Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา สิงหาคม 2552
กองทุนร่วมทุน SMEs             
 


   
search resources

SMEs
Funds




มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันออกมามากถึงโครงการไทยเข้มแข็ง และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งต้องอาศัยเงินกู้ในวงเงินที่สูงถึง 8 แสนล้านบาท ว่าไม่มีความชัดเจน หรืออาจแก้ปัญหาไม่ถูกจุด

พื้นที่ตรงนี้คงมิบังอาจไปร่วมวิพากษ์วิจารณ์แผนการดังกล่าว เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต้นและต้องอาศัย เวลาในการพิสูจน์ว่าสิ่งที่รัฐบาลคิด และสร้างสรรค์ออกมากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังขึ้นตามมา ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายที่มองภาพรวมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ได้ถูกต้องกว่ากัน

เพียงแต่อยากตั้งข้อสังเกตบางประการเอาไว้ เป็นข้อสังเกตที่มองเห็นมาตั้งแต่สัญญาณของวิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้เริ่มตั้งต้นมาเมื่อประมาณเกือบ 2 ปีที่แล้ว

หากย้อนกลับไป สัญญาณของวิกฤติที่ปรากฏออกมาจากการล่มสลายของตลาดซัพไพรม์ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปลายปี 2550 ก่อให้เกิดความวิตกกังวลกันว่าจะมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ทำให้มีแนวคิดสำหรับการเตรียมรับกับผลกระทบดังกล่าวหลากหลายประการ

บางคนแนะนำให้ผู้ส่งออกแสวงหาตลาดใหม่ๆ

บางคนแนะนำให้ภาครัฐหันมาสนใจกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ ฯลฯ

แนวคิดหนึ่งที่พูดถึงกันมาก ก็คือความเป็นห่วงต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้โดยตรง

ซึ่งเมื่อมากถึงวันนี้ ผลก็ปรากฏออกมาชัดเจนแล้วว่า SMEs หลายรายประสบปัญหาจริงๆ และมีความพยายามจากหลายๆ ฝ่าย ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับ SMEs เหล่านี้

ที่เห็นได้ชัดคือภาคสถาบันการเงิน

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสถาบันการเงินทุกแห่งให้ความสำคัญกับ SMEs ทั้งในด้านการให้กู้เงิน การฝึกอบรม ให้การเรียนรู้ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาในการลงทุน และแสวงหาตลาดใหม่ๆ

แต่ดูเหมือนว่าได้มีเครื่องมือหนึ่งที่หายไป ไม่ปรากฏเป็นข่าวออกมาเลย ในขณะที่กำลังมีความพยายามอย่างยิ่งในการช่วยเหลือ SMEs เหล่านี้

นั่นคือกองทุนที่จะนำเงินมาร่วมทุนกับ SMEs ที่มีโครงการดีๆ แต่ขาดเงินทุนสนับสนุน

หลายปีที่แล้ว ในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่มีปัญหาทั้งภาครัฐ รวมถึงเอกชนหลายๆ แห่ง ได้ออกมาพูดถึงเรื่องจัดตั้งกองทุนประเภทนี้กันเป็นจำนวนมาก จนดูเหมือนจะเป็นแฟชั่น

แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งประเทศไทย เริ่มประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ทราบว่าได้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาสักกี่กองทุนและกองทุนที่ได้มีการจัดตั้งขึ้นมา ก็ไม่ทราบว่าผลการดำเนินงานในการเข้าไปร่วมทุนกับ SMEs ทั้งหลายเป็นอย่างไร

ธรรมชาติของกองทุนก็คือกองทุน คือการระดมเงินเข้ามา เพื่อนำไปลงทุนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในจังหวะใดจังหวะหนึ่งที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าน่าจะได้รับผลตอบแทนดีที่สุด

แต่ส่วนใหญ่ เวลาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนมักจะขยันตั้งกองทุน คือในจังหวะที่ตลาดหุ้นขึ้น มักไม่ค่อยตั้งกันในตอนที่ตลาดหุ้นลง ซึ่งน่าจะเป็นจังหวะที่สามารถซื้อหุ้นได้ในราคาถูกกว่า

กองทุนเพื่อการร่วมทุนกับ SMEs ก็เช่นกัน ที่มีการพูดถึงกันมากในช่วงที่เศรษฐกิจดี แต่พอเศรษฐกิจมีปัญหา SMEs ที่ดีๆ กำลังต้องการเงินทุนสนับสนุน กลับไม่มีใครกล่าวถึงเรื่องนี้กันเลย

ทุกวันนี้เห็นรัฐบาลแจกเงินชาวบ้านคนละ 2,000 บาท กู้เงินเข้ามา 8 แสนล้านบาท อ่านข่าวเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ต่างระดมเงินประชาชนไปลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลี ตราสารอนุพันธ์เกี่ยวกับทองคำ และน้ำมันคิดเป็นวงเงินรวมหลายหมื่นล้านบาทแล้ว จึงรู้สึกเสียดาย

กันเงินส่วนนี้สัก 10% มาตั้งเป็นกองทุน แล้วมองหา SMEs ที่มีโครงการดีๆ ที่กำลังต้องการเงินทุน เพื่อนำเงินเข้าไปช่วยสนับสนุน น่าจะเป็นช่องทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างดีอีกช่องทางหนึ่ง

หมายเหตุ : ในพื้นที่นี้ของฉบับที่แล้ว เกิดข้อผิดพลาดบางประการ ทำให้ไม่สามารถนำเสนอภาพประกอบได้ จึงต้องกราบขออภัยท่านผู้อ่านเป็นอย่างยิ่ง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย