Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา กรกฎาคม 2552
มองติดลบ             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ยูพีเอส ประเทศไทย จำกัด

   
search resources

SMEs
Research
ยูพีเอส พาร์เซล ดีลิเวอร์รี่ เซอร์วิส, บจก.




จากผลสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด 12 ประเทศ เกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกพบว่าประเทศไทยมองเชิงลบมากที่สุด

ยูพีเอส เอเชีย บิสิเนส มอนิเตอร์ เปิดเผยผลวิจัยผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวน 1,200 รายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด 12 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวันและไทย

ผลวิจัยได้สำรวจระหว่างวันที่ 8 มกราคม-27 มกราคม 2552 โดยสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์เจ้าของธุรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง ซึ่งมีบริษัท ทีเอ็นเอส ฮ่องกง ทำหน้าที่สัมภาษณ์ใช้เวลาพูดคุย 25 นาทีต่อราย

ส่วนธุรกิจที่ให้ข้อมูลจะอยู่ในอุตสาหกรรมหลักๆ ในภูมิภาคนี้ เช่น ธุรกิจสิ่งทอ ไอที ท่องเที่ยว ยานยนต์

ภาพรวมการสำรวจในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก ยังไม่มีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจฟื้นขึ้นได้ในปีนี้ แต่คาดหวังว่าจะดีขึ้นในปี 2553 แต่ดูเหมือนว่าผู้ประกอบ การเอสเอ็มอีไทยกลับมองแตกต่างและไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วในปีหน้าแต่คาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีในปี 2554

ทั้งนี้เป็นเพราะว่าผู้ประกอบการไทยยังกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่จะส่งผลกระทบให้ต้นทุนของธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการบริหารกระแสเงินสดและหนี้สินที่เพิ่มขึ้น

ส่วนความเชื่อมั่นในการทำงานของภาครัฐยังไม่มีความมั่นใจมากนัก เพราะมองว่ายังเป็นรัฐบาลใหม่ที่เริ่มเข้ามาทำงานเมื่อต้นปีเท่านั้นและนโยบายต่างๆ ยังมองไม่เห็นในเชิงรูปธรรม

ส่งผลให้เอสเอ็มอีไทยขาดความเชื่อมั่นทั้งเศรษฐกิจภายใน และต่างประเทศไปพร้อมๆ กัน จึงทำให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มวางแผนรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้และหนึ่งในนั้นก็คือการลดจำนวนพนักงานลง 11% ในขณะที่จีนและเกาหลีมีแผน ลดจำนวน 9%

นอกจากลดพนักงานลงแล้วผู้ประกอบการได้วางแผนฉุกเฉินรับมือกับสถานการณ์ใน 1-2 ปีข้างหน้าด้วยการบริหารเงินสดอย่างระมัดระวัง ควบคุมสินเชื่อ มีแผนเก็บเงินที่เข้มงวดขึ้นและลดต้นทุน เช่น ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค เบ็ดเตล็ดรวมไปถึงมองหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้

จากผลวิจัยได้บอกว่าโอกาสที่จะอยู่รอดในธุรกิจได้นั้น ผู้ประกอบการต้องมองหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งไทยมองว่าประเทศใหม่ๆ คือ ตะวันออกกลาง เอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการให้มีมูลค่าสูงขึ้นรวมถึงจ้างบุคลากรที่มีความสามารถ

ส่วนธุรกิจที่เอสเอ็มอีไทยคาดว่ายังมีโอกาสเติบโตในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คือ เกษตรกรรม บันเทิงและท่องเที่ยว โรงงานผลิต ในขณะที่เอสเอ็มอีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมองว่าธุรกิจที่จะเติบโต คือ ธุรกิจทางด้านไอที เกษตรกรรม ป่าไม้ ประมง ธุรกิจสุขภาพ และเภสัชกรรม

อย่างไรก็ดี เอสเอ็มอีให้เหตุผลว่าปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวก็คือกฎระเบียบและนโยบายของภาครัฐ เพราะเอสเอ็มอีต้องการความช่วยเหลือหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เงินกู้ การสนับสนุนวิจัยพัฒนาและการปรับ กฎระเบียบราชการที่มีขั้นตอนยุ่งยากทำให้กลายเป็นอุปสรรคในการทำงานของเอสเอ็มอี

ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นธุรกิจที่สร้างรากฐานหลักให้กับเศรษฐกิจ โดยรวมในภูมิภาคนี้ เพราะจากการประชุมสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจ เอเปกเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 เผยว่าจำนวนเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกมีถึง 95% จากจำนวนธุรกิจที่มีทั้งหมดและเป็นผู้ว่าจ้าง 80% ของตลาดแรงงาน

เสมือนว่าเอสเอ็มอีรอด ประเทศในภูมิภาคนี้ก็รอด แต่ถ้าเอสเอ็มอีไม่รอด...คำตอบก็น่าจะเดาไม่ยาก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย