Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน25 สิงหาคม 2552
เบนซ์คาด53เศรษฐกิจฟื้น             
 


   
search resources

Automotive
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)




เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฟันธงวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ยาวนาน คาดฟื้นจริงปลายปี 2553 ระบุแวดวงนักวิชาการยังหาสัญญาณบวกไม่เจอ พลิกตำราทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ปรับใช้ไม่ได้ เผยถกนายกฯ แนะทางแก้วิกฤตใช้ความคิดสร้างสรรค์นำ แจงตัวเลขยอดขายรถเบนซ์ดีขึ้น 9% สวนทางตลาดรถยนต์รวมซบ พร้อมเปิดตัวรถ อี-คลาส โฉมใหม่ล่าสุด E500 นำเข้าทั้งคันเคาะราคากว่า 10 ล้านบาท สั่งรอรถนาน3-5 เดือน ส่วนรุ่นผลิตในประเทศเตรียมเปิดตัวปลายปีนี้

ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลกในรอบนี้หนักหนาสาหัสกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ต่างหาทฤษฎีมาเพื่อปรับใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถปรับใช้ได้เลย ดังนั้นจึงยังไม่รู้ว่าจะฟื้นจริงๆ ได้เมื่อใด

“การถดถอยทางเศรษฐกิจรอบนี้ คาดว่าคงจะต้องใช้ระยะเวลาพักตัวอีกสักระยะหนึ่ง ทั้งสัญญาณต่างๆ ทางเศรษฐศาสตร์ก็ยังไม่แสดงการฟื้นตัวที่ชัดเจน และก็ไม่มีทฤษฎีใดสามารถนำมาปรับใช้กับเหตุการณ์ดังกล่าวได้เลย แต่หากจะให้ประเมินเราน่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างจริงจังได้ประมาณปลายปีหน้าหรือพ.ศ. 2553”

เพาฟเลอร์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงแนวทางการรับมือกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในขณะนี้ เห็นควรให้ภาครัฐมีแนวทางชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และควรเน้นใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นกุญแจสำคัญเพื่อการพลิกฟื้นจากภาวะวิกฤต

สำหรับยอดขายรถยนต์ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดรถยนต์นั่งรวมตกลงไปถึง 13% แต่ตลาดรถหรูตกลงเพียง 3% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาค่ายรถยนต์หรูต่างอัดแคมเปญและมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น ขณะที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 9%

“ในเซกเมนท์รถหรู เมอร์เซเดส-เบนซ์ ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ราว 58% โดยมีรุ่นอี-คลาสเป็นตัวขายหลักด้วยยอดขายสะสม 1,842 คัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายอี-คลาสยังคงขายดีแม้จะอยู่ในช่วงปลายอายุของโมเดลมีเหตุมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภค บริการหลังการขายและการสนับสนุนจากไฟแนนซ์ด้านการปล่อยสินเชื่อ” เพาฟเลอร์ กล่าว

ทั้งนี้ล่าสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์ อี-คลาส โฉมใหม่ รหัส W212 ที่จะเข้ามาทำตลาดแทนรุ่นปัจจุบันโดยเป็นรุ่น E500 ราคากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรกจะทำตลาดแบบนำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน หลังสั่งแล้วต้องรอรถประมาณ 3-5 เดือน ขึ้นกับออพชั่นและไลน์ผลิตในประเทศเยอรมัน ส่วนรุ่นประกอบในประเทศไทยคาดว่าจะเปิดตัวราวปลายปีนี้ และพร้อมส่งมอบได้ภายในต้นปีหน้า

เพาฟเลอร์กล่าวว่า สาเหตุที่อี-คลาสเปิดตัวช้าเนื่องจาก อี-คลาส โฉมใหม่ มีเทคโนโลยีด้านเครื่องยนต์ทันสมัยมากเกินกว่าระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านน้ำมันของไทยจะรองรับได้ ดังนั้นบริษัทฯ จึงต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน ประกอบกับการขึ้นไลน์ผลิตจำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดด้วย จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ส่วนการทำตลาดรถอี-คลาสรุ่นใหม่ช่วงแรกคาดว่าจะมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ที่เหมาะสมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของไทย ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์NGT(ใช้แก๊สเอ็นจีวี) อาจจะมีทำตลาดในอนาคต สำหรับเป้าหมายยอดขาย คงจะรักษาระดับการขายให้อยู่ใกล้เคียงกับยอดขายเดิมของปีนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย