏิวัติต้องการ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย