Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา สิงหาคม 2552
ดีไซเนอร์รุ่นเยาว์หาญสู้รุ่นใหญ่             
 


   
search resources

Garment, Textile and Fashion




ห้องเสื้อหรูรายเล็กอาศัยฝีมือแหวกสภาวะเศรษฐกิจท้าชนรุ่นพี่อย่าง Chanel และ Dior

บรรยากาศห้องเสื้อของดีไซเนอร์รุ่นใหม่อย่าง Dominique Sirop อาจไม่เริ่ดหรูอลังการเหมือนกับห้องเสื้อของดีไซเนอร์รุ่นใหญ่อย่าง Dior, Gaultier หรือ Valentino แต่ถ้าพูดถึงเกียรติยศและความสำเร็จ เขาก็ไม่เป็นสองรองใคร Sirop ได้รับการคัดเลือกให้เข้าเป็นสมาชิก Chambre Syndicale de la Couture สมาคมดีไซเนอร์อันทรงเกียรติของฝรั่งเศส ดีไซเนอร์คนใดที่ผ่านหลักเกณฑ์คัดเลือกอันเข้มงวดและได้เข้าเป็นสมาชิก ก็เปรียบเสมือนกับได้รับการรับรองวิทยฐานะอย่างเป็นทางการ ในการเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูง

ผลงานการออกแบบของ Sirop ไม่ได้ด้อยไปกว่า Karl Lagerfeld แห่ง Chanel บางทีความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างชุดราตรีจากห้องเสื้อ Sirop กับชุดราตรีของ Chanel อาจเป็นเพียงราคาเท่านั้น ในขณะที่ชุดราตรีสุดหรูของ Chanel มีราคาสูงถึง 200,000 ยูโร แต่ชุดที่เริ่ดหรูไม่แพ้กันของ Sirop อาจมีราคาเพียงไม่กี่หมื่น ยูโร

นักออกแบบซึ่งเป็นที่รู้จักน้อยกว่าเหล่านี้อาศัยเพียงฝีมือเท่านั้นในการสร้างชื่อและทำให้ตัวเองมีที่ยืนหยัดอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นชั้นสูง ซึ่งล้วนแล้วไปด้วยคนที่บ้าแบรนด์ การไม่มีงบลงโฆษณา ทำให้พวก เขาไม่ค่อยได้รับการเหลียวแลจากนิตยสารแฟชั่น ฐานลูกค้า มาจากการบอกปากต่อปากเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ดูเหมือนว่าการที่มีรายจ่ายน้อยกว่าและสินค้ามีราคาถูกกว่า จะทำให้ห้องเสื้อขนาดเล็กเหล่านี้มีโอกาสดีกว่าที่จะอยู่รอดต่อไปได้

การควบคุมรายจ่ายเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จสำหรับ ห้องเสื้อรายเล็กๆ ดีไซเนอร์บางรายยังคิดค้นเทคนิคการตัดเย็บใหม่ๆ เพื่อให้สามารถประหยัดทั้งเวลาและรายจ่าย แต่ยังคงสามารถรักษาคุณภาพการตัดเย็บไว้ได้ดีดังเดิม Becca Cason Thrash สาวไฮโซชื่อดังใน Houston ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าโปรดปรานชุดที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์รุ่นใหม่บอกว่า ดีไซเนอร์เหล่านี้คืออนาคต นอกจากชุดที่พวกเขาออกแบบจะมีราคาไม่แพงแล้ว ดีไซเนอร์ฝีมือดีเหล่านี้ยังขยันออกแบบชุดใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และมีความพยายามมากกว่าดีไซเนอร์ชื่อดังบางคน

ดีไซเนอร์ที่ดังน้อยกว่าทว่าดูดีมีอนาคต นอกจาก Sirop แล้วก็ยังมีอีกหลายคน จำชื่อพวกเขาไว้ให้ดี เพราะในอนาคต พวกเขามีสิทธิ์ที่จะขึ้นมาแทนที่ดีไซเนอร์ชื่อดังที่เราเคยคุ้นมานาน Stephane Rolland คือ

ดีไซเนอร์คนที่คิดค้นเทคนิคการตัดเย็บใหม่ๆ ดูจะมีอนาคตไกล ที่สุด นอกจากนี้ยังมี Franck Sorbier, Adeline Andre, Maurizio Galante อีกหลายคนที่ได้รับการรับรองสถานะการเป็นนักออกแบบอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วตั้งแต่หลาย ปีก่อน นักออกแบบรุ่นเยาว์กว่านี้ก็ยังมี Christopher Josse และ Alexis Mabille

ชุดสุดหรูของพวกเขามีราคาถูกกว่าห้องเสื้อชั้นสูงชื่อดังอย่างลิบลับ ชุดของ Rolland เริ่มต้นที่ 20,000 ยูโร โดยราคาเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 35,000 ยูโร Sorbier กับ Josse เริ่มที่ 8,000 ยูโร โดยมีราคาเฉลี่ยต่อชุดที่ประมาณ 15,000 ยูโร ราคานี้ถูกเท่ากับราคาเสื้อสำเร็จรูปบางชุดด้วยซ้ำไป แต่เสื้อสำเร็จรูปไม่มีมูลค่าเพิ่มในเรื่องของการออกแบบและการดูแลลูกค้า อย่างชุดที่ออกแบบโดยห้องเสื้อรายเล็ก ยิ่งถ้าเทียบราคากับห้องเสื้อชื่อดังอย่าง Dior หรือ Chanel ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ชุดละประมาณ 100,000 ยูโร ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ชุดที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ดูน่าซื้อขึ้นมาอีกพะเรอ

แม้ว่าเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูงโดยรวมจะมียอดขายโตขึ้นในปี 2008 แต่ห้องเสื้อรายเล็กเป็นกลุ่มที่มียอดขายเติบโตมากที่สุด ยอดขายของ Sorbier เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ทุกปีมาตั้งแต่ปี 2005 Josse เพิ่มขึ้นถึง 35% ต่อปี Rolland เพิ่มขึ้น 30% ต่อปีตั้งแต่ปี 2007 และเขาน่าจะเป็นดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ในบรรดาดีไซเนอร์รุ่นเล็กด้วยกัน ลูกค้าคนสำคัญของเขา คือราชวงศ์ในแถบตะวันออกกลาง ในขณะที่ Josse กับ Sorbier มีลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งคือ Ivana Trump ไฮโซสาวชื่อดังของอเมริกา

แม้ว่าห้องเสื้อดังๆ จะมีพนักงานมากกว่า มีการตลาดที่แข็งแกร่งกว่า ยังไม่รวมงบการผลิตแบบไม่อั้นแต่บรรดาดีไซเนอร์ รายเล็กก็มั่นใจว่า ตัวเองมีดีที่ไม่เหมือนใครและสามารถจะท้าสู้กับห้องเสื้อขนาดใหญ่ได้ ทั้งในเชิงกลยุทธ์และปรัชญาความคิด Rolland ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ดูมีอนาคตไกลที่สุดบอกว่า ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งยุ่งยากและเสี่ยงกว่า ในขณะที่เขาและพนักงานในร้านของเขาเป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มสร้างตัว และมีความสดใหม่ กว่า Rolland คิดว่า สิ่งที่ยากเมื่อคุณเติบโตขึ้นก็คือ การพยายาม ที่จะรักษาแนวคิดการเป็นครอบครัวเดียวกันแบบนี้เอาไว้ และเขาก็ต้องการให้ร้านของเขามีความเป็นมนุษย์อย่างนี้ต่อไป

ฝ่ายธุรกิจของดีไซเนอร์ Josse บอกว่า ไม่สามารถจะเปรียบเทียบกับ Chanel หรือ Dior ได้ เพราะ Josse มีเป้าหมายในการดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างไปจากห้องเสื้อขนาดใหญ่ Josse มีปรัชญาว่า โลกนี้จำเป็นต้องมีความแตกต่าง และทุกคนอยากเป็นคนพิเศษ วิธีหนึ่งที่จะทำให้ตัวเองพิเศษก็คือ การสวมใส่ เสื้อผ้าที่พิเศษ แต่จะพิเศษยิ่งไปกว่านั้นอีก ถ้าได้สวมใส่เสื้อผ้าที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ส่วน Didier Grumbach ประธาน Federation Francaise de la Couture ซึ่งเปรียบเสมือนผู้รักษาประตูของวงการดีไซเนอร์ ทำหน้าที่รับรองความสามารถของดีไซเนอร์อย่างเป็นทางการเตือน ให้ไม่ลืมว่า กว่าจะมาเป็นนักออกแบบชื่อดังอย่างในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Dior, Ungaro หรือ Balenciaga ต่างก็เคยเริ่มต้นจากการเป็นดีไซเนอร์เล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนในช่วงทศวรรษ 1950 และเคยต้องต่อสู้กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในยุคนั้นอย่างเช่น Worth และ Lanvin มาแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่บรรดาดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มสร้างชื่อในปารีสต้องเผชิญ ไม่ได้มาจากดีไซเนอร์รุ่นใหญ่ในฝรั่งเศสหรืออิตาลีอย่างเดียว แต่ยังมาจากดีไซเนอร์รุ่นเล็กกว่า ที่ยังไม่ถึงขั้นได้รับการรับรองจากสมาคมนักออกแบบด้วย อย่างเช่น George Hobieka จากเลบานอน ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าเป็นเศรษฐีตะวันออกกลางที่โปรดปรานชุดหรูราคาไม่แพงของเขา โดยไม่สนใจว่าเขาจะเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังหรือมีแบรนด์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จุดนี้เป็นจุดที่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้รับประโยชน์เท่าๆ กัน บรรดาเศรษฐีใหม่จากตะวันออกกลาง รัสเซีย จีน อินเดียและละตินอเมริกา กำลังกลายเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมแฟชั่นชั้นสูง แซงหน้าลูกค้าชาวอเมริกันและฝรั่งเศสไปเสียแล้ว ลูกค้าเศรษฐีใหม่กลุ่มนี้ไม่ค่อยสนใจชื่อเสียงของดีไซเนอร์มากนัก สิ่งที่พวกเขาต้องการคือชุดหรูที่สามารถเตะตาคนอื่นได้ในทันที

การคงอยู่ของห้องเสื้อขนาดเล็กนี้ คงจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า แฟชั่นชั้นสูงยังไม่ตาย อย่างที่มีหลายคนพยายาม จะบอก แม้ความดังของบรรดาดีไซเนอร์รุ่นใหม่อาจจะยังไม่เทียบเท่า Yves Saint Laurent แต่พวกเขาก็ยืนหยัดอยู่ได้ แม้ Vogue จะเมินชุดที่พวกเขาออกแบบ แต่จะแคร์อะไรกับ Vogue ในเมื่อมีลูกค้าระดับราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย คอยอุดหนุนด้วยเงินหลายล้านดอลลาร์ อาจจะไม่เป็นที่น่าแปลกใจนัก ถ้าหากหลายปีต่อจากนี้ บรรดาห้องเสื้อแบรนด์เนมชื่อดังอาจจะดังน้อยลง แต่บรรดาดีไซเนอร์โนเนมกลับจะอยู่รอดต่อไปได้อย่างมั่นคง


แปล/เรียบเรียง เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์
เรื่อง นิวสวีค 6/13 เมษายน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย